รีเซต

เตือนแล้วนะ!! หนุ่ม กรรชัย เชิญแพทย์แนะวิธีการรับมือ และป้องกันตัว จาก โควิด-19

เตือนแล้วนะ!! หนุ่ม กรรชัย เชิญแพทย์แนะวิธีการรับมือ และป้องกันตัว จาก โควิด-19
Entertainment Report_1
26 กุมภาพันธ์ 2563 ( 14:49 )
851
3

ข่าวบันเทิงวันนี้

"โควิด-19" กลับมาระบาดหนักอีกครั้ง หลังจากมีผู้ป่วยคนล่าสุดปกปิดการติดเชื้อหลังจากกลับจาก เมืองฮอกไกโด ประเทศญี่ปุ่น งานนี้กว่าจะรู้ตัวว่าติดก็กระจายเชื้อไปหลายวัน ทำเอาต้องเร่งติดตามผู้พบเจอหรืออยู่สถานที่เดียวกันกับผู้ป่วย และร้องขอให้มารายงานตัวเพื่อเฝ้าระวังกันต่อไป ล่าสุด รายการโหนกระแสวันที่ 26 กพ. "หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย" ในฐานะผู้ดำเนินรายการ ทางช่อง ได้เปิดใจสัมภาษณ์ "ศ.นพ. ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา" หัวหน้าศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ คณะแพทยศาสตร์ รพ.จุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย และตอนนี้เป็นกรรมการที่ให้คำปรึกษาเรื่องโควิด-19 กระทรวงสาธารณสุข พูดคุยเรื่องโรคใกล้ตัวอย่างไวรัส โควิด-19 ทั้งวิธีการรับมือ และป้องกันตัวเอง รวมทั้งการรับผิดชอบต่อสังคม

 

 

ประเทศไทยเป็นประเทศเสี่ยงน้อย มีคนติดเชื้อน้อยกว่าประเทศอื่นๆ ข้อเท็จจริงนี้ ขอถามว่าวันหนึ่งมันจะมีโอกาสปะทุเจอทีเดียวเป็นร้อยเป็นพันมั้ย?

"จริงๆ เกิดขึ้นได้แน่ แต่จะเกิดขึ้นเมื่อไหร่เท่านั้นเอง เพราะการแพร่เชื้อตอนนี้ไม่ได้แค่คนกลับจากต่างประเทศ นักท่องเที่ยวที่ควรต้องจับตา แต่เป็นเรื่องคนไทยด้วยกันเอง เพราะฉะนั้นเวลาเราได้ข้อมูลในการสอบสวน ถ้าสมมติคนนั้นมีอาการไม่สบาย ไม่ว่าจะไข้ ไอหรือไม่ไอก็ตาม มีอาการคล้ายปวดเมื่อยครั่นเนื้อครั่นตัว แม้ไม่ได้สัมผัสนักท่องเที่ยว สัมผัสเพื่อนร่วมงาน หรือในโรงเรียนก็ตาม ก็ต้องถือว่าอาจต้องถือว่าอยู่ในผู้ที่ติดโควิด-19ด้วย"

 

ติดง่ายมั้ย?

"ติดง่ายกว่าไข้หวัดใหญ่ธรรมดา อันนี้เป็นข้อมูลตามปกติที่เรารับทราบกันดี ติดง่ายประมาณ 2-3 เท่า ระยะถ้ามีคนนึงติด สามารถกลายเป็นสองคน สี่คน แปดคน ใช้ระยะเวลาประมาณ 4 วัน"

 

สมมติวันนี้ผมมีเชื้อโควิด-19 แล้วผมคุยกับอาจารย์ ผมไม่มีอาการ อาจารย์จะติดมั้ย?

"อาจจะติดไปแล้ว เหตุผลเพราะตอนนี้คุณหนุ่มอาจยังอยู่ในระยะฟักตัว แต่โรคนี้ ขณะนี้ทราบดีแล้วว่าเชื้ออยู่ในระยะฟักตัวโดยไม่มีอาการ มิหนำซ้ำอาจจะไม่มีอาการใดๆ ทั้งสิ้นเลยก็สามารถแพร่เชื้อได้"

 

มองตาติดเชื้อได้มั้ย?

"มองตาอาจไม่ใช่ปลากัด (หัวเราะ) แต่ตอนนี้คุณหนุ่มพูดค่อนข้างเข้มข้น รุนแรง การพูดลักษณะนี้ก็อาจจะเป็นลักษณะตกอยู่ที่พื้น ตกที่เสื้อ เข้ามาที่หน้า ถ้าผมจับแล้วอีกสักพักไปจับปาก ขยี้ตา แล้วแคะจมูกก็ติด นี่คือความง่าย แต่ในความง่ายอยู่ที่ว่าเรานั่งคุยกันนานเท่าไหร่ ถ้านั่งใกล้ชิดสัก 30 นาที คุณหนุ่มมีเชื้อโรคอยู่เยอะ แพร่ออกมาได้เยอะ ถึงแม้คนแข็งแรงก็ตาม อายุสัก 30-40 ก็ตาม อยู่ในสถานการณ์ที่เข้มข้น มีปฏิสัมพันธ์ค่อนข้างนาน คนแข็งแรงก็ติดได้ เช่น มีเจ้าหน้าที่ขายสินค้า มีคนมาซื้อของเยอะ ทั้งคนไทยและต่างประเทศเทศ ขณะเดียวกันมีการรับเงิน บัตรเครดิต และพูดคุยกัน ผู้ป่วยรายนั้นขณะนี้อยู่รพ. อายุ 30 กว่า ไม่มีโรคประจำตัวใดๆ ทั้งสิ้น แต่อาการหนักมาก ตรงนี้หมายความว่าคนที่แข็งแรงก็สามารถติดได้และมีอาการรุนแรงได้เช่นเดียวกัน"

 

 

อาจารย์จะบอกว่ามีผู้ป่วยอายุ 30 ปี แข็งแรง ไม่มีโรคแทรกซ้อน แต่ปัจจุบัน อาจารย์กำลังบอกว่าชายคนนี้กำลังวิกฤต แล้วก่อนหน้านี้ที่มีข่าวบอกว่าคนที่ป่วยหนักต้องเป็นคนที่แก่หรือมีโรคประจำตัวอยู่แล้วเท่านั้น มันไม่ได้พิสูจน์ทฤษฎีนี้แล้วเหรอ?

"จริงๆ แล้วไม่ได้หมายถึงว่าทุกคนที่หนุ่มแน่น เป็นสาวแข็งแรง จะมีความเสี่ยงมากกว่าธรรมดา เรียนให้ทราบว่าคนสูงวัย มีโรคประจำตัว เบาหวาน ความดัน โรคปอด โรคหัวใจ ก็ยังเป็นกลุ่มเสี่ยงที่สำคัญ จะมีอาการได้รุนแรง แตที่เรียนให้ทราบ คนที่ไม่มีโรคประจำตัวเลยและเป็นหนุ่มสาว จะมีอาการรุนแรงได้นั้นขึ้นอยู่กับสถานการณ์ ถ้าสถานการณ์ตรงนั้นสัมผัสกับคนมากหน้าหลายตา และตรงนั้นอาจมีเชื้อโรคแพร่สู่เรา โดยที่เราไม่ทราบ อยู่ตรงนั้นวันละ 4-6 ชม. การได้รับเชื้อมากๆ เข้าไปเรื่อยๆ ก็อาจทำให้ปอดบวม หัวใจล้มเหลว ต้องใช้เครื่องปั๊มหัวใจ เป็นต้น"

 

เชื้อโควิด-19 ติดอยู่บนโต๊ะ กำแพง เบาะรถนานแค่ไหน?

"อยู่ได้ประมาณ 9 วัน กรณีนี้ถ้าถามข้อมูลตรงๆ ไวรัสตัวนี้อาจไม่มีใครทราบร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ว่าข้อมูลการวิจัยใช้ไวรัสที่เป็นพี่น้องกัน หรือเป็นลูกหลานของไวรัสตัวนี้ กรณีนี้อย่างน้อยมีการทดสอบ เมื่อไม่กี่สัปดาห์ก็ศึกษาซ้ำ และยืนยันในภาวะปกติ ที่อากาศธรรดาอยู่ได้ 9 วัน แต่ถ้าอุณหูมิประมาณ 4 องศา อยู่ได้ 28 วัน"

 

ถ้าเราไปขึ้นแท็กซี่ที่เคยรับคนติดเชื้อ และแท็กซี่ไม่มีการทำความสะอาดเบาะ เรามีสิทธิ์ติดได้ใน 9 วัน?

"ติดได้อยู่"

 

แล้วเราจะทำให้ชีวิตปลอดภัยได้ยังไง?

"เราสามารถทำให้ปลอดภัยได้ ตรงนี้เราต้องไม่ตื่นตระหนก เราสามารถป้องกันตัวเราเองได้ ข้อที่สอง สองผู้ให้บริการสาธารณะ สามารถให้ความปลอดภัยผู้โดยสารได้ กรณีนี้เราขึ้นรถไป เราก็ใส่หน้ากาก ขณะเดียวกันต้องระวังอาจมีแว่นตาที่สวมแนบแน่นไม่ให้มีรู ขึ้นไปแล้วจะจับเบาะอะไรก็ต้องเตรียมพร้อม หาแอลกอฮอลล์ เจลล้างมือ ขณะที่เราเปิดประตูรถ ปิดประตูเลยต้องมีแอลกอฮอลล์ เจล ล้างมือให้บ่อยที่สุด"

 

ล่าสุดมีประเด็นดราม่าเกิดขึ้น เรื่องครอบครัวหนึ่งคุณพ่อคุณแม่ไปเที่ยวญี่ปุ่น กลับมาเอาเชื้อมาด้วย ไปหารพ.บีแคร์แล้วปกปิดข้อมูล เรื่องนี้ความปลอดภัยหรือเห็นสังคมเป็นส่วนสำคัญ ต้องกักตัวเองอย่างน้อย 14 วัน ตรงนี้สำคัญมากน้อยเพียงไร?

"ตรงนี้เป็นเรื่องใหญ่มาก เพราะคนที่ไม่สบาย โดยเฉพาะรู้ว่าตนเองมาจากพื้นที่เสี่ยง หรือประการที่สองคนที่ไม่สบาย แม้ไม่ได้ไปในพื้นที่เสี่ยง อย่างที่ทราบคนไทยติดคนไทยด้วยกันเองได้ ตรงนี้ต้องบอกว่าเรามีความเสี่ยงสองคุณหมอทั่วประเทศเอง ไปเล็งว่าต้องเป็นคนที่กลับมาจากพื้นที่เสี่ยง แต่จริงๆ มีผู้ป่วยอีกรายไปรพ.สองแห่ง ที่รพ.ก็อาศัยคำจำกัดความว่าต้องกลับมาจากพื้นที่เสี่ยง หรือต้องไปสัมผัสหรือใกล้ชิดคนที่เป็นนักท่องเที่ยว ปรากฎว่าคนไข้คนนี้จริงๆ แล้วไม่ใช่ แต่ติดจากคนธรรมดาในชุมชน ฉะนั้นตอนนี้ไม่ว่าจะเป็นพวกเราที่เป็นหมอก็ต้องระวังว่าใครก็ตามที่มีลักษณะเจ็บป่วยไม่สบาย และไม่จำเป็นแต่ไอจาม ปวดเมื่อยตัว ตรงนั้นเป็นอาการโควิด-19 ได้ เราก็ต้องระแวดระวังเพิ่มขึ้น มองคนไทยต่างๆ ไม่สามารถแยกได้ว่าเป็นคนไข้ธรรมดา แบคทีเรีย หรือโควิด ประการที่สองคนที่ป่วยและรู้ว่าตัวเองป่วยโดยเฉพาะมาจากพื้นที่เสี่ยงด้วย ก่อนหน้าเกิดเหตุวันนี้ ก็มีคนกลับมาจากต่างประเทศเยอะมาก ติดบ้างมั้ยเราไม่ทราบ เพราะขณะนี้คนที่ติด 80 เปอร์เซ็นต์หรือมากกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ จะไม่มีอาการเลย หรือมีอาการน้อยมาก อีก 20 เปอร์เซ็นต์อาการค่อนข้างหนัก หรือวิกฤต ข้อมูลตรงนี้ออกมาจากผู้ป่วยที่รายงานเมื่อประมาณ 2-3 วันที่แล้ว ผู้ป่วย 7 หมื่นกว่ารายในประเทศจีน ตรงนี้ยืนยันแน่นอน ขณะนี้เราเพ่งไปที่คนที่เป็นตัวแพร่เชื้อ ซึ่งอาจเป็นคนหนุ่มสาวไปสัมผัสโรค ไปอยู่ในพื้นที่สาธารณะ ชุนนุมชนเยอะๆ ปรากฎว่าไม่มีอาการ พอไม่มีอาการก็กลับบ้านและไปเจอผู้สูงวัย คุณพ่อคุณแม่ คนรับเคราะห์ตรงนั้นคือผู้สูงวัย ผู้ปกครอง"

 

 

มีคนประเภทเก็บตังค์เอาไว้เพื่อไปเที่ยวประเทศในกลุ่มเสี่ยง เดินทางไปเสร็จแล้วกลับมา ทางการบอกให้กักตัวเอง 14 วันแต่จะมีคนกลุ่มนึงไม่ฟัง เพราะคิดว่าไม่ได้เป็นอะไร ก็ออกไปทำงาน ตัดผม ทำโน่นทำนี่ เจอคนอีกมากมาย ตรงนี้จะทำยังไงให้เขาเข้าใจว่าเขาต้องกักตัวเอง 14 วันเพราะเขาคิดว่ามันไกลตัวเขามาก เพราะเขาไม่ได้เป็น?

"ขณะนี้โรคโควิด-19 ประกาศเป็นโรคติดต่ออันตรายเรียบร้อย การประกาศเป็นโรคติดต่ออันตรายถ้ามีการฝ่าฝืน จะมีโทษทางกฎหมาย กฎหมายฉบับนี้คงไม่ได้อยากที่จะเอาโทษ แต่ต้องการให้ทราบว่ามีเรื่องกฎระเบียบชัดเจนเรียบร้อย อย่างน้อยที่สุดต้องรับฟัง และปฏิบัติตาม ตรงนี้เราต้องมีความรับผิดชอบต่อสังคม แต่เหนือกว่านั้นเราไปทำร้ายคนที่อยู่ที่บ้านเรา ครอบครัว คนที่ทำงาน ตรงนี้มีผลกระทบมากเลย เพราะที่เราบอกว่าประเทศไทยไม่เหมือนประเทศอื่น ประเทศอื่นติดกันเป็นร้อยเป็นพัน คนเสียชีวิต แต่ขณะนี้เจ้าหน้าที่สาธารณสุขเราทำงานเข้มข้นมาก เมื่อรู้ว่าป่วย ก็ติดตามผู้สัมผัส ไม่ว่าจะ 30 คน หรือ 100 คนก็ตาม ทำงานเข้มข้น ฉะนั้นประเทศไทยที่ทุกวันนี้ยังรอดอยู่ได้เพราะเขาลงพื้นที่กันมหาศาล ฉะนั้นถ้ามีคนไม่รับผิดชอบแบบนี้และแพร่ไปอีกเป็นร้อยคนพันคน เจ้าหน้าที่สาธารณสุขก็ทำงานไม่ไหว นั่นก็หมายความว่าสิ่งที่เราอยากจะหน่วงไม่ให้เกิด ระบาดเข้มข้น กลายเป็นระยะ 3"

 

หน่วงหมายถึงชะลอ?

"มันต้องเกิดแน่ แต่เราพยายามไม่ให้ระเบิดเป็นภูเขาไฟ ค่อยๆ เกิดขึ้นทีละเล็กละน้อย ถ้าค่อยๆ เกิดนิดหน่อย เดือนนึงไม่าก ก็จะมีผู้ป่วยอาการหนักเดือนนึง 2-3 คน เพราะฉะนั้นรพ. ทั่วประเทศก็รับมือไหว ไม่ว่าจะรพ. แพทย์ อุปกรณ์เครื่องมือต่างๆ อย่างที่ทราบขณะนี้ทุกรพ.เตียงแออัดมาก ถ้ามีคนไข้แบบนี้เข้าไป เราก็จะต้องกันเป็นพิเศษ"

 

ทำไมเราถึงไม่สร้างใหม่เหมือนประเทศอื่นๆ?

"เราคงไม่สง่างามเท่าประเทศจีน เราไม่สามารถผันงบประมาณ ผันเครื่องไม้เครื่องมือการก่อสร้างทำได้รวดเร็วขนาดนี้ ขณะนี้ทางรพ. กระทรวงสาธารณสุขเอง มีการจัดมาตรการในการจัดแบ่งว่าถ้าเข้าหากเข้าระยะต่างๆ ตรงนี้จะมีการผันผู้ป่วยไปรพ.อื่น และขณะเดียวกันผู้ป่วยที่ติดเชื้อก็ไปอยู่ที่พิเศษโดยเฉพาะ"

 

 

เชื้อตัวนี้อันตรายมั้ย เพราะบางคนรู้สึกไกลตัว?

"มันอันตรายตรงที่ว่า 80 เปอร์เซ็นต์อาการมันน้อยหรือไม่มีอาการเลย"

 

อาจารย์เคยบอกว่าที่น่ากลัวคือบางคนปอดบวมสองข้างแต่ไปโน่นไปนี่ได้เหมือนเขาไม่เป็นอะไร?

"นี่เป็นลักษณะพิเศษของโควิด ข้อมูลตรงนี้มาจากประเทศจีนโดยตรงเพราะเราติดต่อคุณหมอทางนั้นด้วย เชื้้อตรงนี้จะลงไปที่ปอดทั้งสองข้าง แต่ไม่มีไอ มันลงไปข้างล่างเลย มันไม่ผ่านคอ มันเลยไม่เจ็บ มันลงปอดเลย ที่ประหลาดคือขณะมีฝ้าในปอดเรียบร้อยก็ยังเดินไปเดินมาได้"

 

ไม่แสดงร่องรอยของโรคออกมา?

"ไม่มี ไข้ก็ไม่มี เราก็จะไม่รู้ว่าเป็นโควิด มันก็มีสองด้าน ตัวเองก็ไม่รู้แม้จะรับผิดชอบดียังไงก็ตาม สองหมอเองก็ไม่รู้ ว่าแพร่เชื้อ ฉะนั้นอาการแม้แต่น้อยนิด ครั่นเนื้อครั่นตัว ไม่อยากทำงานเท่าไหร่ ขี้เกียจ เราต้องเปรียบเทียบตัวเราเองกับที่ผ่านมาว่าขณะนี้ท่าทางไม่ดี เราไม่สบาย การที่เราไม่สบายตรงนี้ต้องกักตัวอยู่บ้านโดยไม่สุงสิงกับคนในครอบครัว ขณะเดียวกันก็เตรียมพร้อมว่าถ้าเราอาการหนักจะมีใครพาไปรพ.หรือเปล่า ถ้าไปก็ต้องบอกคนขับรถด้วยเพื่อให้เขาทำความสะอาดรถหลังเขาส่งคุณแล้ว"

 

ไปเอกซเรย์ปอดเจอมั้ย?

"ก็มีสองประเด็นด้วยกัน เพราะที่จีนไม่ได้ใช้เอกซเรย์ปอดธรรมดา ใช้คอมพิวเตอร์ซีพีในการดูปอด เหตุผลที่ทำแบบนั้นเพราะละเอียดกว่า รพ.ประเทศจีนไม่มีทุกแห่งที่สามารถตรวจพีซีอาร์ได้ แต่รพ.ทุกแห่งในจีนมีเครื่องซีพี ฉะนั้นคนที่เดินมาท่าทางอยู่ในข่ายต้องสงสัยก็ตรวจซีพีเลย พอตรวจซีพี ถึงจะเดินได้ ไอก็ไม่ค่อยไอเท่าไหร่ แต่มีฝ้าที่เป็นลักษณะพิเศษของโรคนี้ก็กักตัวไม่ให้แพร่เชื้อได้ แต่จุดมุ่งหมายคือกักตัวดูว่าจะแพร่เชื้อหรือไม่ จะได้ช่วยชีวิตทัน"

 

 

 

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง :

>> ต้องรับผิดชอบสังคม! โบว์-น้องมะลิ อยู่บ้าน 14 วัน กักตัวดูอาการโควิด-19 หลังกลับจากญี่ปุ่น

>> 10 วิธีป้องกัน เชื้อไวรัสโคโรนา สายพันธุ์ใหม่ Covid-19 รับมือก่อนไปเที่ยวต่างประเทศ

>> 10 ข้อควรปฏิบัติ ผู้พบอาการเสี่ยงติดเชื้อไวรัสโคโรนา COVID-19 หลังกลับจากการเดินทาง 14 วัน

>> รวมสายการบิน ที่ยกเว้นค่าธรรมเนียมเลื่อนตั๋ว เปลี่ยนแปลงการเดินทาง เหตุไวรัสโคโรนา COVID-19