ผมเชื่อว่าทุกคนมีรายการโปรดในดวงใจ เมื่อเวลาที่เราเหนื่อยและท้อใจ ก็จะต้องมาดูรายการโปรด เพื่อเป็นกำลังใจและพัฒนาแนวคิดในการดำเนินชีวิต ผมเองเป็นแฟนคลับรายการ Perspective ซึ่งเป็นรายการทีวีน้ำดีของประเทศไทยอีกด้วย ภายในรายการก็จะนำเสนอมุมมองในการดำเนินชีวิตที่ครอบคลุมทุกด้านในหนึ่งตอน(EP) นอกจากเนื้อหาของรายการที่นำเสนอจะดีเยี่ยมแล้ว ก็ยังมีพิธีกรที่ดำเนินรายการได้ดีอีกด้วย นั่นก็คือ เปอร์-สุวิกรม อัมระนันทน์ ซึ่งผมเองยอมรับว่า “ประทับใจมากจริง ๆ” วันนี้ “ห้องสี่เหลี่ยม” จะมาแบ่งปันแนวคิดที่ได้จาก พี่ดู๋-สัญญา คุณากร ซึ่งเป็นพิธีกรที่มากความสามารถผู้หนึ่งในประเทศ จากในรายการ Perspective ดังนี้ขออนุญาตเรียกสั้น ๆ ว่า “พี่ดู๋”Perspective EP.351.ใช้ชีวิตแบบพึ่งพาตนเอง ภายในบทสัมภาษณ์พี่ดู๋ได้พูดไว้ว่า “สิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ หรืออะไรที่เราคิดว่ามันจะทำให้เรามีความสุข มันอาจจะไม่ใช่ความสุขที่เราตามหาก็ได้ และถ้าเราสามารถที่จะทำอะไรได้ด้วยตนเองได้ ก็ต้องทำ” ผมมองว่าสิ่งที่พี่ดู๋พูดนั่นก็คือความจริงนะ ในปัจจุบันคนส่วนใหญ่ใช้สิ่งอำนวยความสะดวกในการดำเนินชีวิตประจำวัน จนลืมไปว่าจริง ๆ แล้วว่าธรรมชาติของมนุษย์นั้นไม่จำเป็นต้องมีสิ่งอำนวยความสะดวกก็ได้ บางครั้งสิ่งอำนวยความสะดวกนั้นทำให้ผู้คนไม่รู้จักตนเองซะด้วยซ้ำและไม่สามารถที่จะดำเนินชีวิตได้ถ้าขาดสิ่งอำนวยความสะดวก….2.กระหายที่จะได้ยินในสิ่งที่คิดไม่ถึง ถ้าใครที่ไม่รู้จักพี่ดู๋ แล้วมาดูรายการของแกที่ชื่อว่า “เจาะใจ” คุณอาจจะมองว่าแกเป็นคนที่มีคำตอบของคำถามที่แกถามแก่ผู้ถูกสัมภาษณ์อยู่แล้ว ซึ่งจริง ๆ ไม่ใช่นะ พี่ดู๋แกพูดภายในรายการว่า “แกกระหายที่จะได้ยินในสิ่งที่คิดไม่ถึง” แกไม่ได้คิดชุดคำตอบไว้ และไม่ได้ที่จะต้องให้ใครมาคิดแบบเดียวกับที่แกคิด เพราะมุมมองและแนวคิดของแต่ละคนนั้นแตกต่างกัน แกจึงเข้าใจผู้อื่นจากการมีมุมมองที่แตกต่างกันด้วย “เหตุผลของชุดคำตอบของผู้อื่น” 3.การเป็นพิธีกรเป็นเรื่องบังเอิญด้วยคำว่า “ผมเป็นไม่ได้” จากเด็กกิจกรรมสู่คณะสถาปัตยกรรมและได้มาเริ่มต้นเป็นพิธีกร ที่เริ่มต้นจากการบอกตนเองว่า “เป็นไม่ได้” สิ่งต่าง ๆ มากมายตลอดชีวิตของพี่ดู๋ที่แกได้ลงมือทำต่าง ๆ ซึ่งอยู่ ๆ โอกาสก็มาในตอนที่ไม่พร้อม แต่แกก็ลองทำดู จนวันนี้ได้เป็นพิธีกร ชื่อดังที่มีคนรักและชื่นชอบทั่วประเทศไทย (ผมเองก็เป็นหนึ่งในนั้น)4.การมองโลก การที่จะพูดอะไรออกไป สำหรับพี่ดู๋มันมาจากการมองโลกในแง่ดี เพราะการพูดทุกครั้งของแก จะไม่ใส่ยาพิษให้กับผู้ฟังและจะไม่พูดอะไรที่ทำให้สังคมนั้นเกิดความแตกแยก5.จุดสลบของพิธีกร คือ “การแคร์ผู้อื่น” ในการเป็นพิธีกรที่ดีสำหรับพี่ดู๋ก็คือ “การแคร์ผู้อื่น” เพราะในการสนทนาต่าง ๆ เราควรที่จะต้องเข้าใจและแคร์ความรู้สึกของผู้อื่น เช่น ถ้าเราพูดในสิ่งที่ผู้อื่นไม่อยากฟัง พูดเรื่องซ้ำ ๆ เดิม ๆ หรือ ผู้ฟังไม่อยู่ในสถานการณ์ที่พร้อมจะฟัง แต่เราก็ยังพูด นั่นถือว่าไม่ได้แคร์ผู้อื่นเลย... และภายในรายการพี่ดู๋ยังพูดย้ำอีกว่า “ถ้าเราไม่เข้าใจและไม่แคร์ผู้อื่นเลย อย่าคาดหวังว่าเราจะพัฒนาตนเองไปสู่การเป็นพิธีกรที่ดีเลย”6.อย่านำวิธีของผู้อื่น มาใช้กับตนเองแบบ 100% ถ้าเราเห็นวิธีการจากบุคคลที่เราชื่นชอบและเราจะนำมาใช้เป็นวิธีของตนเองนั้นไม่ได้หมายความว่า “เราจะทำได้” เพราะความแตกต่างของช่วงวัยอายุ ความสัมพันธ์ หรือ มาตรฐานในการดำเนินชีวิต ซึ่งของทุกคนนั้นแตกต่างกัน สิ่งที่ควรทำก็คือ “การนำมาปรับใช้ให้เหมาะสมกับตนเอง”7.การอ่านหนังสือเหมือนกับการดูหนัง ในปัจจุบันพี่ดู๋ก็ยังคงอ่านหนังสือทุกวันก่อนนอนทุกคืน สำหรับแกการอ่านหนังสือนั้นเป็นเหมือนกับการดูหนัง ไม่มีใครมาบังคับแกก็อ่านของแก ซึ่งแนวคิด ทัศนคติ การมองโลกส่วนหนึ่งก็มาจากการอ่านหนังสือที่แกได้อ่านทุกคืนก่อนนอนนั่นเอง จากใจของผู้เขียน : ผมเป็นคนหนึ่งที่ชื่นชอบพี่ดู๋มาตั้งแต่เด็ก ๆ แล้วหละครับ ได้รู้จักกับพี่ดู๋ครั้งแรกผ่านทางรายการเจาะใจ ด้วยเอกลักษณ์ที่เฉพาะตัวไม่เหมือนใคร ทั้งท่าทาง การพูดและรอยยิ้มที่ปะปนมาด้วยเสียงหัวเราะ ที่เมื่อดูทีไรก็รู้สึกมีความสุขดีตลอดและอีกสิ่งหนึ่งที่ผมประทับใจแกมากที่สุดเลยก็คือ “แนวคิดและทัศนคติ” หากใครที่เคยได้ติดตามหรือเคยดูรายการเจาะใจของพี่ดู๋มา เราจะรู้ดีว่าแกเป็นคนที่เมื่อพูดอะไรจะเป็นสิ่งที่ดีและเป็นสิ่งที่อยู่ในด้านบวกเสมอ ไม่พูดโจมตี หรือ ปลุกปั่นให้ใคร หรือ แม้แต่แขกรับเชิญ ว่าจะต้องเชื่อในสิ่งที่พี่ดู๋คิดต่าง เพราะในรายการ Perspective มีช่วงหนึ่งของรายการที่พี่ดู๋ พูดกับพี่เปอร์ว่า “ผมกระหายที่จะได้ยินอะไรที่แตกต่าง” เพราะการคิดต่างนั้นไม่ใช่สิ่งที่ผิด แต่มันเป็นสิ่งที่ดี ถ้าหากเราคิดอย่างถูกต้อง ซึ่งถ้าหากเพื่อน ๆ นั้นต้องการที่จะมีแนวคิดและทัศนคติในการดำเนินชีวิต หรือ การมองโลกที่ดีขึ้น "พี่ดู๋-สัญญา คุณากร" คนหนึ่งแหละที่จะทำให้ชีวิตของคุณนั้นเปลี่ยนไปเหมือนกับผมจริง ๆ เพราะความสำเร็จที่คุณโหยหาหรือกำลังลงมือทำ มันไม่ได้ใช้กำลังเพียงอย่างเดียวแต่มันใช้สมองอีกด้วย หากเราพัฒนาสมองของเราให้มีแนวคิดและทัศนคติที่ดีขึ้นแล้ว ไม่ว่าคุณจะทำอะไร ยังไงก็ประสบความสำเร็จอย่างแน่นอน!!ติดตามผลงานอื่น ๆ ได้ที่ : ห้องสี่เหลี่ยมPhoto by : (Cover) PerspectiveTV , รูปภาพที่ (1 , 2 , 3 , 4 ,5 , 6 , 7)