รีเซต

‘อาย-ว่านไฉ’รักลงล็อก ความสัมพันธ์ต่างตกตะกอน

‘อาย-ว่านไฉ’รักลงล็อก ความสัมพันธ์ต่างตกตะกอน
ข่าวสด
18 กันยายน 2564 ( 11:26 )
57

‘อาย-ว่านไฉ’รักลงล็อกความสัมพันธ์ต่างตกตะกอน - ถึงช่วงเวลาที่คบกันจะเร็ว แต่การคบกันของนางเอกสาว ‘อาย’ กมลเนตรเรืองศรี กับแฟนหนุ่มนักแต่งเพลง- ยูทูบเบอร์ชื่อดัง ‘ว่านไฉ’ อคิร วงษ์เซ็ง เป็นการตกตะกอนความสัมพันธ์ที่มาถึง จุดพร้อมในการใช้ชีวิตคู่ จนฝ่ายชายทำเซอร์ไพรส์ขอฝ่ายหญิงแต่งงานกลางป่าเชียงดาว จ.เชียงใหม่ เมื่อ 3 เดือนก่อน แต่เพิ่งบอกข่าวดีเมื่อวันที่ 9 เดือน 9 ทาง อินสตาแกรมส่วนตัว

โดยวันนี้คู่รักว่าที่บ่าวสาว ได้เปิดบ้านที่สร้างเป็นเรือนหอและออฟฟิศของ ช่อง “อาสาพาไปหลง” และ “กอมอนอ” ให้สัมภาษณ์ถึงโมเมนต์การขอแต่งงาน และแพลนในอนาคต

ทำไมถึงไปขอแต่งงานกลางป่า?

ว่านไฉ - “เคยคิดว่าในชีวิตหนึ่งที่จะขอแฟนแต่งงานอยากไปที่ที่เลิศหรู แต่พอสถานการณ์โควิดแบบนี้ก็แบ๊กทูเบสิก ครับ อายเป็นคนชอบธรรมชาติมากๆ ทริป นั้นไปถ่ายรายการที่เชียงดาวพอดี ผมพกแหวนแต่งงานไว้ตลอดอยู่แล้ว เลยคิดว่าโอกาสนี้น่าจะดีสุด เขาน่าจะชอบโมเมนต์นั้น ก็เอานาทีนั้นเลย ไร้แผนการมาก ก็มีความยากนะ เพราะอายจะจับโป๊ะผมได้ทุกครั้งที่พยายามจะเซอร์ไพรส์”

อาย - “จริงๆ เขาจะคอยบอกว่าจะไปออฟฟิเชี่ยลขอแต่งงานที่อลาสก้า เลยทำให้ทริปนี้มันศูนย์เปอร์เซ็นต์เลยว่าเขาจะมาขอถ้ารู้ก่อนจะขอสวยหน่อย สภาพตอนนั้นหน้ามัน หัวยุ่ง เสื้อเลอะโคลน มันเรียลจริงๆ”

ตอนนั้นโมเมนต์เป็นอย่างไร?

อาย - “พี่ที่พาเราเข้าไปเขาจะให้เราทำกิจกรรมเชื่อมต่อกับธรรมชาติ เราต้องซื่อสัตย์กับตัวเอง จะไม่ลืมตา จะมีคน พาเราเดินไปกอดต้นไม้ แล้วจำให้ได้ว่าเป็นต้นไหน”

“พี่ว่านก็พูดในโมเมนต์ที่เขารู้สึกที่ ไม่ได้สื่อถึงต้นไม้ แต่เป็นการสื่อถึงอาย เราก็เริ่มรู้สึกว่าใช่เหรอ จริงเหรอ ก็ไม่เคยถูกขอแต่งงานไง ต่อหน้าคนเต็มเลย อายไม่รู้จะทำหน้ายังไง ทำหน้าไม่ถูก รู้สึก โลกมันดับป่ามันดับไปหมดเลย ก็ร้องไห้ ตอนแรกยอมรับว่าหูดับ จำได้ตอนสุดท้ายว่า แต่งงานกับเรานะ”

ว่านไฉ - “ผมมองเห็นภาพว่าเขาคือ เจ้าสาวที่ผมจะแต่งงานด้วย อยากเห็นภาพแบ๊กกราวด์ที่เขียวชอุ่ม ก็เป็นโมเมนต์นั้นพอดีเลย ป่าช่วงนั้นสวยมากๆ มันมีแต่พลังงานดีๆ มีแต่รอยยิ้ม ความสงบในใจ คิดว่าโมเมนต์นี้น่าจะดีที่สุดแล้ว มันก็เขินมากนะ ก็คุยกับตากล้องตรงนั้นเลยว่า ถ่ายให้หน่อย ผมจะขออายแต่งงาน”

แหวนมีที่มาที่ไปยังไง?

ว่านไฉ - “ผมเลือกเอง หลังเราสองคนคุยกับที่บ้านว่าคบกันถึงขั้นแต่งงาน เพียงแต่ยังไม่ได้บอกว่าเมื่อไหร่ ผมก็พา คุณแม่ผมไปช่วยเลือกแหวน อันนี้บอก กับทุกคนไว้เลยว่า ทางร้านชอบบอกว่า นิ้วก้อยของคุณผู้ชายจะเท่ากับนิ้วนาง ของผู้หญิงเสมอ”

อาย - “ซึ่งไม่จริงเลยค่ะ คือหลวมมากค่ะ เรื่องของเรื่องเขาพยายามจะมาวัดขนาดนิ้วอายเยอะมาก ให้น้องโปรดิวเซอร์มาหลอกคุย แต่มันก็นานมาแล้ว ซึ่งน้อง คนนั้นก็ไม่ได้ขนาดไปเสียที”

ว่านไฉ - “ก็เลยเชื่ออย่างที่ร้านแหวนบอก นิ้วก้อยของเราเท่ากับนิ้วนางของผู้หญิงเสมอ”

แพลนเรายังไงต่อไป?

ว่านไฉ - “เราขอแต่งงานกันก่อนจะล็อกดาวน์รอบที่ผ่านมาครับ แพลนจริงๆ ที่ดูฤกษ์ไว้คือมีนาคม หรือไม่ก็พฤษภาคม ปีหน้า ก็ต้องมาลุ้นกันว่าช่วงนั้นจะจัดงานได้ในลักษณะไหน”

อาย - “ยังไงก็ต้องดูสถานการณ์เป็นหลักและความเรียบง่าย หลักๆ จะเอาที่ครอบครัวของเราทั้งคู่ ความเป็นสิริมงคลกับการจะเริ่มต้นชีวิตครอบครัว เรื่องการเฉลิมฉลองเรายังไม่รู้ว่า ณ ปัจจุบันนั้นจะสามารถทำได้หรือเปล่า”

ว่านไฉ - “ตอนนี้ได้แต่หวังว่าโควิดจะไปสักที ถ้าโควิดไปเราก็จะสามารถจัดงานได้ ถ้าโควิดยังอยู่เราคงต้องจัดงานเล็กก่อนแล้วงานเฉลิมฉลองค่อยว่ากัน”

ภาพในหัวตอนนี้เป็นยังไงบ้าง?

ว่านไฉ - “เราไม่อยากได้งานแต่งงานที่ตัดเค้กปูน คือเค้กปลอมเราอยากได้งานที่ยูนีกกว่านั้น ด้วยผมเป็นนักท่องเที่ยว นักเดินทาง ก็มีภาพในหัวอยากแต่งงานแบบโร้ดทริป จัดงานที่ไปด้วยกัน 2 คน ส่วนงานเฉลิมฉลองค่อยว่ากันอีกที”

อาย - “แต่ก็ไม่รู้ เพราะก่อนหน้านี้ เขายังจะขออายที่อลาสก้าอยู่เลย และความจริงเป็นภาพในป่าที่เราหน้ามัน มันไม่มีอะไรบอกได้ว่าสุดท้ายแล้วจะเป็นแบบไหน”

จะมีขอแต่งงามซ่อมไหมถ้าเดินทางได้?

ว่านไฉ - “มีแน่นอน เราคบกันจนจะแต่งงานกันแล้วยังไม่เคยไปต่างประเทศด้วยกันเลย ทั้งที่ผมทำงานเดินทางต่างประเทศตลอด ก็เลยบอกอายว่าทันทีที่ไปได้จะพาไปเที่ยวจนแม่ลืมหน้าเลย จะพาไปทั่วโลกเลย เพราะตั้งใจว่าอยากจะเดินทางกับเขาให้เยอะที่สุด”

แล้วงานในวงการ แพลนไว้ยังไงต่อ?

อาย - “ตอนนี้ถ่ายละครอยู่ ใกล้ได้กลับไปทำงานแล้ว ดีใจมาก ตื่นเต้นมาก และหนูก็ได้เปิดช่องที่จะทำออนไลน์เป็นช่อง กอมอนอ ที่ พี่ว่านโปรดิวซ์ให้ ดีใจมากชอบ”

ว่านไฉ - “เรารู้สึกว่าอายน่าจะชอบอะไรคล้ายๆ กัน ก็เลยทำรายการนี้ขึ้นมา เขาจะได้แสดงมุมมองและสไตล์ของตัวเอง จริงๆ เขามีมุมที่สดใสและน่ารักในความเป็นตัวจริงของเขา คือเราได้เห็นมุมนั้นจนขอเขาแต่งงานมาแล้ว ก็อยากให้หลายๆ คนได้มาเห็นความน่ารักของอายในมุมมองนั้นๆ ด้วย ใน กอมอนอ ครับ”

กี่ปีแล้วคู่เรา?

ว่านไฉ - “ไม่ถึงปีครับ ก่อนหน้านี้เป็นเฟรนด์โซนกันเป็นสิบปี แล้วไม่ใช่เฟรนด์ที่สนิทด้วย เป็นเฟรนด์ที่รู้ว่าเนี่ยว่านไฉ ว่านี่น้องอาย”

อาย - “เราเคยร่วมงานกันตอนหนูเล่น The Sixth Sense แล้วพี่ว่านโปรดิวซ์เพลงให้ นั่นคือเรื่องแรก แต่ก่อนหน้านั้นเรารู้จักกันมาก่อน เพราะเราเป็นสายแฟตเรดิโอ ตั้งแต่ขายเสื้อยืดสนุกๆ สมัยเด็กๆ อะค่ะ”

อะไรที่ว่านมองแล้วสะดุดว่าต้องเป็นผู้หญิงคนนี้?

ว่านไฉ - “เอาจริงๆ ไม่เคยบอกใครเลยนะว่า จริงๆ ผมแอบชอบเขามานานแล้ว จะมีโมเมนต์หนึ่งที่งาน โอเวอร์โค้ต มิวสิคที่สวนผึ้ง เราได้นั่งดูคอนเสิร์ตกันสองคนแบบเป็นเพื่อน เรานั่งคุยกัน เขาอาจจะจำไม่ได้ว่าเรานั่งคุยกันนานเลย”

“รู้สึกเขาน่ารักจัง แต่ด้วยช่วงเวลาไม่ได้มาคาบเกี่ยวกันเท่าไหร่ ต่างคนอาจจะมีแฟน แล้วเราไม่เคยได้โคจรมาเจอกันในลักษณะคุยกันแบบนี้เลย แล้วทั้งหมดทั้งมวลวันหนึ่งเราโตขึ้น สั่งสมประสบการณ์ความชอบของตัวเอง แล้วมันดันโสดทั้งคู่ ได้มาเจอกันแล้วก็ยังรู้สึกว่าเขายังน่ารักเหมือนเดิม”

“แต่เราไม่ได้คิดว่าจะจีบ มันเกิดจากความเข้าใจผิด ไปกินข้าวกัน ไม่เจอกันนานก็เริ่มคุยโทรศัพท์ เขาคุยโทรศัพท์กับเราประมาณสามชั่วโมง เราก็รู้สึกว่าเรา พิเศษเขาต้องรู้สึกอะไรกับเราแน่ๆ เลย จน ณ วันนี้ ที่ผมขอเขาแต่งงานไปแล้ว และได้รู้ว่าเขาคุยโทรศัพท์นานมากๆ แบบนี้ กับทุกคนครับ (หัวเราะ)”

แล้วอายล่ะ ทำไมถึงเป็นว่านไฉ?

อาย - “มันค่อนข้างเร็วมากกับตอนที่เขาเข้ามา ณ วันที่เขาเข้ามาที่ยังไม่ได้จะจีบเรายังรู้สึกเหมือนเป็นพี่ว่านกับน้องอาย ห้าปีสิบปีก็ยัง เฮ้ยพี่ว่าน เจอกันก็จะเป็นแบบนี้แต่เราก็ไม่เคยแม้แต่จะโทรศัพท์คุยกัน หรือแม้แต่จะไปกินข้าวด้วยกัน จนพอมีโอกาสที่เขาได้มา แล้วได้มาที่บ้าน คือหนูจะมีเพื่อนมาหาที่บ้านเยอะมาก เขาก็ มาด้วย แต่มาโดยที่เขาไม่รู้ว่าบ้านเรา คุณแม่ทำกับข้าวอร่อย อาม่าน่ารัก”

ว่านไฉ - “ที่บ้านเขาน่ารักมากๆ เราได้เห็นความน่ารักของครอบครัวเขา ได้เห็นเขาดูแลครอบครัวได้ดี มันเหมือนเราเลย ชีวิตเราคล้ายๆ กันเลย ผมก็เลยรู้สึกว่า ถ้าได้อยู่ด้วยกันเป็นครอบครัวที่ใหญ่ขึ้นน่าจะน่ารักดี นั่นเป็นความคิดตอนแรกๆ ก่อนที่จะขอเป็นแฟนเสียอีก คิดเล่นๆ ว่า เฮ้ย เขาน่ารักจังเลย น่ารักเป็นมวลรวมที่เรารู้สึกว่าเราอยาก อยู่ด้วยครับ”

แสดงว่าเราคุยกันเรื่องชีวิตคู่อนาคตแล้วใช่ไหม?

อาย - “ใช่ แต่ถ้าย้อนกลับไป ณ วันที่ยังเป็นพี่ว่านกับน้องอายอยู่ แล้วเขาเหมือนมาบอกว่าชอบเรา อายก็ตกใจมาก เพราะมันเร็วสำหรับเรา ปกติอาย จะคุยหรือจะเปลี่ยนพัฒนาการความสัมพันธ์กับคนสักคนหนึ่ง อายคุยเป็นปี ซึ่งคนนี้ไม่ถึงเดือน แต่ด้วยอายุ ณ ตอนนี้ กับอายุของพี่ว่านการผ่านประสบการณ์ รวมถึงเบื้องหลังที่เรารู้จักกันมา ทำให้เรารู้สึกว่าเขาไม่ใช่คนแปลกหน้าในชีวิต แล้วช่วงเวลาที่ได้กลับมาคุยกัน เขาเติบโตที่สุดในของเขา และเราก็เติบโตในช่วงเวลาที่เราเติบโตที่สุดแล้ว มันเลยคลิกและเข้าใจ ก็เลยลองคุยกันคบกัน เนี่ยแต่งงานกัน เร็วมาก (หัวเราะ)”

ว่านไฉ - “ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก แต่เราคิดกันถี่ถ้วนมากๆ แล้วครับ ด้วยความที่เราโตแล้ว เราตัดสินใจได้เฉียบคมมากขึ้นกว่าตอนเด็กๆ เราขอกันเป็นแฟนก็เร็วมาก”

อาย - “เร็ว และอายก็ไม่ยอมเป็นแฟนด้วย บอกไปว่าเป็นเฟิร์นพอ”

ว่านไฉ - “เฟิร์นก็ยังดี มากกว่าเฟรนด์”

อาย - “จริง คือตอนนั้นที่หันไปเห็นต้นเฟิร์นปลอมอยู่ข้างหลังเขา ก็เลยบอกว่า ไม่เป็นแฟนอะเป็นเฟิร์นแทนได้ไหม เหมือนจะเล่นๆ นะ แต่มันเขินมาก”

สถานที่สัมภาษณ์อยู่เป็นเรือนหอด้วย?

ว่านไฉ - “ใช่ แต่ยังสร้างไม่เสร็จ แล้วตรงนี้ก็จะเป็นส่วนออฟฟิศ อาสาพาไปหลง กับ กอมอนอ แล้วก็มีสตูดิโอเล็กๆ ด้วย แล้วเรือนหอจะอยู่ด้านหลัง และก็ออฟฟิศอยู่ด้านหลัง ตอนนี้ยังไม่เสร็จ”

สุดท้ายอยากบอกอะไรกับคนที่เข้ามาแสดงความยินดี?

อาย - “ขอบคุณมากที่ทุกคนมาแสดงความยินดีกับเรา ก็ขอขอบคุณอย่างเป็นทางการตรงนี้ และก็ขอบคุณเพื่อนๆ จริงๆ มีไม่เยอะหรอกที่รู้ว่าเราถูกขอแต่งงาน และเก็บเป็นความลับมาได้ตั้ง 3 เดือน ก็ขอบคุณมากๆ ค่ะ”

ว่านไฉ - “ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาแสดงความยินดี ขอบคุณที่ติดตาม ขอบคุณบรรยากาศที่ทำให้เราโคจรมาเจอกันในอีกบริบทหนึ่งที่เป็นบริบทที่มากกว่าเพื่อน และขอบคุณทุกบรรยากาศที่ทำให้เราได้มาตกหลุมรักและขอแต่งงานกันในวันนี้ครับ”