Short CommentEnola Holmes 2 : เอโนลา โฮล์มส์ 2 (2022)การสานต่อที่ลงตัวกว่าเดิม เดินหน้าด้วยความสนุกสนานที่มาพร้อมเสน่ห์ที่เติบโตตามวัยถ้าจะให้รำลึกถึงหนัง NETFLIX Original ที่ดูไปบ่นไปตั้งตารอเรื่องหนึ่งที่จำได้แม่นเลยคือ Enola Holmes เมื่อสองปีที่แล้ว เหตุเพราะเป็นหนังฟอร์มดีที่มีนักแสดงที่คนดูรักและเห็นพัฒนาการความเติบโตมาจนแทบจะเป็นพี่เลี้ยงจาก Stranger Things นั่นคือผู้เขียนได้เห็นเธอตั้งแต่เป็นเด็กจนโตเป็นสาว ซึ่งก็คือผู้เขียนได้เห็น Millie Bobby Brown โตมาพร้อมกับลูกชายคนเล็กที่วัยไล่เลี่ยกับเธอ และด้วยความที่หนังภาคแรกเป็นหนังที่สนุกเป็นความบันเทิงที่ย่อยง่ายดูเพลินจึงเป็นงานเด็กดูได้ผู้ใหญ่ดูดีแต่ถ้าจะให้ลงลึกจริงๆคนดูรุ่นที่จะประทับใจมากที่สุดคงไม่พ้นวัยพรีทีนอย่างตัวละคร Enola Holmes ในเรื่อง เพราะคนที่ชอบเรื่องนี้ที่สุดคือคนรักหนังตัวเล็กของบ้านที่สนุกสนานไปกับการผจญภัยของนักสืบวัยเยาว์ที่วัยใกล้เคียงกับเขา ส่วนผู้ใหญ่รุ่นผู้เขียนก็ดูสนุกได้เพราะหนังสร้างมาแบบถึงฟอร์มมีนักแสดงเบอร์ใหญ่มาเล่นให้ทั้ง Henry Cavill หรือ Helena Bonham Carter แล้วตัวหนังที่ออกมาก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีเพราะหนังมีดีในตัวจนมีการสานต่อออกมาและเห็นได้ชัดว่าเติบโตขึ้นทั้งนักแสดงและตัวหนังEnola Holmes (Millie Bobby Brown) ที่ตอนนี้พำนักอยู่ที่กรุงลอนดอนและพยายามหาเลี้ยงตัวเองด้วยการเปิดสำนักงานนักสืบเอกชนจากผลงานวีรกรรมเก่าที่ได้ไขคดีของ Lord Tewkesbury (Louis Partridge) แต่เมื่อโลกนี้ยังมี Sherlock Holmes (Henry Cavill) สำนักงานของเธอจึงล้มไม่เป็นท่าเพราะเงาของพี่ชายกว้างใหญ่เกินไป แล้วเมื่อกำลังจะหาอะไรทำใหม่ Enola ก็ได้รับการว่าจ้างจากสาวน้อยคนหนึ่งให้ตามตัว Sarah Chapman (Hannah Dodd) พี่สาวที่หายตัวไปอย่างเป็นปริศนา Enola จึงเริ่มสืบที่โรงงานผลิตไม้ขีดไฟที่ Sarah ทำงานและเดินตามร่องรอยปริศนาที่ถูกทิ้งไว้ไปจนพบกับ William Lyon (Gabriel Tierney) หนุ่มผู้ดีที่เป็นคนรักของ Sarah ในขณะเดียวกัน Sherlock นักสืบชื่อก้องโลกก็กำลังหัวจะปวดกับคดีใหม่ที่เขายังไขไม่ได้เพราะคล้ายกับเกมที่เขาถูกปั่นหัว จนเมื่อสองพี่น้อง Holmes สืบคดีของตัวเองที่ Enola สืบจากเรื่องส่วนบุคคลและ Sherlock สืบจากภาพใหญ่มาบรรจบกันว่าเป็นคดีเดียวกัน สองพี่น้อง Holmes จึงต้องร่วมกันไขคดีที่แน่นอนว่าต้องได้แต่จะได้ยังไงก็น่ารักน่าลุ้นเป็นการสานต่อที่ลงตัวขึ้นเพราะเติบโตขึ้นในส่วนของการเล่าเรื่อง เพราะเมื่อมาถึงการขึ้นจอครั้งที่สองหนังได้ถูกพัฒนาจากหนังผจญภัยวัยทีนมาเป็นหนังนักสืบหัวเห็ดเต็มตัวแล้ว กระนั้นสิ่งที่ยังคงเป็นก็คือการไม่พยายามไปเป็นหนัง Sherlock Holmes เต็มที่อย่างที่คุ้นชินที่ปมต่างๆจะถูกมัดอย่างแน่นเริ่มด้วยเรื่องเหนือธรรมชาติไม่ธรรมดาแล้วมาเฉลยให้อ้าปากค้างทีเดียวตอนจบ ความไม่พยายามเป็นแบบนั้นทำให้หนังดูง่ายคล้ายกับผูกปมไว้หลวมๆให้ตามได้ต่อติดไม่ต้องคิดตามทุกวินาทีให้ระทมกบาล กระนั้นในความหลวมของปมยังมีความแน่นในการผูกเรื่องเพราะไม่มีหลุดให้จับไต๋ได้การซ่อนอะไรยังมิดชิดที่ขาดไปคือการชี้นำให้คาดเดาและความน่าสงสัย แล้วเมื่อคนดูไม่เดาคนดูจึงไม่รู้สึกว้าวเมื่ออะไรบางอย่างถูกเฉลยและเมื่อคนดูไม่สงสัยคนดูก็จะรู้ว่าใครเป็นใครใครดีใครร้ายไม่มีกลางๆ อาการลุ้นที่มีจึงเป็นการลุ้นตามเหตุการณ์ไม่ใช่ลุ้นเรื่องของคดีแต่นั่นคือส่วนของความรู้สึกเพราะส่วนของอารมณ์หนังก็ทำได้ดีเมื่อเดินหน้าเร็วและมีพลังการเชื่อมโยงดูเนียนตาทำให้อะไรที่ใส่มาคือความสนุกเร้าใจโดยไม่จำเป็นต้องเข้มข้นก็สนุกได้ด้านตัวละครก็เติบโตขึ้นที่เห็นว่าช่วงวัยกำลังจะเปลี่ยนผ่านและมาพร้อมเสน่ห์ที่ขายได้ สิ่งหนึ่งที่เป็น Enola Holmes คือ Break The Fourth Wall ที่ยังทลายกำแพงโลกจินตนาการมาสู่โลกแห่งความจริงได้เพราะคนดูรู้สึกว่ามีส่วนร่วม เมื่อทุกครั้งที่เธอหันมาพูดอะไรกับคนดูคนดูจะรู้สึกผูกพันอันนี้น่าจะได้อานิสงค์จากความผูกพันเก่าด้วย แต่สิ่งที่เห็นชัดคือเสน่ห์ที่สมวัยมากขึ้นทำให้ตัวละคร Enola Holmes ดูเติบโตขึ้น ทั้งยังมีการเล่าเรื่องที่มีพัฒนาการขึ้นไม่เล่นแบบเด็กๆแล้วแต่จับเอาเรื่องที่ดูเป็นผู้ใหญ่ที่อาจไม่ถึงกับเกินวัยเพราะยังมี Sherlock มาประคอง จึงเป็นการเติบโตของเรื่องราวที่ Enola จะต้องเรียนรู้จากพี่ชายเพื่อก้าวพ้นเงาของพี่ชายและเหมือนตั้งใจไว้ว่าให้ Sherlock ได้เติบโตขึ้นเช่นกันด้วยการมีเพื่อนซึ่งก็คือการเปิดตัว Dr. Watson (Himesh Patel) ในส่วนของ Enola นอกจากการได้ก้าวพ้นการเป็นนักสืบรุ่นจิ๋วก็คือการก้าวพ้นวัยจากวัยเด็กหรือวัยรุ่นตอนต้นมาสู่วัยรุ่นเต็มตัวและหนังก็ไม่รีรอที่จะมีมุมความรักให้ได้เข้าพระเข้านางที่คนดูรู้สึกดีไปด้วยคล้ายกับว่า Enola และ Millie Bobby Brown ได้เติบโตอยู่ในสายตาเสมอมายังคงมองเห็นเรื่องสิทธิสตรีที่ภาคที่แล้วชัดยังไงภาคนี้ก็ชัดอย่างนั้น สิ่งหนึ่งที่ภาคที่แล้วทำได้ดีในการฝังเรื่องข้างหลังไว้ให้มีพลังคือความเป็นแฟมินิสต์ในตัวที่ภาคที่แล้วว่ากันถึงเรื่องของสิทธ์ในการลงคะแนนเสียงเลือกตั้งของสตรี และภาคนี้ก็ยังชัดเมื่อเรื่องเล่าบนพื้นฐานเรื่องจริงของการต่อสู้เพื่อชีวิตและการถูกกดขี่ในโรงงานไม้ขีดไฟที่หนังมาเฉลยตอนท้ายว่านี่คือเรื่องจริงของบุคลจริงที่ถูกจารึกไว้ แต่อาจด้วยความไม่รู้ของคนดูประกอบกับความลงตัวอย่างเนียนในการผสานเรื่องจริงกับเรื่องแต่งเลยทำให้คนดูรู้สึกว่าใกล้ตัวที่เหมือนไม่ใช่เรื่องใหญ่ แต่หากคิดให้ดีกลับเป็นเรื่องใหญ่ที่คนงานในโรงงานก็ไม่ต่างจากหนูทดลองที่พร้อมเอาชีวิตมาสังเวยเพื่อผลกำไรจากความฉ้อฉลในยุคที่ผู้ชายเป็นใหญ่ และที่น่าเจ็บปวดคือคนงานเหล่านั้นล้วนเป็นผู้หญิงในสังคมยุควิคตอเรียที่หนังสื่อออกมาให้เห็นว่าเป็นได้แค่นางโชว์ที่สร้างความบันเทิงให้กับผู้ชายในโรงละคร แล้วเอาตามจริงคือหนังเดินเรื่องด้วยพลังหญิงจริงๆจนสังเกตได้ว่าในความเป็นหนังที่สนุกคนดูจะรู้สึกถึงความคมคายในเรื่องสิทธิสตรีมาแฝงไว้ที่เหมือนเสียงกระซิบแต่ก้องอยู่ในหัวเสน่ห์และพลังดาราที่มาเต็มที่พร้อมการมีบทมากขึ้นของผู้เล่นหลัก สิ่งที่ต้องชื่นชมคือการวางบทบาทของตัวละครให้พอเหมาะพอควรเพราะนี่คือเรื่องของ Enola Holmes แต่เมื่อเป็นเรื่องที่แตกหน่อมาจาก Sherlock Holmes ยังไงก็ต้องมี Sherlock Holmes แต่จะให้มาเด่นเกินหน้า Enola Holmes ก็ใช่ที่ บทหนังจึงออกมาดีอย่างน่าปรบมือเมื่อภาคนี้ยกระดับให้ Sherlock Holmes เด่นขึ้นแต่ไม่เกินหน้าน้องซึ่งลงตัวอย่างที่สุดในบทที่มาประคอง และที่ดีมากคือผู้เขียนดู Sherlock Holmes มาหลายเวอร์ชั่นแล้วแต่เมื่อดู Henry Cavill ในบท Sherlock กลับไม่รู้สึกกังขาแต่เชื่อได้ว่าเขาคือคนที่ใช่ ส่วน Millie Bobby Brown ก็ยิ่งใช่เพราะเธอพาเรื่องเดินหน้าไปด้วยพลังของ Enola ทำให้นี่คือหนังของ Enola ที่ไม่มีใครมาแย่งซีนเธอได้ แถมด้วยเสน่ห์และพลังดาราที่มาแบบตรึงใจสมวัยทำให้เมื่อเวลาเข้าพระเข้านางกับ Louis Partridge คนดูจะทั้งยิ้มทั้งคันหัวใจเพราะเชื่อไปแล้วในความเป็น Enola หรือด้วยความรู้สึกที่รู้ว่าลูกกำลังมีแฟน ส่วน Helena Bonham Carter กับนักแสดงสมทบคนอื่นๆที่มาน้อยแต่ก็มีเวลาที่น่าจดจำนี่คืองานที่ดูสนุกมากดูจนไม่ลุกไปไหนและส่วนตัวคิดว่าสนุกกว่าภาคแรกด้วยซ้ำ สนุกขนาดไหนก็คิดเอาว่าคนดูที่ดูเอาเรื่องที่คุณแม่บ้านค่อนขอดว่า "ดูเพื่อจับผิด" อย่างผู้เขียนดูเพลินจนลืมจับผิดจนเมื่อรู้ตัวอีกทีหนังก็มาถึงช่วงไคลแม็กซ์แล้ว ส่วนหนึ่งเพราะเป็นตัวละครที่เขียนขึ้นมาใหม่ทำให้ภาคแรกต้องมีอะไรมาเป็นพื้นฐานก็คือการต้องปูไปด้วยเล่าไปด้วยทำให้หนังดูสนุกแต่ก็เหมือนกับไม่สุดสำหรับคนดูที่ผ่านอะไรมามาก แต่พอมาภาคนี้อาจด้วยความที่ไม่ต้องมัวปูเรื่องตัวละครมากนักและในส่วนของตัวละครเองก็กำลังจะก้าวพ้นวัยหนังจึงออกมาใส่ความบันเทิงเต็มที่ที่ดูสนุกแน่นอนเพราะแม้กระทั่งฉากซิ่งรถไล่ล่าก็ยังมีแต่ด้วยรถม้า อาจไม่ใช่หนังนักสืบที่เนี้ยบและแกงคนดูอย่างหนักแต่ความที่ดูง่ายก็สนุกได้เพราะบางครั้งการไม่ต้องคิดอะไรมากมายก็พาหัวใจให้เพลิดเพลิน แล้วด้วยเพลงประกอบที่เป็น Sherlock Holmes แถมยังเปิดตัวตัวร้ายคู่ต่อกรหลักของ Sherlock Holmes ออกมาอีกทั้งหมอ Watson ก็มาแล้วจึงไม่ต้องสงสัยว่าน่าจะมีภาคสามตามมาให้คนดูได้ติดตามความสนุกของ Enola Holmes กันอีกดูไปบ่นไปขอบคุณภาพประกอบภาพปก / ภาพที่ 1 / ภาพที่ 2,3,4,5,6,7 / ภาพที่ 8 จาก Instagram legendaryถ้าคุณชอบเรื่องนี้ คุณจะชอบเรื่องนี้ความเห็นหลังชม Stranger Things 4: สเตรนเจอร์ ธิงส์ ซีซัน 4 ชุด 1 (2022) "ยังระทึกหลอนสุดเร้าใจ ที่เป็นได้ทั้งการสานต่อและการย้อนสู่จุดเริ่มต้น"ความเห็นหลังชม Stranger Things 4: สเตรนเจอร์ ธิงส์ ซีซัน 4 ชุด 2 (2022) อัดความเร้าใจมาเต็มเหยียด ลงตัวในบทสรุปที่เป็นจุดเริ่มต้นอ่านบทความหนัง NETFLIX Original โดย "ดูไปบ่นไป" ได้ที่นี่ความเห็นหลังชม The Adam Project : ย้อนเวลาหาอดัม (2022) เพลิดเพลิน... ดั่งหยิบของเล่นต่างๆนาๆมาเล่นตามจินตนาการความเห็นหลังชม BLACK CRAB (2022) ความไม่รู้ทำให้เร้าใจ ความสงสัยทำให้น่าติดตามอย่างสนุกความเห็นหลังชม The Gray Man : ล่องหนฆ่า (2022) มันส์สถานเดียวไม่เกี่ยวกับใคร เพราะตั้งใจมาระเบิดเถิดเทิงความเห็นหลังชม Day Shift : งานต้องล่า (2022) "ตามสูตรแบบไม่ต้องคิดมาก ดูเอามันส์เอาสนุกก็มีความสุขพอแล้ว"ความเห็นหลังชม Blackout (2022) สูตรเดิมซ้ำๆ ไม่ต้องคิดมากก็สนุกพอได้ ตามสไตล์งานแอ็กชันเกรด Bคอมมูนิตี้โลกคนรักหนัง ห้องหวีดซีรีส์ดังออกใหม่มาแรง ป้ายยาหนังดีหนังโดน