“พ่อรอง-ยุ้ย” เผยวินาทีสูญเสีย-บอกลา “แม่ทุม”

“พ่อรอง-ยุ้ย” เผยวินาทีสูญเสีย-บอกลา “แม่ทุม”
Daradaily
8 ก.ย. 63
188

“พ่อรอง-ยุ้ย” เผยวินาทีสูญเสีย-บอกลา “แม่ทุม”

       จากกรณีที่ทาง “แม่ทุม ปทุมวดี เค้ามูลคดี” ได้เสียชีวิตลงอย่างสงบหลังเข้ารับการรักษาอาการป่วยไทรอยด์เป็นพิษ และโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง (ALS) มานานกว่า 8 ปี  ด้วยวัย 72 ปี สร้างความเศร้าโศกและอาลัยรักต่อครอบครัวและคนในวงการเป็นจำนวนมาก โดยทาง “รอง เค้ามูลคดี”ได้เผยว่า  

อ่านข่าวต่อ : ช็อค! “แม่ทุม ปทุมวดี” เสียชีวิตแล้ว

      ตอนที่จากไปก็ค่อยหลับไปอย่างสบายโดยตอนนั้นตนอยู่บ้านทางคุณหมอก็โทรมาบอก “ยุ้ย ปัทมวรรณ”ตอนตี 1 กว่าก็รู้แล้วว่าเกิดอะไรขึ้นซึ่งตอนแรกคิดว่าจะปั๊มหัวใจแต่คิดว่าไม่ต้องปล่อยให้ไปสบายดีกว่าไม่อยากให้ทรมานแล้ว โดยล่าสุดไปเยี่ยมเขาที่โรงพยาบาลก่อนที่จะเสียชีวิตก็ได้หอมแก้มและบอกว่า  พ่อรักแม่ที่สุด อย่าทิ้งพ่อไปนะ แต่เหมือนเขาไม่รับรู้แล้วทางครอบครัวก็ทำใจเพราะรักษามานานหลายปีแล้ว

       ทั้งนี้วันที่ตนวูบก็ไม่ได้มีสัญญาณอะไรเกี่ยวกับเขาเลย กับเรื่องที่ไฟไหม้ห้องพระเชื่อว่าอาจเป็นอุบัติเหตุเพราะระหว่างเทียนกับพานที่ตั้งอยู่ในห้องเป็นเวลา 10 ปีก็สวดมนต์ตลอดแต่ไม่เคยเป็นอะไรพอวันนั้นสวดเสร็จก็นั่งสมาธิลูกสาวคนเล็กบอกว่าไฟไหม้   ส่วนเรื่องสุขภาพก็ไม่ได้เป็นอะไรแล้วที่วูบไปเป็นเพราะพักผ่อนไม่เพียงพอทางคุณหมอจะนัดไปตรวจเรื่องหัวใจซึ่งทางลูกๆก็เป็นห่วง  ส่วนที่ถูกยกให้เป็น "คู่รักตัวอย่าง" ก็รู้สึกดีใจแต่ทั้งหมดก็มาจากเขาทั้งนั้น วันนี้ก็มาส่งเขากลับสวรรค์ก็ไม่รู้จะทำอะไรเพื่อเขาแล้วแต่สิ่งที่อยากคืออยากให้เขาฟื้น แต่ก็ทำไม่ได้ ปาฏิหาริย์ไม่มีแล้ว ตอนนี้ทำทุกอย่างให้ดีที่สุด  สำหรับเรื่องการขอพระราชทานเพลิงศพ ถ้ามีโอกาสก็อยากทำเพราะถือเป็นเกียรติยศต่อวงศ์ตระกูล แต่ในเมื่อทุกคนมาอยู่ตรงนี้กันหมด ก็ไม่รู้ใครจะทำ ก็คิดว่าคงไม่เก็บไว้ 100 วันและจะไปลอยอังคารที่สัตหีบ

      ด้าน “ยุ้ย ปัทมวรรณ เค้ามูลคดี “เผยว่า ก่อนหน้านี้ประมาณ 5-6 วันคุณแม่ท่านอาการเริ่มทรุดทางโรงพยาบาลก็บอกให้เตรียมใจเอาไว้แต่ก็ไม่ได้บอกทางคุณพ่อเพราะหวั่นอาการแย่ไปอีกคนเหตุท่านเพิ่งเกิดอาการวูบไป  โดยสาเหตุที่คุณแม่ทรุด เพราะอาการของโรคที่ท่านเป็นอยู่ท่านก็สู้มานานมาแล้วซึ่งระบบอวัยวะในร่างกายไม่ทำงาน ความดันลดลงเป็นสัญญาณที่ไม่ค่อยโอเค โดยวันที่คุณพ่อวูบเข้าโรงพยาบาล พี่ชายก็โทรมาบอกว่าคุณแม่ทรุดลงอาการค่อนข้างหนัก แต่ณ.ตอนนั้นอยากให้คุณพ่อแข็งแรงก่อนแต่พอหลังจากที่คุณพ่อได้ออกจากโรงพยาบาลดูเหมือนทางคุณแม่ก็เหมือนอาการดีขึ้นแต่พอวันรุ่งขึ้นท่านก็ไม่อยู่แล้ว ซึ่งตนและครอบครัวรู้สึกเป็นห่วงคุณพ่อมากรับปากจะดูแลให้ดีสุด