TrueID

“นุ๊ก สุทธิดา” เข้าให้ปากคำตำรวจ ปคบ. หลังผู้เช่าบ้านแอบทำเป็นโกดังถุงมือแพทย์ปลอม

“นุ๊ก สุทธิดา” เข้าให้ปากคำตำรวจ ปคบ. หลังผู้เช่าบ้านแอบทำเป็นโกดังถุงมือแพทย์ปลอม
Daradaily
15 ม.ค. 64
55

“นุ๊ก สุทธิดา” เข้าให้ปากคำตำรวจ ปคบ. หลังผู้เช่าบ้านแอบทำเป็นโกดังถุงมือแพทย์ปลอม

          วันนี้ 15 ม.ค. 64 เวลา 14.30 น. “นุ๊ก สุทธิดา เกษมสันต์ ณ อยุธยา” นักร้องนักแสดงหญิงชื่อดัง ได้เข้าให้ปากคำกับพนักงานสอบสวน กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค หรือ ปคบ. เพื่อให้ข้อมูลกรณีที่เป็นเจ้าของบ้านเช่าในซอยลาดพร้าว 126 ที่ผู้ต้องหาใช้เป็นสถานที่ผลิตถุงมือยางไม่ได้คุณภาพ

 

           “นุ๊ก สุทธิดา” เปิดเผยว่า... ได้นำเอกสารการเช่าบ้าน และเอกสารต่างๆ ที่เกี่ยวข้องมาให้ตำรวจ ปคบ.เพื่อเป็นหลักฐาน ซึ่งตนได้ซื้อบ้านหลังดังกล่าวมา 12 ปีแล้ว โดยให้เช่าผ่านบริษัทเอเจนซี่อันดับหนึ่งของประเทศไทย ที่มีความน่าเชื่อถือ เพราะบ้านมีขนาดใหญ่ มีเนื้อที่ 1 ไร่ มี 3 อาคาร 7 ห้องนอน 10 ห้องน้ำ โดยทำสัญญาเช่ากับผู้เช่าเป็นเวลา 2 ปี ค่าเช่าเดือนละ 8 หมื่นบาท ซึ่งเพิ่งให้เช่ามาตั้งแต่เดือนตุลาคม ปี 2563 ที่ผ่านมาผู้เช่ามักจ่ายค่าเช่าไม่ตรงเวลา ขอผลักผ่อนเป็นประจำ และยังค้างค่าน้ำ ค่าไฟ อยู่ถึง 8 หมื่นบาท

            เบื้องต้นได้ยกเลิกสัญญาเช่า เพราะมีการทำผิดเงื่อนไขในสัญญาเช่า โดยเฉพาะการใช้บ้านเป็นสถานที่ทำผิดกฎหมาย จึงจะฟ้องแพ่งเพื่อร้องเรียกค่าเสียหายจากผู้เช่า เพราะพบว่ามีการทำให้บ้านเกิดความเสียหาย มูลค่านับล้านบาท

          สำหรับกรณีนี้ สืบเนื่องมาจากตำรวจ ปคบ.ร่วมกับ อย. เข้าตรวจค้นบ้านเลขที่ 193/2 ซอยลาดพร้าว 126 แขวงพลับพลา เขตวังทองหลาง และพบว่าหลังสืบทราบว่ามีการลักลอบย้อมสีบรรจุถุงมือยางทางการแพทย์มือสองและนำมาขายใหม่ พบของกลางจำนวนมาก ซึ่งบ้านที่เกิดเหตุเป็นบ้านของ “นุ๊ก สุทธิดา” ที่ให้ผู้ต้องหาเช่าเดือนละ 8 หมื่นบาท ซึ่งตำรวจได้เชิญมาเพื่อให้ข้อมูลในฐานะพยาน

           มีรายงานว่า ปคบ.ได้รับการร้องเรียนจากประชาชนหลายราย เกี่ยวกับโรงงานย้อมแมวถุงมือทั้งการนำเข้าถุงมือยางธรรมดาจากต่างประเทศ มาย้อมแมวเป็นถุงมือทางการแพทย์ และการนำถุงมือยางใช้แล้วมาทำความสะอาดแล้วใส่บรรจุภัณฑ์ใหม่เป็นถุงมือยางทางการแพทย์ ซึ่งอยู่ระหว่างตรวจสอบ หากพบว่ามีการกระทำความผิด ก็จะเข้าดำเนินการทันที

             นอกจากนี้ ยังพบว่าส่วนใหญ่เจ้าของโรงงานเป็นผู้กระทำผิดรายเดิมๆ ที่เคยย้อมแมวหน้ากากอนามัย โดยการย้อมแมวหน้ากากอนามัยธรรมดาเป็นหน้ากากอนามัยเพื่อทางการแพทย์ และนำหน้ากากอนามัยมือสองมาทำความสะอาดแล้วใส่บรรจุภัณฑ์ใหม่ส่งขาย ตั้งแต่การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 รอบแรก ใช่วิธีการเหมือนกัน แต่เปลี่ยนผลิตภัณฑ์ และเมื่อการย้อมแมวหน้ากากอนามัยทำยากขึ้น จึงเปลี่ยนแนวมาย้อมแมวถุงมือยางแทน ในช่วงนี้ที่โรคโควิด-19 กลับมาแพร่ระบาดรอบ 2 เพราะได้กำไรดีไม่แพ้กัน