สำหรับบทความนี้ขอรีวิวหนังสือเอาใจผู้ที่ชอบอ่านเรื่องสนุก ๆ กันบ้างนะคะ ผู้เขียนขอแนะนำหนังสือแนวอ่านเล่นที่ผู้เขียนอ่านแล้วรู้สึกประทับใจมารีวิวให้อ่านกัน โดยเล่มแรกมีชื่อว่า “ รุ่นน้อง ” และเล่มต่อมาคือ “ กว่าเจ๊จะเป็นหมอ ” หนังสือทั้ง 2 เล่มนี้ถึงแม้ว่าชื่อเรื่องอาจจะดูแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง แต่เนื้อหาข้างในมีความเกี่ยวข้องในเรื่องเดียวกัน นั่นคือบรรยายเนื้อหาเกี่ยวกับการเป็นนักศึกษาแพทย์ค่ะภาพโดยผู้เขียน เล่มแรกเป็นเรื่อง " รุ่นน้อง " หากใครเคยได้ชมภาพยนตร์เรื่องรุ่นพี่มาแล้วจะเข้าใจเนื้อเรื่องได้เป็นอย่างดี เพราะหนังสือเรื่องรุ่นน้องนั้น เป็นภาคต่อของภาพยนตร์เรื่อง " รุ่นพี่ " นำแสดงโดย พลอยชมพู ญานนีน ภารวี ไวเกล ที่รับบทเป็นม่อน ซึ่งเป็นตัวดำเนินเรื่องหลัก ม่อนมีสัมผัสพิเศษนั่นคือการได้กลิ่นของวิญญาณ และเธอได้พบกับวิญญาณของรุ่นพี่ในโรงเรียนที่โผล่มาขอความช่วยเหลือจากเธอ เขาขอให้เธอช่วยสืบหาว่า เขาเป็นใคร ตายได้อย่างไร ม่อนสืบสาวราวเรื่องจนสามารถช่วยเหลือเขาให้ไปเกิดได้ในที่สุดภาพโดยผู้เขียน ต่อมาในหนังสือเรื่องรุ่นน้องที่เขียนโดย คุณวิศิษฎ์ ศาสนเที่ยง ได้บอกเล่าเรื่องราวต่อจากชีวิตมัธยมปลายของม่อน ที่เธอได้กลายมาเป็นนักศึกษาแพทย์ และสื่อสารกับวิญญาณจนได้เข้ามาพัวพันกับคดีฆาตกรรม และเผชิญเรื่องราวต่าง ๆ มากมาย ที่รอให้เธอและหมอโน รุ่นพี่คนสนิทของเธอช่วยกันสะสางคดี การดำเนินเรื่องผสมผสานไปด้วยความสนุก ตื่นเต้น ชวนสงสัย ไขปริศนา ต้องยอมรับในแนวคิดของคุณวิศิษฎ์ ที่เขียนออกมาได้สนุกน่าติดตาม อ่านแล้วเดาตอนจบไม่ถูกเลยทีเดียวค่ะภาพโดยผู้เขียน หนังสือเล่มต่อมาก็เป็นเรื่องเกี่ยวกับการเป็นนักศึกษาแพทย์อีกเช่นกัน หนังสือเล่มนี้มีชื่อว่า " กว่าเจ๊จะเป็นหมอ " เขียนโดยเจ้าของ " เพจหมอตุ๊ด " นั่นคือ นายแพทย์อุเทน บุญอรณะ หรือ เรียกแทนตัวเองว่าเจ๊หมอ ที่ได้ถ่ายทอดเรื่องราว ประสบการณ์การเป็นนักศึกษาแพทย์ ตั้งแต่ปีแรกจนถึงปีสุดท้าย ซึ่งเจ๊หมอสามารถถ่ายทอดเรื่องราวได้อย่างสนุกสนาน คล้ายกับว่าการเรียนแพทย์นั้นไม่ใช่เรื่องยาก แต่ในเนื้อเรื่องก็แฝงไปด้วย ความสุข ความทุกข์ ความเครียด ความดีใจ หรือแม้แต่เรื่องความรัก ปะปนกันไปตามความเป็นจริงของชีวิต รวมไปถึงเรื่องผี ซึ่งเป็นเรื่องธรรมดาที่หมอทุกคนต้องเคยเจอแต่ด้วยจรรยาบรรณจึงไม่สามารถบอกเล่าออกมาได้ภาพโดยผู้เขียน เมื่อผู้เขียนเปิดอ่านไปในแต่ละบท เรื่องราวต่าง ๆ ทำให้ผู้เขียนรับรู้ได้ว่า การจะมาเป็นหมอต้องใช้ความพยายามในหลาย ๆ ด้าน ไม่ใช่แค่วิชาความรู้เท่านั้น แต่การทำงานร่วมกัน การสื่อสารกับคนไข้ก็เป็นเรื่องสำคัญ หนังสือเล่มนี้จึงเหมาะกับการเป็นหนังสือที่สร้างแรงบันดาลใจดี ๆ แก่น้อง ๆ ที่มีความฝันอยากจะเป็นหมอ ให้ลองซื้อมาอ่านกันดูค่ะภาพโดยผู้เขียน