สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาว TrueID Creator ทุกคน! หากจะพูดถึงซีรีส์ที่เป็นปรากฏการณ์ระดับโลก ชนิดที่ว่าปล่อยซีซันใหม่มาทีไร เป็นต้องยอม "ขอบตาคล้ำ" ยอมอดหลับอดนอนเพื่อดูรวดเดียวให้จบ คงหนีไม่พ้นมหากาพย์ความระทึกขวัญที่ครองใจคนทุกวัยจาก Netflix อย่าง "Stranger Things" แน่นอนครับ! รับชมหนังซีรีส์ระดับพรีเมียม กดสมัคร TrueID+ ดูได้ทุกที่ 24ชม. คลิก!! เชื่อไหมครับว่าจากจุดเริ่มต้นเล็กๆ ของกลุ่มเด็กขี่จักรยานสืบหาเพื่อนที่หายตัวไป กลับกลายเป็นมหากาพย์การต่อสู้สุดยิ่งใหญ่ที่กินเวลามานานหลายปี จนกลายเป็นหนึ่งในซีรีส์ที่มียอดเข้าชมสูงสุดตลอดกาลไปแล้ว และต้องบอกตรงๆ เลยว่า สำหรับตัวผมเอง นี่คือซีรีส์อันดับ 1 ในใจตลอดกาล ที่ไม่ว่าจะหยิบมาดูซ้ำกี่รอบ ก็ยังได้ความรู้สึกตื่นเต้นเหมือนครั้งแรกที่ดูเสมอครับ Stranger Things คือซีรีส์แนวไหน ทำไมถึงฮิตกันทั่วบ้านทั่วเมือง สำหรับใครที่เพิ่งก้าวเข้าสู่วงการซีรีส์ หรือแอบเห็นผ่านตาในฟีดบ่อยๆ แต่ยังลังเลว่าจะกดดูดีไหม... ผมบอกเลยว่าคุณกำลังพลาดความสนุกระดับมาสเตอร์พีซครับ! เพราะ Stranger Things คือซีรีส์แนวไซไฟ-สยองขวัญ ที่ปรุงรสมาได้กลมกล่อมมากกกก มันเป็นการผสมผสานระหว่างความลึกลับเหนือธรรมชาติเข้ากับกลิ่นอายย้อนยุค 80s ที่โคตรจะมีเสน่ห์ ทั้งแฟชั่น แสงสี และเพลงประกอบที่ชวนให้เราย้อนเวลากลับไปในยุคนั้นจริงๆ เรื่องราวในโลกกลับด้านที่ชวนขนหัวลุก จุดเริ่มต้นของเรื่องนี้เกิดในเมืองเล็กๆ ที่แสนจะเงียบสงบ (แต่แฝงไปด้วยความลับ) อย่าง "ฮอว์กินส์" (Hawkins) เมื่อจู่ๆ เด็กชายคนหนึ่งหายตัวไปอย่างปริศนา นำไปสู่การขุดคุ้ยความจริงที่เชื่อมโยงกับการทดลองลับของรัฐบาล พลังจิตเหนือมนุษย์ และมิติคู่ขนานสุดสยองที่เรียกกันว่า "โลกกลับด้าน" (The Upside Down) ความเจ๋งที่ทำให้ซีรีส์เรื่องนี้กลายเป็นที่หนึ่งในใจผม คือการได้เห็นมิตรภาพของกลุ่มเด็กแสบที่ต้องเติบโตไปพร้อมกับความรับผิดชอบที่ยิ่งใหญ่ พวกเขาต้องลุกขึ้นมาสู้กับอสูรกายด้วยความกล้า (และความเกรียน) ท่ามกลางบรรยากาศเพลงซินธ์ป๊อปเท่ๆ เอาละครับ... ถ้าพร้อมจะไปผจญภัยกับพวกเขาแล้ว เรามาเจาะลึกรีวิวกันทีละซีซันเลยดีกว่า ว่าแต่ละช่วงเวลาของชาวฮอว์กินส์มีความเป็นมายังไง และภาคไหนจะ "ปัง" ที่สุดในใจผม ไปดูกันเลย! Season 1: ปริศนาเด็กหาย และเด็กหญิงพลังจิตสุดลึกลับ มาเริ่มกันที่ซีซันแรกเลยครับ...เปิดฉากมาในซีซันแรก บรรยากาศของเรื่องจะพาเราย้อนเวลากลับไปในปี 1983 ณ เมืองฮอว์กินส์ รัฐอินเดียนาครับ จุดเริ่มต้นที่ทำให้หัวใจคนดูอย่างผมเต้นไม่เป็นจังหวะ และนับว่าเป็นฉาก "ตก" คนดูได้อยู่หมัด คือตอนที่เด็กชายตัวเล็กๆ หายตัวไปอย่างลึกลับระหว่างปั่นจักรยานกลับบ้านผ่านเส้นทางป่าที่มืดมิดในคืนที่ฝนตก... และนั่นคือจุดเริ่มต้นของฝันร้ายที่ไม่มีใครคาดคิด เสน่ห์ของซีซัน 1 สำหรับผมคือความ " ไม่รู้ " ครับ เราจะได้เห็นก๊วนเพื่อนซี้ที่พยายามใช้ความฉลาดแบบเด็กๆ และวิทยุสื่อสารคู่ใจออกตามหาเพื่อนรัก จนกระทั่งพวกเขาได้ไปพบกับเด็กผู้หญิงหัวเกรียนในชุดโรงพยาบาลที่มีพลังจิตสุดประหลาด และนั่นคือจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้แก๊งเด็กขี่จักรยานกลุ่มนี้ต้องเข้าไปพัวพันกับการทดลองลับของรัฐบาล และโลกคู่ขนานที่อันตรายเกินกว่าที่พวกเขาจะจินตนาการได้ สำหรับผม ซีซัน 1 คือรากฐานที่แข็งแรงที่สุดของเรื่องนี้เลยครับ มันมีความเป็นหนังสืบสวนปนสยองขวัญที่เล่าเรื่องได้กระชับ และจบได้ทิ้งปมจนผมแทบจะกดดูซีซัน 2 ต่อทันทีแบบไม่พักสายตาเลย! สำหรับซีซันแรกนี้ ผมให้คะแนนความประทับใจไปเลยครับที่ 10/10 บอกเลยว่าไร้ที่ติ เป็นภาคที่เปิดตัวได้สมบูรณ์แบบจนทำให้ผมกลายเป็นแฟนพันธุ์แท้ซีรีส์เรื่องนี้ไปเลย ไปกันต่อที่ซีซัน 2 ครับ! Season 2: การกลับมาของฝันร้ายที่ใหญ่กว่าเดิม หลังจากที่ซีซันแรกทิ้งปมชิ้นใหญ่เอาไว้ให้ก่อนจบซีซัน ในซีซัน 2 นี้สเกลของเรื่องจะขยับขยายขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเลยครับ จากสัตว์ประหลาดตัวเดียว กลายเป็นภัยคุกคามระดับเมืองที่น่าขนลุกกว่าเดิมหลายเท่า! เหตุการณ์ในซีซันนี้ทิ้งห่างจากภาคแรกประมาณ 1 ปีครับ เป็นช่วงเทศกาลฮัลโลวีนปี 1984 ที่ดูเหมือนทุกอย่างจะกลับมาสงบสุข แต่ความจริงแล้วมันคือ "ความสงบก่อนพายุจะมา" ครับ เพราะใครบางคนเริ่มมองเห็นภาพหลอนของอสูรกายขนาดยักษ์บนท้องฟ้าที่เรียกว่า "Mind Flayer" (จอมบงการจิต) ซึ่งมันพยายามจะกลืนกินเมืองฮอว์กินส์ผ่านเครือข่ายใต้ดินสุดสยอง สิ่งที่ผมชอบมากในซีซัน 2: ตัวละครใหม่ที่มาเติมเต็ม การจับคู่ที่คาดไม่ถึง ความสัมพันธ์ของเอลและฮอปเปอร์ สำหรับผม ซีซัน 2 คือการขยายจักรวาลที่ทำได้น่าติดตาม แม้จะมีบางตอน ที่รู้สึกว่าจังหวะมันหลุดจากเส้นเรื่องหลักไปนิด แต่โดยรวมแล้ว ซีซัน 2 ยังคงมาตรฐานความสนุกที่บีบคั้นหัวใจ ผมให้คะแนนความประทับใจซีซันนี้อยู่ที่ 8.5/10 ครับ อย่าเพิ่งเหนื่อยครับ ไปกันต่อที่ซีซัน 3 ครับ! Season 3: หน้าร้อนสุดจี๊ดกับห้างสรรพสินค้าอาถรรพ์ ถ้าสองซีซันแรกคือความมืดมน ซีซัน 3 ก็คือ "ระเบิดสีสัน" เลยครับ! เรื่องราวภาคนี้ขยับมาในปี 1985 ช่วงปิดเทอมหน้าร้อนที่ทุกคนกำลังแฮปปี้กับห้างใหม่อย่าง Starcourt Mall แต่ภายใต้ความสดใสนั้น กลับมีความลับบางอย่างซ่อนอยู่! บรรยากาศภาคนี้จะเน้นไปที่ความสัมพันธ์ของตัวละครที่เริ่มโตเป็นวัยรุ่น มีเรื่องรักๆ ใคร่ๆ ของแก๊งเด็กขี่จักรยานที่เริ่มจะไม่เด็กแล้ว แต่ความสยองขวัญก็ไม่แผ่วครับ เพราะใครบางคนกลับมาในรูปแบบใหม่ที่ใช้ "ร่างเนื้อ" ของคนและสัตว์มาหลอมรวมกัน กลายเป็นสัตว์ประหลาดตัวเบ้อ! สิ่งที่ผมชอบมากในซีซัน 3: แฟชั่นและเพลงประกอบ แก๊ง Scoops Ahoy ฉากจบที่บีบคั้นอารมณ์ ซีซัน 3 ผมให้คะแนน... 8/10 ครับ! (หักนิดนึงตรงที่บางช่วงดูเป็นหนังวัยรุ่นจ๋าไปหน่อย แต่ฉากแอ็กชันช่วงท้ายคือที่สุด!) ไม่รอช้าครับ ไปต่อกันที่ซีซีน 4 Season 4: ปริศนาเวกน่าและความดาร์กขั้นสุด ถ้าคิดว่าสามซีซันแรกน่ากลัวแล้ว ซีซัน 4 คือ "ของจริง" ครับ! เรื่องราวขยับมาในปี 1986 แต่ภัยคุกคามใหม่ปรากฏตัวขึ้นพร้อมคำสาปสุดสยองที่เล่นงานปมในใจของเหยื่อ จนทำให้เมืองฮอว์กินส์ต้องเผชิญกับวิกฤตครั้งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา บรรยากาศภาคนี้จะเปลี่ยนจากแนวเด็กขี่จักรยาน กลายเป็น Psychological Horror (สยองขวัญสั่นประสาท) เต็มตัวครับ เรื่องราวจะแบ่งออกเป็นหลายเส้นเรื่อง เเต่ทุกเส้นเรื่องจะมาบรรจบกันได้อย่างน่าทึ่งในตอนท้าย สิ่งที่ผมชอบมากในซีซัน 4: ตัวร้าย พลังของเสียงเพลง การเฉลยปมทั้งหมด สำหรับผม ซีซัน 4 คือที่สุดครับ! มันเป็นบทสรุป (ก่อนเข้าสู่ภาคสุดท้าย) ที่สมบูรณ์แบบและอลังการที่สุด มันครบรสทั้งความเศร้า ความหวัง และความสยองขวัญระดับพรีเมียม ใครที่เป็นแฟน Stranger Things แล้วยังไม่ได้ดูภาคนี้ บอกเลยว่าคุณพลาด "ที่สุด" ของซีรีส์เรื่องนี้ไปแล้ว! ซีซัน 4 ไม่ต้องพูดเยอะครับ ผมให้คะแนน... 100/10 ครับ!! เดินทางมาถึงซีซันสุดท้ายกันเเล้วครับ ซีซันที่ 5 บทสรุปของมหากาพย์โลก Upside Down Season 5: สงครามปิดฉากฮอว์กินส์ที่แลกมาด้วยทุกอย่าง และแล้วก็มาถึงซีซันสุดท้ายที่แฟนๆ ทั่วโลกต่างรอคอยด้วยใจระทึกครับ! หลังจากที่ทิ้งปมระดับ "โลกแตก" ไว้ในซีซัน 4 ภาคนี้คือการต่อสู้ครั้งสุดท้ายเพื่อตัดสินชะตากรรมของโลกใบนี้ ระหว่างแก๊งเด็กฮอว์กินส์ที่ตอนนี้โตเป็นผู้ใหญ่เต็มตัว กับพญามัจจุราชในสงครามที่ไม่มีคำว่าถอยอีกต่อไป บรรยากาศภาคนี้จะต่างจากภาคก่อนๆ เพราะมันคือ "สงครามเต็มรูปแบบ" ครับ เราจะได้เห็นการร่วมมือกันของตัวละครทุกรุ่น ตั้งแต่แก๊งเด็ก แก๊งวัยรุ่น ไปจนถึงรุ่นพ่อแม่ ที่ต้องงัดทุกกลยุทธ์และทุกความกล้าออกมาสู้ สิ่งที่ผมชอบมากในซีซัน 5: การเติบโตของตัวละคร ฉากแอ็กชันระดับฮอลลีวูด บทสรุปที่สมบูรณ์ ซีซัน 5 ผมให้คะแนน... 9.5/10 ครับ! สำหรับผม ซีซัน 5 ไม่ใช่แค่การดูซีรีส์ แต่มันคือการอำลาเพื่อนเก่าที่เราโตมาพร้อมๆ กัน เป็นการปิดตำนานที่สวยงามและทรงพลังที่สุด และยืนยันคำเดิมเลยครับว่า Stranger Things คือซีรีส์ที่ 1 ในใจผมตลอดกาลจริงๆ! สรุปอันดับความชอบ Stranger Things ในใจผม (จากมากไปน้อย) หลังจากที่รีวิวกันไปครบทุกซีซันแล้ว หลายคนคงสงสัยใช่ไหมครับว่า ถ้าต้องให้คะแนนและจัดอันดับจริงๆ ภาคไหนคือที่สุดสำหรับผม นี่คือลิสต์อันดับความประทับใจส่วนตัวของผมครับ: Season 4: ยกให้เป็นที่หนึ่งเลยครับ เพราะเนื้อหาเข้มข้น ดาร์กสะใจ และตัวร้ายทำออกมาได้ทรงพลังที่สุดเท่าที่ซีรีส์เคยมีมา Season 1: อันดับสองคือจุดเริ่มต้นที่ทำให้ผมตกหลุมรัก ความลึกลับและมิตรภาพของเด็กๆ ในภาคนี้คือเสน่ห์ที่ลอกเลียนแบบไม่ได้ Season 5: บทสรุปที่ยิ่งใหญ่และปิดตำนานได้สมศักดิ์ศรี เป็นภาคที่ผมประทับใจสุดๆ Season 3: ชอบความสดใสและแฟชั่นยุค 80s ของภาคนี้มากครับ แม้จะดูเป็นแนววัยรุ่นไปนิด แต่ต้องยอมรับว่าฉากแอ็กชันทำออกมาได้สนุกสุดๆ Season 2: แม้จะอยู่อันดับสุดท้ายในลิสต์ แต่ก็ไม่ได้แปลว่าไม่สนุกนะครับ! ผมชอบทุกอย่างในซีซันนี้เพียงแต่ภาคอื่นมันทำมาตรฐานไว้สูงเกินไปจริงๆ ครับ! แล้วเพื่อนๆ ล่ะครับ ชอบซีซันไหนมากที่สุด มาคอมเมนต์คุยกันได้นะครับ! สำหรับวันนี้ผมขอตัวลาไปก่อน แล้วเจอกันใหม่บทความหน้าครับ! ขอขอบคุณ Facebook Stranger Things ภาพปก ภาพที่ 1/2/3/4/5/6 เปิดประสบการณ์ความบันเทิงที่หลากหลายสุดปัง บน App TrueID โหลดเลย ฟรี !