รีเซต

[US Box Office] "Insidious: Out of the Further" วิญญาณกลับมาหลอน แต่ยังต้องพ่ายให้แมงมุมต่อไป

[US Box Office] "Insidious: Out of the Further" วิญญาณกลับมาหลอน แต่ยังต้องพ่ายให้แมงมุมต่อไป
Jeaneration
24 สิงหาคม 2569 ( 09:00 )
271

Box Office Spider-Man: Brand New Day

บ็อกซ์ออฟฟิศอเมริกา รายงานอันดับหนังทำเงินประจำสุดสัปดาห์วันที่ 21-23 สิงหาคม 2026 - เข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้ายของโปรแกรมหนังซัมเมอร์ประจำปีนี้ ถือว่าเป็นวีคนี้หนาแน่นไปด้วยทัพหนังเข้าใหม่มาเสริมความหลากหลาย แต่ถึงแม้ว่าจะมาเยอะแค่ไหน ดูเหมือนว่าแชมป์หนังที่หัวตารางก็ยังไม่เปลี่ยนแปลงเป็นเรื่องอื่น พ่นใยเรืองรองแชมป์่ต่อไป พร้อมกับรายล้อมไปด้วยหนังใหม่ ๆ ที่พยายามแทรกเข้ามาเอาซีน ที่สำหรับในช่วงปลายฤดูร้อนแบบนี้ ส่วนใหญ่แล้วมักจะเป็นแค่เพียงหนังไม้ประดับที่ไม่ได้เน้นความหวือหวาในกระแสและการโกยรายได้สักเท่าไหร่

นั่นจึงยังทำให้ "Spider-Man: Brand New Day" ยังคงเรืองรองแชมป์ต่อไปเป็นสัปดาห์ที่ 4 ต่อเนื่องแล้ว ล่าสุดเก็บไปเพิ่มอีก 39 ล้านเหรียญ แม้ว่าจะมีแบ่งรอบฉายและโรงฉายไปให้กับหนังเรื่องอื่นบ้างแล้ว แต่วีคนี้รายได้เฉลี่ยต่อโรงหนังก็ยังเฉียด ๆ หลักหมื่นอยู่เลย กับตัวเลขเปลี่ยนแปลงต่อสัปดาห์ลดลงไปที่ -45% เท่านั้น ทำให้ตัวเลขล่าสุดในอเมริกาขยับไปแตะที่ 855 ล้านเหรียญ ยังมีลุ้นกับโอกาสความเป็นไปได้ที่จะปิดโปรแกรมระดับพันล้านได้อยู่

ขณะที่สถานการณ์ทั่วโลกก็ทะยานรายได้ไปได้กว่า 2.22 พันล้านเหรียญ ยังรั้งอยู่ในอันดับที่ 4 ของหนังทำเงินสูงสุดของโลก และคาดว่าวีคหน้าอาจจะมีการขยับขึ้นไปเป็นที่ 3 นักวิเคราะห์มองว่า Spider-Man: Brand New Day น่าจะมีโอกาสยึดตำแหน่งแชมป์ไปได้อีก จนถึงสัปดาห์ที่ 2 เดือนกันยายน เพราะหลังจากนี้แทบไม่มีหนังคู่แข่งที่น่ากลัวเข้าฉายเลย จนกว่าจะเป็นคิวการมาของ Practical Magic 2 และ Resident Evil ตามลำดับ

ส่วนเรื่องที่เปิดตัวได้ดีที่สุดในสัปดาห์นี้ก็คือการกลับมาตำนานวิญญาณตามติด "Insidious: Out of the Further" กลับมาสานต่อภาคที่ 6 ของหนังชุดนี้ ออกสตาร์ทกับตัวเลข 3 วันแรกที่ 25.3 ล้านเหรียญ จาก 3,303 โรงฉายทั่วอเมริกา คิดเป็นรายได้เฉลี่ยต่อโรงราว ๆ 7,600 เหรียญ ก็ถือว่ายังเป็นเฟรนไชส์หนังที่ยังรักษามาตรฐานตัวเองเอาไว้ได้ดี แม้ว่าจะเป็นตัวเลขเปิดตัวที่น้อยกว่า 33 ล้านเหรียญ ที่ Insidious: The Red Door ภาคที่แล้วทำเอาไว้ในปี 2023 ก็ตาม

สำหรับหนังภาคนี้ถือว่าได้การต้อนรับจากนักวิจารณ์ที่ดีกว่าหลาย ๆ ภาคที่ผ่านมา เห็นได้คะแนนรีวิวเฉลี่ยได้มา 58% ถือว่าค่อนข้างสูงกว่ามาตรฐานด้วยซ้ำ พร้อมกับเปิดตัวนอกกระแสได้ด้วยตัวเลขอีก 35 ล้าน กลายเป็นหนังสตาร์ททั่วโลกได้สวย ๆ ระดับ 60 ล้านเหรียญ จากทุนสร้างแค่เพียง 18 ล้านเท่านั้นเอง ยังคงตอกย้ำได้ชัดเจนว่า แฟน ๆ หนังชุดวิญญาณตามติดยังคงพึงพอใจกับตัวหนังอยู่ และหนังก็ยังคงรักษาการเป็นหนังลงทุนน้อย ๆ แต่กอบโกยได้เยอะ ๆ อยู่ต่อไป

ย่างเข้าสู่วีคที่ 6 แล้ว "The Odyssey" ก็ยังไม่ยอมลงไปจาก Top 3 ง่าย ๆ วีคนี้เก็บไปอีก 19.5 ล้านเหรียญ ลดลงไปจากวีคก่อนแค่ -17% เท่านั้น ยังคงพิสูจน์ได้ชัดเจนว่าหนังมหากาพย์ของคริสโตเฟอร์ โนแลนเรื่องนี้ ซื้อใจคนดูได้ในระยะยาว กับจุดแข็งที่หนังยังสามารถรักษารอบฉายในโรง IMAX ได้ไปจนถึงเดือนกันยายนนี้ ทำให้ล่าสุดรายได้ในอเมริกามุ่งไปแตะ 540 ล้านเหรียญ กับการสะสมตัวเลขทั่วโลกที่ทำได้แล้วกว่า 1.44 พันล้านเหรียญ

ปีนี้..ไม่ใช่ปีที่ดีของ วอร์เนอร์ บราเธอร์ส จริง ๆ เพราะ "The End of Oak Street" ร่วงลงมาอยู่อันดับที่ 5 ในวีคนี้ กับรายได้ที่ลดลงฮวบถึง -57% เก็บไปได้อีกแค่ 9 ล้านเหรียญ ที่ต้องมาแข่งชิงอันดับกับ "PAW Patrol: The Dino Movie" ซึ่งตอนนี้รั้งในอันดับที่ 4 กับรายได้ 9.1 ล้านเหรียญ เฉือนแซงกันแค่หลักแสน หนังทั้งสองเรื่องนี้เพิ่งเข้าฉายไปสัปดาห์ก่อน แต่ก็มีสถานการณ์ที่ไม่ค่อยจะสู้ไหวมากนัก โดยหนังไดโนสาร์ทะลุมิติทั้งคู่นี้ ทำยอดรวม 10 วันแรกไปได้ 38 ล้านเหรียญ กับ 35 ล้านเหรียญ ตามลำดับ ที่บอกเลยว่า...ไม่สู้ดีเลยจริง ๆ

เฮียเจสันกลับมาบู๊ประจำช่วงเวลาอีกครั้ง กับหนังใหม่ของเขา "Mutiny" ที่ออกสตาร์ทเปิดตัวได้แบบซอฟต์ ๆ กับรายได้ 7.5 ล้านเหรียญ จาก 2,703 โรงฉาย ถือว่าเป็นตัวเลขที่น้อยกว่าที่หลายฝ่ายคาดไว้ และยังคงตอกย้ำสถานการณ์ความตกต่ำของหนังบู๊ได้อยู่ต่อไป โดยลีลาบู๊ของเฮียเจสันเรื่องนี้ได้คะแนนรีวิวเฉลี่ยในระดับกลาง ๆ ที่ 50% แต่ที่น่าวิตกก็คือหนังใช้ทุนสร้างค่อนข้างพอสมควรในระดับ 40 ล้านเหรีบญ แต่การเปิดตัวได้เพียงเท่านี้...ค่อนข้างจะเหนื่อยไม่เบาแน่

หนังดรามากระแสดีจากชีวิตในครัว "Tony" ได้ฤกษ์ฉายแบบวงกว้างอย่างเป็นทางการ ทำให้วีคนี้ขยับเข้ามาถึง Top 10 กับรายได้ 5 ล้านเหรียญ จากการฉาย 1,642 โรงฉายทั่วอเมริกา นี่คือหนังขวัญใจนักวิจารณ์ กวาดคะแนนได้สูงถึ 95% และกลายเป็นกระแสปากต่อปากที่ผู้ชมแห่แหนกันไปดู หลังได้ฤกษ์เพิ่มโรงฉายให้ทั่วประเทศ ขณะที่หนังเจาะกลุ่มสาว(ใหญ่) "Spa Weekend" ออกสตาร์ทไปเบาะ ๆ ที่ 3.1 ล้านเหรียญ จาก 2,009 ถือว่าเปิดตัวได้ไม่ค่อยมีอนาคตที่ดีสักเท่าไหร่ หวังจะมาเจาะกลุ่มผู้หญิงแต่เสียงรีวิวค่อนข้างสยอง

"The Fast and the Furious" นำกลับมาฉายใหม่ฉลองครบ 25 ปี ก็ทำเงินติด Top 10 อยู่นะ กับรายได้ 3.1 ล้านเหรียญ นี่คือหนังคลาสสิกที่เป็นต้นกำเนิดของหนังแข่งรถซิ่งที่ท้าทายทุกกฎฟิสิกส์ ที่ล่าสุดกำลังอยู่ระหว่างดำเนินการสร้างภาคจบในภาคที่ 11 ถัดมาอีกเรื่องที่เปิดตัวใหม่ก็คือ "The Magic Faraway Tree" หนังครอบครัวแฟนตาซีที่มี แอนดรูว์ การ์ฟิลด์ แสดงนำ เปิดตัวไปแค่เบา ๆ เพียง 1.3 ล้านเหรียญ จาก 1,611 โรงฉาย ไม่ค่อยมีกระแสมากนัก แม้ว่าเสียงรีวิวจะค่อนข้างน่าพอใจ ได้คะแนนสูงถึง 79% เลยทีเดียว

นอกจากนี้ยังมี "Hot Spot" หนังไซไฟที่โดนรีวิวสับเละ เปิดตัวได้เหงา ๆ แค่ 250,000 เหรียญ จาก 268 โรงฉายทั่วอเมริกา เป็นอีกเรื่องที่ไม่น่าจะยืนโรงฉายได้ยืนยาว และ "It Ends" หนังระทึกขวัญวัยรุ่นกระแสดี ที่โกยรีวิวได้สูง 94% เปิดตัวฉายแบบวงจำกัดแค่ 5 โรงฉาย ด้วยรายได้ 60,512 เหรียญ คิดเป็นรายได้เฉลี่ยต่อโรงราว ๆ 12,000 เหรียญ ถือว่าค่อนข้างใช้ได้ โดยคาดว่าหนังจะมีการขยายวงกว้างเพิ่มขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้ต่อไป

สัปดาห์ถัดไปจะเป็นการส่งท้ายซัมเมอร์อย่างเป็นทางการ ที่มาพร้อมกับกองทัพหนังใหม่อีกกระบุง นำมาด้วยหนังบล็อกบัสเตอร์เรื่องล่าสุดของ ริดลีย์ สก็อต ใน "The Dog Stars" ร่วมด้วยหนังแอนิเมชันผสมไลฟ์แอคชันที่เกือบจะตายเพราะถูกอดีตค่ายหนังเดิมเขวี้ยงทิ้ง "Coyote vs. Acme" ต่อด้วยหนังเขย่าขวัญหรรษา "Buddy" หนังโรแมนซ์วัยใสฟอร์มเล็ก ๆ จากฝั่งอังกฤษ "Finding Emily" พร้อมทั้งหนังแอคชันพันธุ์ระห่ำวัยรุ่นชายแท้ "Idiots" และยังเป็นการพรีเมียร์ในอเมริกาอย่างเป็นทางการของ "Colony" หนังซอมบี้พันธุ์ใหม่จากเกาหลี

Source: TheNumbers

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง :

------------------------------------

>> ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID <<

หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย >> https://bit.ly/3xEgdAa