สวัสดีทุกคนนะครับ วันนี้เราจะมาพูดกันถึงภาพยนตร์ที่ชื่อ DoLittle ครับเรื่องที่โปสเตอร์ครับเป็นรูป Robert Downey Jr. กับบรรดาสัตว์นั่นแหละครับ ต้องถือว่ากระแสต่าง ๆ นะครับ ค่อนข้างเงียบมากพอสมควรเลย สำหรับหนังเรื่องนี้ ตัวผมก็มีโอกาสได้ดูตัวอย่างครับ มันก็ดูเข้าทีนะครับ แต่ก็ไม่ได้ว้าวอะไรมากมายขนาดนั้น เอาง่าย ๆ ครับว่าดูจบก็ลืมไปเลย จนกระทั่งใกล้เวลาที่หนังจะเข้าฉายจริง ๆ เนี่ยถึงหวนคิดมาได้ครับว่าจะมีหนังเรื่องนี้เข้านี่หว่า พอมานั่งพินิจ พิเคราะห์ดี ๆ นะครับ Dr.DoLittle เนี่ยชื่อคุ้น ๆ หูอย่างน่าประหลาดครับ มันเหมือนเราเคยได้ยินมาจากไหนมาก่อน นั่งงงอยู่สักพักครับหลอดไฟที่หัวก็ติดขึ้นทันทีครับ เรื่องนี้มันดัดแปลงมาจากนิยายที่ผมเคยอ่านสมัยน่าจะสมัยช่วงประถมต้นได้กระมังครับ ต้องขอท้าวความก่อนครับว่าโรงเรียนสมัยประถมของผมเนี่ยเป็นโรงเรียนที่โบราณมาก ๆ เลยครับ ก่อตั้งมาเกือบเฉียด ๆ 90 ปีเห็นจะได้ครับ และห้องสมุดของที่นี่นะครับ บอกตรง ๆ ว่าโทรมมากเลยครับ 80 ปีที่แล้วเป็นยังไง ตอนนี้มันก็ยังเป็นแบบนั้นครับ มันไม่น่าเป็นที่หาความรู้สักเท่าไหร่ เหมาะจะล่าท้าผีซะมากกว่า แต่จะบอกก่อนนะครับว่ามีของดี ๆ ซ่อนอยู่ในนั้นมากมายเพราะความเก่าของมันนี่แหละครับ ทั้งบรรดาหนังสือระดับขึ้นหิ้งมากมาย นิยายดังต่าง ๆ นะครับ Dr.DoLittle ครับก็เป็นหนึ่งในนั้นด้วย ที่ถ้านับเวลาจนถึงปัจจุบันนะครับผลงานชิ้นนี้ก็มีอายุ 100 กว่าปีเข้าไปแล้วล่ะครับ ตอนนั้นเนี่ยก็ชอบเหมือนกันนะครับถ้าจำไม่ผิดก็เป็นเรื่องราวของสัตวแพทย์ประหลาด ๆ ครับ ไม่นิยมชมชอบการสุงสิงกับผู้คน เขามีหมูแล้วก็ห่านเป็นเพื่อนคู่ใจ คอยออกรักษาบรรดาสัตว์ต่าง ๆ ผมจำได้แค่นั้นจริง ๆ ครับ แต่ความรู้สึกตอนนั้นก็ชอบเหมือนกันครับอย่างที่บอก มันดู Fantasy ดูอบอุ่น อ่านไปก็เห็นภาพคุณหมอใจดีครับแล้วก็เพื่อนพ้องนั่นเอง จริง ๆ แล้วครับ Dr.DoLittle เคยถูกทำเป็นหนังหรือ Series มาแล้วมากมายหลายเวอร์ชั่นครับ ตั้งแต่เวอร์ชั่นปี 1967 ครั้งนั้นครับได้รางวัลออสการ์สาขา Special effects ยอดเยี่ยมด้วยนะครับ หรือจะเป็นเวอร์ชั่นหมอผิวสีกับในปี 1998 ซึ่งต้องบอกครับว่าโด่งดังกว่าตัวหนังดั้งเดิมซะอีก ซึ่งแน่นอนครับว่าผมไม่ได้ดูสักเรื่องเลยแหละครับ กลับมาที่ปัจจุบันกันบ้างครับ ทันทีที่เรารู้ว่าปี 2020 จะมีหนังดัดแปลงจากนิยายที่เคยอ่านตอนเด็กเข้า ความตื่นเต้น ความอยากดูเนี่ยก็ทวีคูณขึ้นมาเลยแหละครับ ยิ่งได้ Robert Downey Jr. นะครับรับบทแสดงนำด้วย จะได้เห็นฝีมือของเขานะครับหลังจากจบงานใหญ่กับ Marvel ซะที ผลงานจะเป็นยังไงกันบ้างแต่กลิ่นแว่ว ๆ มาเนี่ยไม่ค่อยดีเท่าไหร่เลยครับ คะแนนจากนักวิจารณ์ต่างประเทศครับถือว่าอยู่ในเกณฑ์ค่อนข้างต่ำกว่ามาตรฐานพอสมควรครับ เปิดตัวที่ IMDb นะครับได้แค่ 6.1 คะแนน ถือว่าค่อนข้างน้อยมาก ๆ เลยครับพอมาดูที่เว็บไซต์อย่าง Rotten Tomatoes นะครับ ต้องเรียกว่าแทบลมจับครับ มีนักวิจารณ์แค่ 13 เปอร์เซ็นต์เท่านั้นที่ชอบหนังเรื่องนี้ ไม่เป็นไรครับของแบบนี้ครับ อย่างที่บอกต้องพิสูจน์ด้วยตัวเองครับ เรื่องย่อของ Dr.DoLittle ฉบับ 2020 กำกับโดยคุณสตีเฟ่น กาแก้นครับ เรื่องมีอยู่ว่า John DoLittle ชายวัยกลางคนที่มีความเชี่ยวชาญด้านการรักษาและเยียวยา ไม่ว่าจะเป็นคนหรือว่าสัตว์ อีกทั้งยังมีความสามารถพิเศษอย่างการสื่อสารกับสัตว์ได้ นั่นทำให้เขานะครับเป็นที่รักของทุกคนในอาณาจักร แต่นั่นเป็นเพียงแค่อดีตไปแล้วครับ ในปัจจุบันเขาตัดขาดตัวเองออกจากโลกภายนอกอย่างสิ้นเชิง ด้วยเหตุผลอะไรบางอย่าง แต่เมื่อองค์ราชินีแห่งอังกฤษครับทรงประชวรหนักอย่างไร้ทางรักษา เป็นหน้าที่ของหมอเทวดาคนนี้ครับที่จะต้องหาหนทางแก้ไขครับและวิธีเดียวที่จะช่วยได้ก็คือการออกเดินทางไปยังเกาะลึกลับ และนั่นก็ทำให้การผจญภัยของ John Do.Little และผองสัตว์ต่าง ๆ นะครับก็เลยเริ่มต้นขึ้นนั่นเอง นี่คือเรื่องราวคร่าว ๆ ครับ มาถึงความรู้สึกแรกหลังจากเดินออกมาจากโรงนะครับ แอบสารภาพว่าผิดหวังเล็ก ๆ เลยแหละครับ มันก็สนุกแหละครับ บันเทิงใช้ได้อยู่ แต่มันเหมือนกับมันไม่สุดครับ มันสะดุดแปลก ๆ ส่วนหนึ่งอาจจะเป็นเพราะความคาดหวังของตัวผมเองครับที่สูงเกินไปก็ได้ สำหรับหนังเรื่องนี้มาว่ากันเป็นข้อ ๆ เลยแล้วกันครับ เริ่มที่ตัวบทนี่มีความจืด ๆ จาง ๆ ครับ การผจญภัยตามล่าของในตำนาน ดูจะธรรมดาและก็เชยเกินไปหน่อยครับสำหรับภาพยนตร์ในยุคนี้ จริงอยู่ครับว่าหนังดี ๆ เนี่ยไม่จำเป็นต้องมีบทซับซ้อนอะไรมาก ขอแค่ตัวละครน่าสนใจนี่ก็พาเราอินได้แล้ว เพียงแต่ Dr.DoLittle นะครับไม่ได้เป็นแบบนั้นเลย การเล่าเรื่องครับดูจะเป็นปัญหาอย่างมากด้วยเวลาอันจำกัดครับ ยากต่อการปูเบื้องหลัง คนดูครับยังไม่ทันจะรู้จักกับตัวละคร ยังไม่ทันจะอิน ก็ถูกโยนประเด็นต่าง ๆ ใส่มาแบบไม่ทันตั้งตัวครับ มันเหมือนว่าเรายังงง ๆ อยู่ แล้วก็ถูกพาไปทางนู้นที ทางนี้ทีตลอดครับ ตรงจุดนี้เนี่ยทำให้ตัวหนังมันออกจะน่าเบื่อไปสักนิด ช่วงกลางเรื่องนี่ครับก็เกือบจะลืมไปแล้วว่าจุดหมายคืออะไร มันสำคัญยังไงเพราะว่าคนดูยังแทบไม่รู้จักใครเลยครับ ต่อให้เกิดเรื่องคับขันแล้วจะไปแคร์ จะไปสนทำไม จริงไหมล่ะครับ และผมก็ขอจบการบ่นแล้วกันครับ เรามาต่อกันที่ส่วนดี ๆ กันบ้างดีกว่าครับ อ่านกันมาถึงตรงนี้เนี่ยแฟน ๆ หลายคนน่าจะกำลังเอามือกุมอกครับ หนังมันแย่ขนาดนั้นเลยหรอ ต้องบอกว่าไม่ใช่เสียทีเดียวครับ Dr.DoLittle นะครับถือว่าเป็นภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์เรื่องนึงเลยครับ ด้วยทุนสร้างมากกว่ามากกว่า 175 ล้านเหรียญครับ ทำให้งานด้านภาพนี่ทำออกมาได้ดีมาก ๆ ครับ โดยเฉพาะบรรดา CG ของเหล่าสิงสาราสัตว์ต่าง ๆ ที่ลื่นไหลแล้วก็มีรายละเอียดครับ ถ้าคุณยังจำ Lion King ของปีที่แล้วได้นะครับ DoLittle เนี่ยไม่ขนาดนั้นหรอกครับแต่ก็ใกล้เคียงมาก ๆ แล้วล่ะครับ Setting ของหนังที่อยู่ในช่วงยุควิคตอเรียทำให้ฉากประกอบต่าง ๆ ครับ บ้านเรือนดูมีศิลปะแล้วก็สวยงามมาก ๆ ด้านเทคนิคและเอ็ฟเฟ็คพิเศษต่าง ๆ ใครที่คาดหวังความอลังการนะครับ DoLittle ก็ตอบสนองคุณได้เป็นอย่างดี ยังไม่พอครับเรามาดูเหล่านักแสดงที่มาให้เสียงพากย์เหล่าสัตว์กันบ้าง ไล่กันไปตั้งแต่ Tom Holland จาก Spiderman Rami Malek จาก Bohemian Rhapsody ครับ แต่ที่สำคัญที่สุดก็คือคนนี้ครับนักมวยปล้ำชื่อดังอย่าง John Cena ครับก็มาร่วมให้เสียงในครั้งนี้ด้วย ซึ่งเมื่อรวมกันแล้วครับก็ช่วยเพิ่มสีสัน แล้วก็ทำให้ตัวหนังสือจืด ๆ เนี่ยครื้นเครงได้อย่างทันตาเห็นทีเดียวครับ ส่วนนี้เนี่ยต้องขอชื่นชมครับ มาถึงกับคำถามสำคัญที่เชื่อว่าหลาย ๆ คนน่าจะอยากรู้มากที่สุด Robert Downey Jr. เนี่ยเขาเป็นยังไงบ้าง หลังจากที่ปล่อยให้แฟน ๆ คิดถึงกันได้สักพักนะครับ การกลับมาครั้งนี้เป็นยังไงบ้างกับบทบาทหมอรักษาสัตว์คนนี้นะครับ เอาตรง ๆ จากใจเลยนะครับยังดูไม่โดดเด่นเท่าไหร่มากครับ อาจด้วยบทที่ John DoLittle ในเรื่องนี้นะครับมีคาแรคเตอร์ที่แตกต่างจากที่ผมจินตนาการเอาไว้พอสมควร จากผู้ชายที่สุขุมนะครับ ใจดี กลายเป็นคนหวาดระแวงและมองโลกในแง่ร้ายไปซะแบบนั้นครับ การแสดงของ Robert Downey Jr. เนี่ยถ้าจะเล่าให้เห็นภาพง่าย ๆ เลยก็คือ เหมือนกัปตันแจ็คสแปร์โรว์ของคุณ Johnny Depp ครับ แต่มีความสามารถในการคุยกับสัตว์ได้นั่นแหละครับ มันเป็นประมาณนั้นเลยครับ ส่วนด้านตัวละครคงจะไม่มีอะไรให้มากมายครับ ยกเว้นการกระจายบทที่ดูจะทำได้ไม่ดีเท่าไหร่ครับ ส่วนตัวร้ายนะครับต้องเรียกว่าเป็นตัวละครมิติเดียวจริง ๆ ครับ จะร้ายก็ร้ายแบบไม่ลืมหูลืมตาอะไรเลยครับ ขาดความน่าสนใจแบบสุด ๆ สรุปแล้วกันครับ ด้วยเนื้อเรื่องที่เงียบสนิท เหตุผลของฉากต่าง ๆ ที่ดูอ่อนไปซะหน่อยครับ รวมไปถึงการเล่าเรื่องที่ไม่ดีนัก บอกตรง ๆ ครับว่าหนังเรื่องนี้คงจะไม่ได้สร้างมาสำหรับคนดูหนังแบบผมสักเท่าไหร่ครับ 6 เต็ม 10 แล้วกัน ย้ำอีกครั้งครับว่านี่เป็นเพียงคะแนนส่วนตัวเท่านั้นนะครับอย่าให้คะแนนครับมาตัดสินใจแทนคุณว่าหนังเรื่องนี้เหมาะสมที่จะเข้าไปดูหรือไม่ถ้ามองอีกมุมนึงครับ สมมติว่าคุณเป็นคนที่อยากจะชมนางแบบธรรมดา ๆ ครับ ไม่ต้องคิดมากหรือว่ามีฐานะเป็นคุณพ่อคุณแม่แล้ว อยากจะพาลูก ๆ ไปรับชมหนังที่สร้างความบันเทิงและหัวเราะก็ได้ทั้งครอบครัวแบบนี้ครับ ในที่นี้ก็คงจะไม่มีเรื่องไหนครับที่เหมาะสมไปมากกว่าเรื่องนี้อีกแล้วแหละครับ ขอขอบคุณภาพประกอบทั้งหมดจาก Official Trailer Youtube