'ดอยบอย DOI BOY' หนังไทยแนวดรามา-อาชญากรรม สะท้อนมุมมืดของสังคม ผลงานการสร้างโดยความร่วมมือของ Netflix และ เนรมิตหนัง ฟิล์ม กำกับการแสดงและบทภาพยนตร์โดย นนทวัฒน์ นำเบญจพล ออกฉายครั้งแรก 7 ตุลาคม 2566 เรื่องย่อhttps://www.youtube.com/watch?v=cJKt1Ni-3kk'ศร' แรงงานหนุ่มไทใหญ่ตัดสินใจละทิ้งความลำบากและชีวิตที่ถูกกดทับ เดินหน้าเข้าประเทศไทยเพื่อชีวิตที่ดีกว่า เมื่อเขาเก็บเงินได้จำนวนหนึ่ง ศรตัดสินใจไปหางานทำในจังหวัดเชียงใหม่ เขาได้ทำงานที่บาร์ DOI BOY Club คอยต้อนรับเอนเตอร์เทนและเป็นเพื่อนนอนลูกค้าผู้ชายเมื่อสถานการณ์โควิด 19 ระบาดอย่างหนัก จนสถานบันเทิงถูกสั่งปิด ทำให้ศรไม่มีเงินใช้ พอดีกับที่ 'จิ' ตำรวจหนุ่มลูกค้าประจำของศรที่มีงานเสริมคือรับอุ้มหายคน ชักชวนให้เขาทำงานเป็นไกด์พาตัว 'วุธ' แกนนำนักเคลื่อนไหวทางการเมือง ไปยังรัฐฉานซึ่งเป็นบ้านเกิดของศร สุดท้ายแล้วศรจะรอดพ้นจากอิทธิพลมืดและมีชีวิตอย่างที่ตัวเองต้องการ ในที่ ๆ เป็นของเขาได้หรือไม่ รับชมได้ใน 'DOI BOY' นักแสดงหลักอัด อวัช รัตนปิณฑะ รับบทเป็น 'ศร' หรือ วัน (ชื่อเดิม) แรงงานหนุ่มไทใหญ่ที่แอบลักลอบเข้าเมืองไทยอย่างผิดกฎหมาย อดีตเขาเคยบวชและถูกจับสึกให้มาเป็นทหารออกรบทำสงครามเพื่อพิทักษ์บ้านเกิด แต่ ศร ทนอยู่ไม่ได้เขาต้องการมีชีวิตที่ดีกว่านี้ศร ตัดสินใจลงหลักปักฐานอยู่ที่เชียงใหม่ ทำงานในบาร์เกย์ จนเริ่มมีเงินเก็บและชีวิตกำลังก้าวหน้า แต่แล้วเมื่อโควิด 19 มาเยือน ชีวิตศรก็พังลงทันที ความจนบีบบังคับให้เขาต้องเข้าร่วมขบวนการอิทธิพลมืด สำหรับ 'อัด' ผู้เขียนจำได้ว่าสมัยก่อนเข้าแจ้งเกิดจากการเล่นซีรีส์ฮอร์โมนวัยว้าวุ่น รับบทเป็น โอ๊ค หนึ่งในสมาชิกแก๊งของไผ่สำหรับ DOI BOY บทที่เขาได้รับถือว่าท้าทายมาก เริ่มจากคนชายขอบของสังคมที่ไม่มีสิทธิเสรีภาพ ตั้งแต่ตอนอยู่ที่บ้านเกิด พอมาอยู่ไทยก็ต้องจำยอมรับสภาพถูกกดขี่เพราะตัวเองเข้ามาแบบผิดกฎหมาย ชื่นชมที่อัดทุ่มเทกับภาษาไทใหญ่จริง ๆ พูดออกมาได้อย่างไหลลื่น เราชอบการใช้สายตาของเขา ไม่ว่าจะเป็นฉากขายบริการ จริตจะก้านมาเต็ม มีความเซ็กซี่ ยั่วยวนเบา ๆ หรือตอนอยู่กับคนรักก็ดูคลั่งรักมาก สายตาที่เดียงสาและบริสุทธิ์ แต่ก็พร้อมที่จะสู้ ก็ทำได้ดีถือเป็นผลงานมาสเตอร์พีซ อัดเล่นได้เหมือนคนประเทศเพื่อนบ้านจริงๆ เล่นเนียน เก็บรายละเอียดบุคลิกท่าทางได้ดี เสื้อผ้าก็ส่งไปอีก เป้ อารักษ์ อมรศุภศิริ รับบทเป็น 'จิ' ตำรวจหนุ่มที่มีอาชีพเสริมคือรับจ้างอุ้มหายคนที่เป็นแกนนำม็อบ เขาคือลูกค้าประจำของศรจิ กำลังจะได้เป็นพ่อคน เขาอยากเลิกอาชีพนี้เต็มทน ไม่อยากทำบาปอีกต่อไป งานสุดท้ายก่อนที่จะวางมือ คือ ต้องจัดการวุธ โดยจิมีแผนการบางอย่างที่จะทำ เขาได้ว่าจ้างศรให้เข้าร่วมขบวนการนี้การแสดงของ 'เป้' ในบทนี้ทำได้ดี ตัวละคร 'จิ' คือผลผลิตของคนที่โดนระบบและเบื้องบนกดทับให้ต้องทำ ถ้าเขาไม่ทำคนที่เดือดร้อนก็จะเป็นตัวเขาและครอบครัว เอาจริง ๆ เราเห็น จิ แล้วรู้สึกลัวปนสยองนะ เห็นถึงความเลือดเย็น ในขณะที่ดูไปเรื่อย ๆ บทนี้ก็แสดงให้เห็นถึงความน่าเห็นใจและทำให้เราเข้าใจในการกระทำและการตัดสินใจเรื่องนี้เป้ต้องเพิ่มน้ำหนักขึ้นถึง 10 กิโลเพื่อให้ใกล้เคียงกับบทบาทมากที่สุดถือเป็นมิติการแสดงที่น่าสนใจเล่นน้อยแต่เห็นถึงความอำมหิต เอม ถาวรศิริ รับบทเป็น 'วุธ' นักกิจกรรมทางการเมือง เขาตัดสินใจสานต่ออุดมการณ์และสู้เพิ่อ ภูมิ แฟนหนุ่มที่เป็นแกนนำและกำลังจะแฉข้อมูลสำคัญ แต่ถูกจิอุ้มหายไปเสียก่อนการแสดงของ 'เอม' เริ่มจากการสูญเสียคนรัก ร้องไห้ ฟูมฟาย โกรธแค้น แต่ก็ต้องจำยอมทำตามแผนของจิ เพื่อความอยู่รอดของตัวเอง เรื่องนี้เขาต้องลดวัยเล่นเป็นเด็กวัยรุ่นอายุ 20 กว่า และมีอินเนอร์ความเป็นคุณเจ้ด้วยเล่นได้มีจริตจะก้าน เก็บรายละเอียดความเป็นกลุ่มเพศที่หลากหลายได้ดี ซีนดรามาเล่นน้อยแต่สะเทือนอารมณ์ ประเด็นที่น่าสนใจ1. สะท้อนสังคมชีวิตที่ต้องดิ้นรนปาดกัดตีนถีบ ผ่านอาชีพ Sex Worker'ศร' หนุ่มไทใหญ่ที่เข้าเมืองอย่างผิดกฎหมาย ต้องทำงานแบบหลบๆ ซ่อนๆ ถึงแม้จะต้องขายบริการเขาก็ต้องยอมเพื่อปากท้อง รวมทั้ง 'บี๋' แฟนสาวของศรที่มาจากภาคอีสาน เธอทำงานเป็นนักร้องคาราโอเกะ เป็นเด็กเสี่ย เด็กเอนด้วย ทำสองทำเพราะอยากหลุดพ้นจากความจน เงินจะทำให้ทั้งคู่ได้ใช้ชีวิตด้วยกันอย่างมีความสุขหรือแม้แต่ 'กร' เพื่อนชาวไทใหญ่ที่หนีค่ายทหาร มาทำงานขายบริการที่เดียวกับ ศร เมื่อ บาร์ถูกสั่งปิด เขายอมลดค่าตัว ยืนขายบริการอยู่ข้างทาง เพื่อเงินต่อลมหายใจและชีวิตถ้าเลือกได้ทุกคนคงอยากทำงานที่สังคมยอมรับ แต่พวกเขาไม่มีลู่ทางและโอกาส2. ระบอบการปกครองที่กดทับประชาชน ตัวละครหลักทั้งสามอย่าง ศร, จิ และ วุธ ต่างถูกระบอบการปกครองกดทับและจำกัดเสรีภาพในการใช้ชีวิต'ศร' มีความสุขอยู่กับการบวชแต่ทางการก็บังคับสึกให้ออกมาเป็นทหารออกรบ มาอยู่ไทยก็ต้องหลบหนีตำรวจ เพราะปัญหาและระบบการจัดการด้านสิทธิมนุษยชน ต้องจำยอมรับสภาพการอยู่อย่างไร้ตัวตน'วุธ' ประชาชนคนหนี่งที่ตั้งคำถาม และลุกขึ้นใช้สิทธิของตนเรียกร้องความถูกต้อง แต่กลับถูกอิทธิพลมืดสั่งอุ้มหาย เขาคือบุคคลที่กำลังจะถูกลบตัวตนให้สูญหายไปตลอดกาล 'จิ' คนที่รับใช้อิทธิพลมืดและอุ้มหายบุคคล ถึงแม้เขาจะคิดได้และพยายามเลิกอาชีพนี้ แต่เมื่อขึ้นหลังเสือแล้วเขาก็ต้องเดินหน้าต่อไป หยุดไม่ได้ ถ้าหยุดลมหายใจเขาก็จะหยุดไปตลอดกาล จิ คือตัวแทนของการถูกบังคับให้เป็นอย่างที่คนอื่นอยากให้เป็นจิไม่ได้ต่างจากศรและวุธเลย ทั้งสามต่างถูกจำกัดและริดรอนสิทธิเสรีภาพ3. ความจริงที่พูดออกมาไม่ได้และไม่ควรมีใครควรถูกบังคับให้สูญหาย'ภูมิ' และ 'วุธ' พยายามทำทุกอย่างเพื่อความถูกต้อง พวกเขาไม่ได้เกลียดชังประเทศไทย แต่เพียงต้องการให้ที่นี่มันดีขึ้น เป็นระบบที่ตรวจสอบได้ พวกเขาเชื่อว่าระบบโครงสร้างและการบริหารที่ดีจะทำให้คุณภาพชีวิตของคนไทยดีขึ้นตเช่นเดียวกับ 'ศร' ที่เขาไม่อยากกลับบ้านเกิด ไม่ใช่เพราะชังพื้นที่แต่ไม่ชอบระบอบการปกครอง ที่เกิดจากมนุษย์กระทำต่อมนุษย์ด้วยกัน4. การสอดแทรกประเด็น LGBTQ ทำได้น่าสนใจ เห็นถึงความหลากหลายและลื่นไหลทางเพศ ภาพรวมของหนังการกำกับและการแสดง โทนภาพดูหม่น เข้ากับธีมของเรื่อง ฉากดาร์ก ๆ กำกับภาพและดนตรีประกอบได้ลุ้นระทึกดี ชอบการเล่นแสงสี ถือว่างานภาพถ่ายทอดได้มีศิลปะ บทภาพยนตร์ ให้ที่มาและภูมิหลังของตัวละครทั้งสามได้ดี รวมทั้งการสะท้อนภาพของสังคมซึ่งทำได้อย่างถึงของ ไดอะล็อกหลายอันชวนตั้งคำถามกับสังคมนักแสดง นอกจาก 3 ตัวละครหลักแล้ว นักแสดงสมทบภายในเรื่องเลือกมาได้น่าสนใจ ที่ว้าวสุดคือ นำ 'แป้ง อรจิรา' ผู้เคยรับบทเป็นพี่สาวของของเป้ อารักษ์ ในหนัง #บอดี้ศพ 19 เมื่อ 16 ปีก่อน มาเจอกันอีกครั้งในบทสามี ภรรยาหรือ 'แคร์ ปาณิสรา' ที่พลิกบทเป็นสาวขายบริการก็ทำได้ดี ดูสู้ขีวิตปากกัดตีนถีบ แม้กระทั่งคนเบื้องหลังอย่าง 'ไก่ ณัฐพงศ์'จาก ตากล้อง มารับงานแสดงเบื้องหน้า ก็ทำได้ดี ดูเข้าใจเพื่อน และดูเนียนเหมือนเป็นคนประเทศพื้นบ้าน พื้นเพเขาเป็นคนแม่ฮ่องสอนด้วย ถือว่าทีมแคสติ้งทำงานได้ละเอียดการดำเนินเรื่อง ดูแล้วรู้สึกว่าสถานการณ์ร้าย ๆ กำลังจะดีขึ้น แต่แล้วก็มีบางสิ่งที่ชวนให้ลุ้นระทึกว่าชะตากรรมของตัวละครจะลงเอยอย่างไรโดยรวมแล้วผู้เขียนดูแล้วรู้สึว่า การเล่าเรื่อง เล่าในมุมมองของผู้ที่รู้เห็นและถ่ายทอดออกมาเท่าที่ตัวเองรู้ แต่ปัญหาต่าง ๆ ก็ยังคงถูกซุกเอาไว้ใต้พรมต่อไป จริงเท็จหรือมืดดำอย่างไรขึ้นอยู่ที่ดุลยพินิจของผู้ชม ส่งท้ายหนังเรื่องนี้ให้อารมณ์ความรู้สึกกับผู้เขียนหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็น สงสาร หดหู่ โกรธ ไม่พอใจ รวมทั้งเห็นใจในการกระทำของแต่ละตัวละคร และชวนให้ผู้เขียนคิดว่าหากระบบการบริหารงานของภาครัฐมีประสิทธิภาพ จะช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนให้ดีขึ้น และช่วยลดความเหลื่อมล้ำในสังคม การเมืองส่งผลต่อชีวิตทุกคน อยู่ที่ว่าเราจะสนใจหรือปล่อยผ่านDOI BOY ถือเป็นหนังไทยอีกเรื่องที่บันทึกหน้าหนึ่งของประวัติศาสตร์ไทยได้เป็นอย่างดีในช่วงที่โรคระบาดและการชุมนุมมาเจอกันให้คะแนนภาพรวมของหนัง 'ดอยบอย DOI BOY' : 9/10 คะแนนรับชมได้ทาง Netflix นะคะ เครดิตภาพหน้าปกออกแบบโดย canvaภาพพื้นหลังหน้าปก Anti-Archive : ภาพที่ 1ภาพประกอบเนื้อหา Netflix : ภาพที่ 1 / ภาพที่ 2 / ภาพที่ 3 / ภาพที่ 4 / ภาพที่ 5 / ภาพที่ 6 / ภาพที่ 7 / ภาพที่ 8ลิงก์คลิปวิดีโอประกอบเนื้อหา Netflix Thailand : คลิปที่ 1 จะฟังเพลงหรือดูหนัง ซีรีส์ใหม่สุดปัง โหลดเลยที่ App TrueID โหลดฟรี !