รีเซต

รีวิวหนัง “Supergirl ซูเปอร์เกิร์ล” น้องสาวคนดีมาแล้ว! ซ่าส์ ๆ ใส ๆ แบบว่ากำลังมองหาที่ยืน

รีวิวหนัง “Supergirl ซูเปอร์เกิร์ล” น้องสาวคนดีมาแล้ว! ซ่าส์ ๆ ใส ๆ แบบว่ากำลังมองหาที่ยืน
Jeaneration
24 มิถุนายน 2569 ( 06:00 )
31

ค่อย ๆ เริ่มต้นไปทีละก้าวกับอาณาจักรหนังดีซียุคใหม่ ภายใต้การควบคุมดูแลของ เจมส์ กันน์ กับ ปีเตอร์​ ซาฟราน มาถึงคิวหนังลำดับที่ 2 ที่เป็นการรีบูตและรีเซ็ตใหม่แบบเบา ๆ ใน Supergirl ซูเปอร์เกิร์ล ฮีโร่ผู้เป็นน้องสาว ที่มีศักดิ์เป็นลูกพี่ลูกน้อยกับซูเปอร์แมน ได้เวลาที่เธอจะออกมาโลดแล่นก๋ากั่นอวดลีลาการพิทักษ์กาแลคซีอย่างเต็มรูปแบบ แน่นอนว่าการนำเดี่ยวของฮีโร่หญิงบนจอใหญ่นั้น นับว่าเป็นความท้าทายอีกรูปแบบหนึ่งเลยทีเดียว

ทุกอย่างได้อุบัติขึ้นในสัปดาห์วันเกิดของ คาร่า ซอร์-เอล ระหว่างที่เธอกับเจ้าคริปโตกำลังออกเดินทางท่องกาแลคซี เพื่อค้นหาดวงดาวสักดวงที่พอเหมาะจะเรียกว่าบ้าน แต่โชคชะตาได้นำพาให้เธอได้มาพบกับ รูธี นักรบสาวรุ่นเยาว์ ที่ภายในใจกำลังเดือดระอุไปด้วยไฟแค้น หมายจะเด็ดหัวศัตรูตัวร้ายที่สังหารครอบครัวผู้บริสุทธิ์ไปสิ้น กลายเป็นการผจญภัยและต่อสู้ร่วมกันในภารกิจที่ต่างฝ่ายต่างมีจุดหมายคนละอย่าง ที่ทำให้พวกเธอดำดิ่งไปสู่เส้นทางการต่อสู้ที่เด็ดเดี่ยวทรงพลัง

ผู้กำกับ “เคร็ก กิลเลสพี” ได้รับความไว้วางใจมอบหมายให้มาดูแลงานสร้างหนังฮีโร่เป็นเรื่องแรกในอาชีพของเขา และยังได้มีโอกาสกลับมาหยิบจับหนังบล็อกบัสเตอร์ทุนหนา ๆ อีกครั้ง หลังจากที่เกือบจะไปสวยกับ Cruella กับดิสนีย์ ที่น่าเสียดายที่ผลงานชิ้นนั้นของเขาเจอโควิดขวางทางเฉิดฉายเอาไว้เสียอย่างนั้น นี่จึงเป็นโอกาสครั้งล่าสุด ที่ทำให้เขาได้โชว์ศักยภาพและลีลาในการรังสรรค์ผลงานระดับฟอร์มบิ๊ก ๆ ในมือ ว่าจะเจ๋งสักแค่ไหน

ซึ่งผลลัพธ์ที่ออกมาใน Supergirl ก็ทำให้พบว่าหนังเรื่องนี้อาจจะมีสเกลที่ยิ่งใหญ่ไปสักหน่อยสำหรับ เคร็ก กิลเลสพี ปฏิเสธไม่ได้ว่าวิสัยทัศน์ในการฐานะนักสร้างของเขาก็ยังเปี่ยมล้นและใส่เต็มที่ในการปลุกปั้นหนังเรื่องนี้ออกมา แต่กลับพบว่าหนังค่อนข้างขาดเสน่ห์อะไรบางอย่าง จากมุมมองในแง่ความโดดเด่นและท่าไม้ตายของผู้กำกับที่พึงจะมีในหนังฮีโร่สักเรื่อง กลายเป็นว่าหนังเรื่องนี้ไม่ต่างกับการปรุงแต่งจากรสมือที่หยิบยืมมาจากคนอื่น ๆ และหนังเรื่องอื่น ๆ นำมายำรวมเป็นความเอ็นจอยอีกรูปแบบ ในลักษณะที่เอาตัวรอดได้หวุดหวิด

สารภาพตรง ๆ เลยว่า ตลอดระยะเวลาชั่วโมงกว่า ๆ ที่นั่งดู Supergirl ก็ไม่ได้พบกับสิ่งใดที่สร้างความหวือหวาตื่นตาตื่นใจอะไรสักเท่าไหร่ ผู้เขียนก็พยายามเฝ้าถามตัวเองตลอดว่า “หรือแกมีอคติกับหนังฮีโร่ไปแล้ว?” แต่เมื่อมาแตกรายละเอียดยิบย่อยดูจริง ๆ ก็จะพบว่าหนังเรื่องนี้ก็สร้างสรรค์ออกมาได้ในระดับที่ตรงตามมาตรฐานทั่วโลกของกลุ่มหนังฮีโร่ อาจจะค่อนข้างช้ำและเชยไปด้วยซ้ำ กับการเลือกใช้ทิศทางในการออกลีลาคอนเทนต์ลักษณะนี้ในยุคปี 2026

สิ่งที่สัมผัสได้ใน Supergirl ก็อย่างที่หลาย ๆ คนรู้สึกได้ตั้งแต่เห็นจากทีเซอร์ตัวอย่าง เพราะว่ามันมีกลิ่นอายความเป็น Guardians of the Galaxy ฉบับเจมส์ กันน์ แต่โชคดีเหลือเกินที่เมื่อสัมผัสเนื้อในจริง ๆ กลับไม่ได้มีภาพและกลิ่นที่เด่นชัดขนาดนั้น แต่หนังก็ยังเติมแต่งไปด้วยการหยิบยืมเสน่ห์จากคอนเทนต์บ้านใกล้เรือนเคียงมาประกอบร่าง แล้วขมวดออกมาเป็นบทหนังที่ยังคjอนข้างไม่มีพลังที่เพียงพอที่จะขับเคลื่อนได้อย่างเต็มที่

“อนา โนเกรา” ดาวรุ่งมือเขียนบทสาวที่ถูกจ้างมารับหน้าที่ยิ่งใหญ่นี้ เธอแทบจะไม่มีประวัติทำงานหนังใหญ่ ๆ มาก่อนเลยด้วยซ้ำ นี่คือการชิมลางและท้าทายทักษะความสามารถของเธอเป็นอย่างมาก ดังนั้นผลลัพธ์ที่ออกมาก็เป็นไปตามประสบการณ์ของผู้ที่อยู่เบื้องหลัง เพราะใช่ว่าบทหนัง Supergirl ไม่ดี เพียงแต่ว่ายังค่อนข้างขาดตกบกพร่องและยังไม่สามารถขับเสน่ห์ออกมาได้เท่าที่ควร ในยุคที่การแข่งขันของหนังฮีโร่ผ่านจุดที่ดุเดือดเข้าสู่ยุคอิ่มตัว มาเจอพล็อตที่อ่อนและการร้อยเรียงเรื่องในลักษณะนี้ อาจจะใช้ว่า..อ่อมไปหน่อย ก็น่าจะได้

แน่นอนว่าหนังยังได้ทีมงานผู้สร้างที่ดี ไม่ว่าจะเป็นช่างภาพมือฉมัง “ร็อบ ฮาร์ดี้” หรือฝีมือการตัดต่อของ “เทียอานา เรกอล” กับ “เฟรด แรสคิน” ที่ยังประคับประคองจังหวะของหนังออกมาได้พอกลมกล่อมดี ซาวด์เพลงที่ประพันธ์โดย “คลอเดีย ซาร์น” ก็เข้ากับเนื้อหาดีใช้ได้ แม้ว่าจะแอบติดขัดและเคืองหน่อย ๆ ในเทคนิคงานสร้าง VFX และ CGI ต่าง ๆ ที่ยังมากับงานที่หยาบอยู่บ้างประปราย บางฉากเกลี่ยให้ไม่เนียนแบบเห็น ๆ เป็นสไตล์ไปเลยก็มี

ส่วนพาร์ททางการแสดงที่ได้หน้าใหม่จากออสเตรเลีย “มิลลี อัลค็อกซ์” ก้าวขึ้นมาเป็นซูเปอร์เกิร์ลคนใหม่ ด้วยประสบการณ์ทางการแสดงที่แทบจะเริ่มต้นจากศูนย์ แต่ต้องยอมรับเลยว่าเธอคนนี้มีอะไรดีแอบซ่อนเอาไว้ไม่น้อย แน่นอนว่ามิลลี่สามารถแบกรับตัวละครและหนังเรื่องนี้เอาไว้ด้วยร่างเล็ก ๆ ที่ในหนังบอกว่ามีพละกำลังที่แข็งแกร่ง แต่เข้าจริง ๆ น้องสาวคนนี้เพียงลำพังก็เกือบจะรั้งไว้ไม่ไว้อยู่ เคราะห์ดีที่ยังทีมนักแสดงคนอื่น ๆ มาช่วยเสริมเติมเอาไว้ให้

กับสิ่งหนึ่งทำให้ผู้เขียนรู้สึกขึ้นได้เมื่อเห็นมิลลี่ในบทบาทการเป็นซูเปอร์เกิร์ลครั้งนี้ เพราะเธอคนนี้ทำให้ย้อนกลับไปนึกถึงสไตล์ที่เคยเกิดขึ้นกับการเปิดตัว เดซีย์ ริดลีย์ ในการรับทนำในหนังชุด Star Wars ไตรภาคล่าสุด ทั้งลักษณะและอินเนอร์ทางการแสดงของผู้หญิงสองคนนี้มาในทิศทางค่อนข้างคล้ายกัน รับมือและโชว์ฝีมือได้เป็นมั่นเป็นเหมาะ แต่ก็แอบหวั่นใจเลยเกินว่าน้องคนนี้จะตามรอยพี่เดซีย์ ที่ไม่สามารถรับบทอื่นใด ๆ ได้เปล่างประกายเท่ากับบทแจ้งเกิดเลย

ขณะที่ทีมดาราสมทบก็เสริมเข้ามาได้กำลังดี “แมธิอัส โซนาร์ต” สวมบทบาทเป็นวายร้ายที่แทบจะจำไม่ได้เลยว่าเป็นเขาอยู่ภายใต้คอสตูมนั่น ทางด้านดาวรุ่งอีกคน อย่าง “อีฟ ริดลีย์” ก็มาเสริมได้แบบหอมปากหอมคอ ที่แอบเสียดายนิด ๆ ตรงที่พลังทางการแสดงของเธอยังไม่สามารถเสริมมิติในตัวละครเด่นตัวนี้ได้อย่างมั่นคง และยังมี “เจสัน โมโมอากับบทบาท โลโบ และ “เดวิด คอเรนสเวต” ก็มาปรากฏตัวในฐานะพี่ซุปในเรื่องนี้ ที่เราคงต้องบอกว่า..เป็นการโผล่มาที่ค่อนข้างแอบผิดหวัง

ดังนั้นโดยภาพรวมแล้ว Supergirl ฉบับรีเซ็ตล้างตาใหม่ของดีซียุคใหม่ ก็คือการเริ่มต้นนับหนึ่งใหม่อีกครั้งจริง ๆ หนังมาพร้อมกับการสร้างตามแนวทางมาตรฐานของหนังฮีโร่ ที่อีกนิดก็เกือบจะตกยุคไปแล้ว กลายเป็นคอนเทนต์ที่ค่อนข้างมาช่วยตอกย้ำจุดอิ่มตัวของวงการหนังฮีโร่ได้หนักแน่นขึ้น ไม่ใช่ว่าเป็นหนังที่แย่ เพราะหนังก็จัดได้ว่าสนุกและดูได้เพลินดีตลอดทั้งเรื่อง เพียงแต่ว่าคนดูต่างเคยผ่านช่วงเวลาที่หนังฮีโร่เคยยิ่งใหญ่และตระตาการที่มากกว่านี้มาแล้วทั้งสิ้น นี่จึงไม่ต่างกับการย้อนกลับไปสู่ความเบสิคอีกครั้งหนึ่ง

ก็ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน เพราะทันทีที่ Supergirl ปิดฉากจบและขึ้นเครดิตรายชื่อท้ายเรื่องขึ้นมา ความรู้สึกต่อหนังเรื่องนี้เกือบจะว่างเปล่า ก็นับว่าเป็นหนังฮีโร่ที่ใส ๆ ซ่าส์ ๆ ดูได้กำลังเพลิน แต่กลับพบว่าตัวหนังไม่ได้มีอะไรที่น่าจดจำหรือซีนไหน ๆ ที่ควรนำกลับมาขบคิดต่อยอดได้เลย ไม่รู้ว่าควรจะดีใจหรือไม่ เพราะดันนึกถึงฟีลเดียวกันกับหลังดูหนัง Masters of the Universe ที่ฉายไปเมื่อต้นเดือนเดียวกัน อรรถรสและผลลัพธ์ของหนังทั้งสองเรื่องนี้คล้ายกันในหลายแง่มุมอย่างคาดไม่ถึง อย่างน้อย ๆ ก็มีมาตรฐานที่ใกล้เคียงกันเลย

ข้อมูลเกี่ยวกับหนัง Supergirl ซูเปอร์เกิร์ล

  • ประเภท: แอคชัน / ไซไฟ / ผจญภัย / แฟนตาซี
  • ผู้กำกับ: เคร็ก กิลเลสพี
  • นำแสดงโดย: มิลลี่ อัลค็อกซ์, แมธิอัส โซนาร์ต, อีฟ ริดลีย์, เจสัน โมโมอา
  • ความยาว: 108 นาที
  • กำหนดฉายในไทย: 25 มิถุนายน 2026

Movie.TrueID METRIC: Supergirl ซูเปอร์เกิร์ล

  • ภาพรวม
    ⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐✰✰✰ (7.0/10)
  • การเล่าเรื่อง
    ⭐⭐⭐⭐⭐⭐✰✰✰✰ (6.7/10)
  • การแสดง
    ⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐✰✰✰ (7.7/10)
  • เทคนิคงานสร้าง
    ⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐✰✰✰ (7.3/10)
  • บทภาพยนตร์
    ⭐⭐⭐⭐⭐⭐✰✰✰✰ (6.1/10)

-------------------------------------

>> ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID <<

หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย >> https://bit.ly/3xEgdAa