COVID-19 เล่นงานหนัก บ็อกซ์ออฟฟิศอเมริกา เสี่ยงกวาดเงินได้น้อยที่สุดในรอบ 20 ปี
ข่าวสารวงการหนัง บ็อกซ์ออฟฟิศอเมริกา COVID-19
สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 หรือ COVID-19 ได้กลายเป็นศัตรูตัวสำคัญที่มาขัดขวางธุรกิจของวงการภาพยนตร์ทั่วโลกไปเรียบร้อยแล้ว เนื่องจากบรรดาผู้สร้างและค่ายหนังไม่สามารถปล่อยผลงานออกสู่สายตาผู้ชมตามโรงหนังได้อย่างปกติ เพราะมาตรการณ์ปิดโรงหนังป้องกันการกระจายของไวรัส ทำให้เกิดการออกประกาศเลื่อนโปรแกรมฉายหนังกันเป็นพัลวันในระยะ 1-2 สัปดาห์ที่ผ่านมา
Mulan ที่ถูกตั้งความหวังเอาไว้ รอให้พร้อมฉายทั้งอเมริกาและจีน
ล่าสุด The Wrap รายงานว่า ไวรัส COVID-19 กำลังจะสั่นคลอนวงการหนังฮอลลิวูดให้เกิดความเสียหายอยู่ไม่น้อยเช่นกัน โดยเชื่อว่าโรคระบาดครั้งนี้ส่งผลต่อสถานการณ์และรายได้ของหนังทุกเรื่อง-ทุกชาติทั่วโลก แต่ยังไม่สามารถสรุปได้ว่าจะสร้างความเสียหายมากขนาดไหน แต่สำหรับความเสียหายที่จะเกิดขึ้นในสหรัฐอเมริกานั้น นักวิเคราะห์พอจะเคาะสรุปตัวเลขออกมาได้แล้วว่า โรคระบาดครั้งนี้อาจทำให้วงการหนังในอเมริกาตกต่ำที่สุดในรอบ 20 ปีเลยทีเดียว
นักวิเคราะห์ระบุว่า สถานการณ์ไวรัส COVID-19 เริ่มส่งผลกระทบหนักที่สุดในวงการหนังฮอลลิวูด ตั้งแต่เดือนมีนาคมเป็นต้นไป ค่ายหนังต่างๆ เริ่มตัดสินใจโยกย้ายปรับเปลี่ยนวันฉายหนังของตัวเองไปทีละเรื่อยๆ ทำให้ขณะนี้โปรแกรมหนังตั้งแต่กลางเดือนมีนาคม ไปจนถึงปลายเดือนพฤษภาคม 2020 ยังคงมีความสุ่มเสี่ยงที่จะไม่สามารถออกฉายได้ตามที่กำหนดเอาไว้ และจะเริ่มทยอยๆ ถอดวันออกไปทีละเรื่อง
สถิติรายได้รวมของบ็อกซ์ออฟฟิศอเมริกาในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา
เหตุดังกล่าวส่งผลกระทบต่อยอดขายตั๋วหนังเป็นอย่างมาก เนื่องจากมาตรการต่างๆ ที่ออกมาป้องกันโรคระบาด ไม่ว่าจะลดการขายตั๋วลงครึ่งหนึ่ง เพื่อจำกัดคนดูในโรงหนัง หรือขั้นเด็ดขาดคือการปิดให้บริการโรงหนังเป็นเวลาอย่างน้อย 1 เดือน ที่จะไม่สามารถสร้างรายได้ให้กับโรงหนังและหนังเรื่องใดๆ ได้อีกเลย
ทั้งนี้ นักวิเคราะห์ยังชี้ว่าผลลัพธ์จากบ็อกซ์ออฟฟิศในอเมริกาปี 2020 น่าจะทำยอดรวมได้ดีที่สุดที่ 8 พันล้านเหรียญเป็นอย่างต่ำ ซึ่งถือว่าเป็นตัวเลขที่น้อยที่สุดในรอบ 20 ปี นับตั้งแต่ปี 2000 เป็นต้นมา ในขณะที่เมื่อปี 2019 กับสถานการณ์ปกติ ได้ทำเงินรวมให้กับบ็อกซ์ออฟฟิศอเมริกา ไปสูงถึง 1.13 หมื่นล้านเหรียญ
Black Widow ยังไม่ขอใช้สิทธิ์เปิดจักรวาลมาร์เวลเฟส 4
ปัจจัยหลักก็คือการไม่มีโรงหนังเปิดให้บริการ และไม่มีหนังฟอร์มใหญ่กล้าเสี่ยงเข้าฉายในช่วงการระบาดของโรค ไม่ว่าจะ Mulan, No Time to Die, Black Widow, Fast & Furious 9 หรือ A Quiet Place Part 2 ล้วนแต่เป็นหนังฟอร์มดีที่น่าจะทำเงินได้ดีในช่วงเวลานี้ แต่กลับต้องเลื่อนฉายออกไปก่อนทั้งหมด ทำให้บ็อกซ์ออฟฟิศอเมริกาต้องสูญเสียไปกว่า 2 เดือน ไม่น่าแปลกใจที่เม็ดเงินส่วนต่างมูลค่ากว่าราวๆ 3 พันล้านเหรียญที่ควรจะมี ได้สูญหายวับตายไปกับไวรัส COVID-19 ในครั้งนี้
เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา บ็อกซ์ออฟฟิศอเมริกาในช่วงก่อนที่จะเผชิญหน้ากับการชัตดาวน์โรงหนัง มีหนังเข้าใหม่ถึง 3 เรื่อง แต่กลับทำยอดรวมทั้งหมดของตารางไปได้เพียง 55.3 ล้านเหรียญ เป็นรายได้ที่ต่ำกว่าช่วงที่เกิดเหตุวินาศกรรม 11 กันยายน 2001 เสียอีก ทำให้เห็นได้ชัดว่าผู้คนต่างหวาดกลัวกับโรคระบาด และโรงหนังไม่ใช่สถานที่ที่เหมาะกับการพักผ่อนหย่อนใจอีกต่อไป
Fast 9 ขอเลื่อนหนีไปตั้งหลักใหม่ถึงปี 2021
แต่อย่างไรก็ตาม ความหวาดกลัวของไวรัสระบาดในครั้งนี้ก็อาจจะส่งผลต่อความเชื่อมั่นของผู้คนในระยะยาว บางคนอาจจะเลือกไม่เข้าไปโรงหนังอีกเลยตลอดทั้งปี แม้ว่าสถานการณ์คลี่คลายลงแล้วก็ตาม คงต้องติดตามกันต่อว่า ผลกระทบของโรคระบาดครั้งนี้จะส่งผลต่อวงการหนังฮอลลิวูดต่อไปอย่างไร และจะกระทบต่อวันฉายใหม่ของหนังฟอร์มใหญ่ที่เลื่อนออกไปหรือไม่
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง:
รัฐบาลประกาศมาตรการ "ปิดโรงหนัง" อัปเดตโปรแกรมฉายหนังทุกเรื่องในเมืองไทยได้ที่นี่
อัปเดตทุกความเคลื่อนไหว ผลกระทบในวงการภาพยนตร์โลก เพราะไวรัส COVID-19 ระบาด
----------------------------------------------------