ถ้าใครกำลังหาซีรีส์ดูยาว ๆ แบบมาราธอน ซีรีส์ฝรั่งถือเป็นตัวเลือกที่ดี เพราะหลายเรื่องมีหลายซีซัน เนื้อเรื่องเข้มข้น โปรดักชันใหญ่ และตัวละครที่น่าจดจำ รับชมหนังซีรีส์ระดับพรีเมียม กดสมัคร TrueID+ ดูได้ทุกที่ 24ชม. คลิก!! วันนี้เราเลยรวม 10 ซีรีส์ฝรั่งยอดฮิต ที่ดูเพลินจนมีโอกาสหยุดไม่ได้ ใครมีวันหยุดยาว ลองเปิดลิสต์นี้ดูได้เลยค่ะ 1. Game of Thrones มีทั้งหมด 8 ซีซั่น รวมจำนวนตอนทั้งหมด 73 ตอน เรื่องย่อ ซีรีส์แฟนตาซีที่เล่าเรื่องการแย่งชิงบัลลังก์ของตระกูลต่าง ๆ ในทวีปเวสเทอรอส ท่ามกลางสงคราม การทรยศ และเกมการเมือง ขณะเดียวกันก็มีภัยคุกคามจากกองทัพคนตายที่กำลังใกล้เข้ามา รีวิว / ความคิดเห็นส่วนตัว ซีรีส์เรื่องนี้ถือเป็นหนึ่งในซีรีส์ระดับตำนาน เพราะมีทั้งเนื้อเรื่องที่ซับซ้อน ตัวละครจำนวนมาก และการเมืองระหว่างตระกูลที่เข้มข้น ทำให้คนดูต้องลุ้นอยู่ตลอดว่าใครจะเป็นผู้ชนะในเกมอำนาจครั้งนี้ จุดเด่นสำคัญคือการเล่าเรื่องที่คาดเดาไม่ได้ ตัวละครหลักสามารถตายได้ทุกเมื่อ ทำให้เรื่องมีความตื่นเต้นและสร้างความตกใจให้ผู้ชมหลายครั้ง นอกจากนี้ตัวละครแต่ละคนยังถูกเขียนให้มีมิติ ไม่ได้มีแค่ฝ่ายดีหรือฝ่ายร้าย ทำให้เรื่องราวดูสมจริงและชวนติดตามมากขึ้น ในด้านโปรดักชัน ซีรีส์เรื่องนี้ยังขึ้นชื่อเรื่องความยิ่งใหญ่ของฉากสงคราม งานสร้าง และเทคนิคพิเศษที่คุณภาพระดับภาพยนตร์ ทั้งฉากมังกร เมืองต่าง ๆ และฉากศึกขนาดใหญ่ ทำให้โลกของเรื่องดูสมจริงและอลังการมาก โดยรวมแล้วเป็นซีรีส์ที่ทั้งเข้มข้น ดราม่า และยิ่งใหญ่ในทุกด้าน ใครที่ชอบแนวแฟนตาซี การเมือง และสงครามแนะนำว่าควระดูจริง ๆ ค่ะ 2. Stranger Things มีทั้งหมด 5 ซีซั่น รวมจำนวนตอนทั้งหมดประมาณ 42 ตอน เรื่องย่อ เรื่องราวเริ่มต้นเมื่อเด็กชายคนหนึ่งหายตัวไปอย่างลึกลับในเมืองเล็ก ๆ กลุ่มเพื่อนของเขาจึงออกตามหาและได้พบกับเด็กสาวปริศนาที่มีพลังเหนือธรรมชาติชื่อว่า “อีเลเว่น” พวกเขาค่อย ๆ ค้นพบความลับของโลกอีกมิติที่เรียกว่า “Upside Down” ซึ่งเต็มไปด้วยสิ่งมีชีวิตอันตราย รีวิว / ความคิดเห็นส่วนตัว ซีรีส์เรื่องนี้โดดเด่นมากในด้านบรรยากาศและสไตล์ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากวัฒนธรรมยุค 80 ไม่ว่าจะเป็นดนตรี เสื้อผ้า หรือบรรยากาศเมืองเล็ก ๆ ทำให้เรื่องมีเอกลักษณ์และเสน่ห์เฉพาะตัว ส่วนตัวความสัมพันธ์ของกลุ่มตัวละคร โดยเฉพาะมิตรภาพของเด็ก ๆ ที่ทำให้เรื่องมีทั้งความอบอุ่นและความตลก แม้เนื้อเรื่องจะเต็มไปด้วยปริศนาและเหตุการณ์เหนือธรรมชาติ ขณะเดียวกันซีรีส์ยังผสมแนวไซไฟ สยองขวัญ และการผจญภัยได้อย่างลงตัว ทำให้ทุกซีซั่นมีทั้งความลุ้นระทึกและปมลึกลับให้ติดตาม อีกหนึ่งสิ่งที่ทำให้ซีรีส์เรื่องนี้ประสบความสำเร็จคือการสร้างสัตว์ประหลาดและโลก Upside Down ที่มีดีไซน์น่าจดจำ รวมถึงตัวละครอย่าง Eleven และ Demogorgon ที่กลายเป็นสัญลักษณ์ของเรื่องไปแล้ว โดยรวมแล้วถือเป็นซีรีส์ที่ทั้งสนุก ตื่นเต้น และอบอุ่นไปพร้อมกัน 3. The Crown มีทั้งหมด 6 ซีซั่น รวมเป็น 64 ตอน เรื่องย่อ ซีรีส์ดราม่าชีวประวัติที่เล่าเรื่องชีวิตและการครองราชย์ของ สมเด็จพระราชินีเอลิซาเบธที่ 2 เรื่องราวครอบคลุมเหตุการณ์สำคัญของราชวงศ์อังกฤษ รวมถึงความสัมพันธ์ภายในครอบครัวและการเมืองของประเทศ รีวิว / ความคิดเห็นส่วนตัว ซีรีส์เรื่องนี้ได้รับการยอมรับอย่างมากในด้านการเล่าเรื่องประวัติศาสตร์ร่วมสมัยของอังกฤษ โดยนำเสนอเหตุการณ์สำคัญหลายช่วงเวลา ทั้งวิกฤตการเมือง ความเปลี่ยนแปลงของสังคม และเหตุการณ์ภายในราชวงศ์ ซึ่งทำให้ผู้ชมได้เห็นมุมมองทั้งในฐานะสถาบันกษัตริย์และในฐานะครอบครัวหนึ่ง ด้านโปรดักชันคือพิถีพิถันมาก ไม่ว่าจะเป็นฉาก เสื้อผ้า หรือบรรยากาศของแต่ละยุคที่ถูกสร้างขึ้นอย่างสมจริง นอกจากนี้การแสดงของนักแสดงในแต่ละซีซั่นก็ได้รับคำชมอย่างมาก เพราะสามารถถ่ายทอดบุคลิกของบุคคลสำคัญในราชวงศ์ได้อย่างน่าเชื่อถือ นอกจากนี้ซีรีส์ยังเล่าเรื่องความกดดันของการเป็นผู้นำประเทศควบคู่กับบทบาทในฐานะภรรยาและแม่ ทำให้ตัวละครมีมิติและทำให้ผู้ชมเข้าใจชีวิตของผู้ที่อยู่เบื้องหลังสถาบันกษัตริย์มากขึ้น 4. The Witcher มีทั้งหมด 4 ซีซั่น รวมประมาณ 32 ตอนหลัก เรื่องย่อ เรื่องราวของ เกรอลต์แห่งริเวีย นักล่าปีศาจที่เดินทางไปทั่วดินแดนเพื่อกำจัดสัตว์ประหลาด ระหว่างทางเขาได้พบกับ เจ้าหญิงซิริ และแม่มดทรงพลังอย่าง เยนนิเฟอร์ ชะตาของทั้งสามคนค่อย ๆ เชื่อมโยงกันท่ามกลางโลกที่เต็มไปด้วยเวทมนตร์และสงคราม รีวิว / ความคิดเห็นส่วนตัว ซีรีส์เรื่องนี้เป็นแฟนตาซีที่มีบรรยากาศค่อนข้างมืดหม่นและจริงจังกว่าซีรีส์แฟนตาซีทั่วไป เพราะโลกในเรื่องเต็มไปด้วยทั้งสัตว์ประหลาด การเมืองระหว่างอาณาจักร และความขัดแย้งของมนุษย์กับเผ่าพันธุ์อื่น ทำให้เรื่องมีความเข้มข้นและดราม่าไปพร้อมกัน ส่วนตัวชอบคาแรกเตอร์ของเกรอลต์ นักล่าปีศาจผู้เงียบขรึมที่มีทั้งความเก่งกาจและเสน่ห์เฉพาะตัว ความขลังของตัวเอกทำให้ตัวละครนี้กลายเป็นหนึ่งในตัวละครแฟนตาซีที่ได้รับความนิยมมาก นอกจากนี้ซีรีส์ยังสร้างโลกแฟนตาซีที่เต็มไปด้วยตำนาน สัตว์ประหลาด และเวทมนตร์ ซึ่งดัดแปลงมาจากนิยายชุด The Witcher โดยรวมแล้วเป็นซีรีส์ที่เหมาะกับคนที่ชอบแนวดาบ เวทมนตร์ ตำนาน และการผจญภัยในโลกแฟนตาซี รับรองว่าไม่ผิดหวังแน่นอนค่ะ 5. Bridgerton มีทั้งหมด 4 ซีซั่น (ณ ตอนนี้) โดยแต่ละซีซั่นมักจะมีความยาวประมาณ 8 ตอน เรื่องย่อ ซีรีส์โรแมนติกย้อนยุคที่เล่าเรื่องชีวิตและความรักของสมาชิกในตระกูลบริดเจอร์ตัน ท่ามกลางสังคมชนชั้นสูงของอังกฤษที่เต็มไปด้วยงานเต้นรำ กฎเกณฑ์ทางสังคม และข่าวซุบซิบในราชสำนัก รีวิว / ความคิดเห็นส่วนตัว ซีรีส์เรื่องนี้โดดเด่นมากในด้านบรรยากาศโรแมนติกและโปรดักชันที่สวยงาม ทั้งฉาก เครื่องแต่งกาย และงานเต้นรำที่ถูกออกแบบอย่างหรูหรา ทำให้โลกของชนชั้นสูงในยุครีเจนซีดูมีชีวิตชีวาและน่าหลงใหล การเล่าเรื่องความรักของตัวละครในแต่ละซีซั่น ซึ่งมีทั้งความหวาน ดราม่า และความสัมพันธ์ที่ซับซ้อน ทำให้ผู้ชมอินไปกับเรื่องราวของแต่ละคู่ นอกจากนี้ซีรีส์ยังมีเอกลักษณ์ตรงการใช้เพลงป๊อปสมัยใหม่ในเวอร์ชันดนตรีคลาสสิก ทำให้บรรยากาศดูสดใหม่และแตกต่างจากซีรีส์ย้อนยุคทั่วไป โดยรวมแล้วเป็นซีรีส์ที่ดูเพลิน โรแมนติก และมีภาพสวยมาก เหมาะกับคนที่ชอบเรื่องราวความรักในบรรยากาศย้อนยุคค่ะ 6. Emily in Paris มีทั้งหมด 5 ซีซั่น (ณ ตอนนี้) ประมาณ 50 ตอน เรื่องย่อ เรื่องราวของ เอมิลี่ สาวอเมริกันที่ย้ายไปทำงานด้านการตลาดในปารีส เธอต้องปรับตัวกับวัฒนธรรมใหม่ เพื่อนร่วมงาน และความรักที่เกิดขึ้นในเมืองแห่งแฟชั่น รีวิว / ความคิดเห็นส่วนตัว เป็นซีรีส์ที่เนื้อเรื่องดูสบาย ๆ มีทั้งความโรแมนติก คอเมดี้ และเรื่องราวการทำงานในวงการการตลาด ทำให้ดูเพลินและไม่เครียดมาก เหมาะกับคนที่อยากดูซีรีส์เบา ๆ ที่เต็มไปด้วยบรรยากาศสวย ๆ ของเมืองแฟชั่นระดับโลก ซีรีส์เรื่องนี้มีเสน่ห์ตรงบรรยากาศของปารีสที่ถูกถ่ายทอดออกมาอย่างสวยงาม ไม่ว่าจะเป็นคาเฟ่ ถนนสายเล็ก ๆ หรือสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดัง ทำให้ผู้ชมรู้สึกเหมือนได้เที่ยวเมืองนี้ไปพร้อมกับตัวละคร อีกจุดเด่นคือแฟชั่นของตัวละครที่จัดจ้านและโดดเด่นมาก โดยเฉพาะสไตล์การแต่งตัวของเอมิลี่ที่เต็มไปด้วยสีสันและความสนุก ทำให้ซีรีส์เรื่องนี้กลายเป็นหนึ่งในซีรีส์ที่หลายคนพูดถึงเรื่องแฟชั่นอยู่เสมอค่ะ 7. Sex Education มีทั้งหมด 4 ซีซั่น รวมทั้งหมด 32 ตอน เรื่องย่อ เรื่องราวของ โอทิส เด็กหนุ่มขี้อายที่แม่เป็นนักบำบัดด้านเพศ เขาใช้ความรู้จากแม่มาเปิด “คลินิกให้คำปรึกษาปัญหาเรื่องเพศ” ในโรงเรียน ซีรีส์พูดถึงความสัมพันธ์ วัยรุ่น และตัวตนของแต่ละคนอย่างตรงไปตรงมา รีวิว/ ความคิดเห็นส่วนตัว เป็นซีรีส์ที่ได้รับคำชมมากเพราะสามารถพูดถึงประเด็นเรื่องเพศ ความสัมพันธ์ และการเติบโตของวัยรุ่นได้อย่างตรงไปตรงมา แต่ก็ยังเล่าเรื่องด้วยโทนที่ทั้งสนุก ตลก และอบอุ่น ทำให้ดูได้เพลินโดยไม่รู้สึกหนักเกินไป การสร้างตัวละครที่มีความหลากหลาย ทั้งบุคลิก เพศสภาพ และปัญหาชีวิต ทำให้ผู้ชมหลายคนสามารถเชื่อมโยงกับตัวละครในเรื่องได้ นอกจากนี้ซีรีส์ยังพูดถึงประเด็นสำคัญอย่างการยอมรับตัวตน การสื่อสารในความสัมพันธ์ และความเข้าใจเรื่องเพศอย่างเปิดกว้าง ส่วนตัวชอบการพัฒนาของตัวละครที่ค่อย ๆ เติบโตและเรียนรู้จากความผิดพลาดของตัวเอง ทำให้เรื่องไม่ได้เป็นแค่ซีรีส์วัยรุ่นตลก ๆ แต่ยังให้มุมมองและข้อคิดเกี่ยวกับการใช้ชีวิตได้ดีมากค่ะ 8. Black Mirror มีทั้งหมด 7 ซีซั่น รวมมากกว่า 30 ตอน โดยแต่ละตอนจบในตอนและมีความยาวต่างกัน เรื่องย่อ ซีรีส์ไซไฟที่แต่ละตอนเป็นเรื่องราวแยกกัน แต่มีธีมเกี่ยวกับ ผลกระทบของเทคโนโลยีต่อมนุษย์ บางตอนพูดถึงโลกอนาคตที่เทคโนโลยีควบคุมชีวิตคน บางตอนก็สะท้อนสังคมปัจจุบัน รีวิว / ความคิดเห็นส่วนตัว ซีรีส์เรื่องนี้โดดเด่นมากในฐานะซีรีส์แนว Anthology ที่แต่ละตอนมีพล็อตและตัวละครใหม่ทั้งหมด แต่ยังคงมีธีมร่วมกันคือการตั้งคำถามเกี่ยวกับเทคโนโลยี สื่อ และพฤติกรรมของมนุษย์ในยุคดิจิทัลหลายตอนของเรื่องขึ้นชื่อว่าชวนหลอนแบบสมจริง เพราะแนวคิดในเรื่องไม่ได้ไกลเกินจินตนาการ แต่หลายอย่างดูเหมือนจะเกิดขึ้นได้จริงในอนาคต เช่น โลกที่ถูกกำหนดคุณค่าด้วยคะแนนโซเชียล หรือเทคโนโลยีที่สามารถบันทึกความทรงจำของมนุษย์ได้ การเล่าเรื่องที่กล้าทดลอง ทั้งในด้านโทนเรื่องและรูปแบบการนำเสนอ ทำให้บางตอนออกแนวดราม่า บางตอนเป็นไซไฟระทึกขวัญ หรือแม้แต่แนวเสียดสีสังคมอย่างคมคาย โดยรวมแล้วเป็นซีรีส์ที่ทั้งล้ำ น่ากลัว และชวนให้คิดตามหลังดูจบหลายตอน เหมาะกับคนที่ชอบแนวไซไฟที่ตั้งคำถามกับโลกอนาคตและพฤติกรรมของมนุษย์ดีค่ะ 9. Money Heist มีทั้งหมด 5 ซีซั่น รวมประมาณ 41 ตอน เรื่องย่อ ซีรีส์แนวอาชญากรรม–ระทึกขวัญเกี่ยวกับการปล้นครั้งใหญ่ที่วางแผนโดยชายลึกลับที่เรียกว่า “ศาสตราจารย์ (The Professor)” เขารวบรวมทีมโจรที่ใช้ชื่อเมืองเป็นนามแฝง เช่น โตเกียว เบอร์ลิน และเดนเวอร์ เพื่อทำแผนปล้นระดับตำนาน ทั้งการบุก โรงกษาปณ์สเปน และต่อมาคือ ธนาคารแห่งประเทศสเปน ระหว่างการปล้น พวกเขาต้องรับมือกับตำรวจ ตัวประกัน และความขัดแย้งภายในทีม รีวิว / ความคิดเห็นส่วนตัว ด้วยการผสมผสานระหว่างดราม่า แอ็กชัน และการวางแผนอันชาญฉลาด ทำให้ซีรีส์เรื่องนี้ดูสนุกและติดตามได้ยาวแบบมาราธอน ใครที่ชอบซีรีส์แนวปล้น วางแผน และระทึกขวัญต้องชอบแน่นอน ซีรีส์เรื่องนี้ได้รับความนิยมทั่วโลกเพราะพล็อตการปล้นที่วางแผนมาอย่างซับซ้อนและเต็มไปด้วยการหักมุม ทำให้ผู้ชมต้องลุ้นตลอดว่าแผนของศาสตราจารย์จะสำเร็จหรือไม่ ทุกตอนเต็มไปด้วยความตึงเครียด ทั้งการต่อรองกับตำรวจ เหตุการณ์ในหมู่ตัวประกัน และความขัดแย้งภายในทีมโจรเอง ตัวละครที่มีเอกลักษณ์และมีเรื่องราวเบื้องหลังของแต่ละคน ทำให้ผู้ชมรู้สึกผูกพันกับตัวละคร แม้พวกเขาจะเป็นโจรก็ตาม นอกจากนี้ซีรีส์ยังมีสัญลักษณ์ที่กลายเป็นภาพจำระดับโลก เช่น หน้ากาก Salvador Dalí และเพลง Bella Ciao ที่ถูกใช้เป็นสัญลักษณ์ของการต่อต้านและเสรีภาพอีกด้วยค่ะ 10. Peaky Blinders มีทั้งหมด 6 ซีซั่น รวมทั้งสิ้น 36 ตอน เรื่องย่อ ซีรีส์เล่าเรื่องของ โทมัส เชลบี และแก๊ง Peaky Blinders ที่สร้างอำนาจในโลกอาชญากรรมของอังกฤษหลังสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง พวกเขาต้องเผชิญทั้งคู่แข่ง ตำรวจ และการเมือง รีวิว / ความคิดเห็นส่วนตัว เป็นซีรีส์ที่บรรยากาศเท่มาก ตัวละครมีเสน่ห์สุด ๆ แต่งตัวหล่อใส่สูทผูกไทด์สูดซิกาเรตกันทั้งเรื่อง ซีรีส์เรื่องนี้โดดเด่นมากในด้านบรรยากาศและสไตล์ที่เท่เป็นเอกลักษณ์ ตั้งแต่การแต่งกายแบบสูท หมวกทรงเฉพาะของแก๊ง ไปจนถึงโทนภาพหม่น ๆ ที่สะท้อนยุคหลังสงคราม ทำให้ทั้งเรื่องมีกลิ่นอายดาร์กและมีเสน่ห์เฉพาะตัว ส่วนตัวชอบคาแรกเตอร์ของโทมัส เชลบี ที่สุด เป็นตัวละครซับซ้อน ฉลาด เด็ดขาด และมีด้านมืดในตัวเอง ทำให้เรารู้สึกทั้งชื่นชมและสงสารในเวลาเดียวกัน นอกจากนี้ซีรีส์ยังผสมผสานทั้งเรื่องอาชญากรรม การเมือง และปมชีวิตของตัวละครเข้าด้วยกันอย่างเข้มข้น โดยรวมแล้วเป็นซีรีส์ที่มีทั้งความดาร์ก เท่ และเนื้อเรื่องเข้มข้น ตัวละครมีเสน่ห์มาก จึงเป็นอีกเรื่องที่ดูแล้วติดได้ง่าย อีกเรื่องที่ชอบมาก ๆ คือ ดนตรีประกอบที่ใช้เพลงร็อกสมัยใหม่มาผสมกับบรรยากาศย้อนยุค ทำให้ซีรีส์ดูมีพลังและแตกต่างจากซีรีส์ย้อนยุคทั่วไป ทั้งหมดลิสต์นี้รวม 10 ซีรีส์ดังระดับโลก ที่เหมาะกับการดูยาว ๆ แบบมาราธอน แต่ละเรื่องมีเสน่ห์ต่างกัน ทั้งแฟนตาซี ไซไฟ และดราม่าอาชญากรรม พร้อมหลายซีซันให้ดูต่อเนื่องแบบเพลิน ๆ. ใครมีวันหยุดยาว ไม่มีแพลนออกไปไหน ลองเลือกสักเรื่องจากลิสต์นี้ เปิดดูตอนแรกได้เลยค่ะ แล้วจะเครื่องติดยาวจนดูรวดเดียวหลายซีซันแน่นอนค่า เครดิตภาพ Game of Throne 1 / Stranger Things 2 / The Crown 3 / Netflix 4 / 5 / 6 / 7 / 8 / 9 / 10 เปิดประสบการณ์ความบันเทิงที่หลากหลายสุดปัง บน App TrueID โหลดเลย ฟรี !