สวัสดีค่ะคุณผู้อ่าน วันนี้เราจะมารีวิวอนิเมะที่เป็นที่สุดของปี 2025 อย่าง ดาบพิฆาตอสูร ภาคปราสาทไร้ขอบเขต ซึ่งเป็นเนื้อหาที่ต่อจาก ภาคการสั่งสอนของเสาหลัก ทันทีเลย ถึงเราจะพอรู้อยู่แล้วว่าภาคนี้ต้องมันจะเดือดขนาดไหนแต่พอได้มาดูจริงๆ ในโรงหนังมันเป็นอะไรที่เกินคาดไปมาก เป็นภาคที่บีบหัวใจเราสุดๆจนตอนนี้ยังมูฟออนไม่ได้เลยT^T รับชมหนังซีรีส์ระดับพรีเมียม กดสมัคร TrueID+ ดูได้ทุกที่ 24ชม. คลิก!! แต่ก่อนจะไปอ่านเราขอเกริ่นถึง ภาคการสั่งสอนของเสาหลัก นิดนึง ภาคนั้นเหมือนเป็นจุดพักใจที่ทำให้เราได้เห็นมุมน่ารักๆ และความพยายามของเหล่านักล่าอสูรที่ฝึกฝนอย่างหนักเพื่อเตรียมรับมือกับมุซัน มันทำให้เราผูกพันกับตัวละครมากขึ้นกว่าเดิม และนั่นแหละที่ทำให้พอเข้าสู่ภาคปราสาทไร้ขอบเขต เราถึงรู้สึกอินและเจ็บปวดไปกับทุกความสูญเสียที่เกิดขึ้น ทุกวันนี้เรายังจำความรู้สึกตอนที่ดูได้อยู่เลยเพราะเราเดินร้องไห้ออกมาจากโรงหนังเลยอะ นี่เลยตัวต้นเรื่อง ☝🏻 หัวใจสำคัญของภาคนี้คือการที่ทุกคนในหน่วยพิฆาตอสูรถูกดึงลงสู่ ปราสาทไร้ขอบเขต ของมุซัน บอกเลยว่าเสน่ห์ของภาคนี้คือการที่มันไม่ให้เราพักเลยทุกตัวละครถูกแยกกันไปเผชิญหน้ากับอสูรข้างขึ้นโหดๆที่เก่งแบบตัวต่อตัว หรือไม่ก็ต้องร่วมมือกันในแบบที่เราไม่เคยเห็นมาก่อน และด้วยความที่เราไม่ได้อ่านมังงะเรื่องนี้ด้วย ตอนที่ทุกคนตกลงไปในปราสาทไร้ขอบเขตเรานี่ลุ้นจนนั่งไม่ติดเบาะตลอดทั้งเรื่อง เพราะเราไม่รู้เลยว่าใครจะลงไปเจออสูรตัวไหน มาจ่ะ เรามาพูดถึงพาร์ทแต่ละพาร์ทก่อนดีกว่า พาร์ทของเซนอิทสึ ใครที่เคยสบประมาทน้องไว้นี่ต้องมองใหม่เลยนะเพราะภาคนี้เขาเท่มากกกก คุณจะหลงรักเขาแบบถอนตัวไม่ขึ้น อย่างที่เห็นในภาคก่อนๆเซนอิทสึจะหลับตาสู้แต่ในภาคนี้ไม่แล้ววว และแน่นอนว่าเซนอิทสึลงไปเจอกับอสูรข้างขึ้นหน้าใหม่ไฟแรงอย่างไคกาคุ ที่เป็นศิษย์พี่ของเซนอิทสึนั่นเองพวกเขาสองคนมีความแค้นที่ต้องสะสาง((ถ้าใครได้ดูภาคการสั่งสอนของเสาหลักมาแล้วก็จะรู้เลยว่าคือความแค้นอะไร)) พาร์ทอสูรข้างขึ้นลำดับที่ 2 (โดมะ) เป็นการต่อสู้ที่เต็มไปด้วยอารมณ์ความแค้นและการแก้แค้นของ โคโจ ชิโนบุ(เสาหลักแมลง) ที่รอคอยมานาน เราจะได้เห็นด้านที่เข้มแข็งและอ่อนแอของชิโนบุในเรื่อง ซึ่งมันทัชใจเรามาก ตอนดูคือปวดใจตามเลยสู้จนถึงที่สุดจริงๆ เธอพิสูจน์ให้เห็นว่าถึงแม้เธอจะเป็นเสาหลักที่แรงน้อยและตัวเล็กแต่ก็ไม่ได้แปลว่าเธอจะยอมแพ้ง่ายๆและพยายามสู้ด้วยกำลังทั้งหมดของเธอ ทำเราร้องไห้นั่งสะอื้นอยู่ในโรงหนัง พาร์ทของอาคาสะ หลังจากที่เราแค้นเขามาจากภาครถไฟสู่นิรันดร์ ภาคนี้อาจจะทำให้คุณมองเขาเปลี่ยนไป ตอนที่เราดูคือแบบทั้งอึ้ง ทั้งพูดไม่ออก ไม่คิดเลยว่าจะปูเนื้อเรื่องตัวละครมาแบบนี้เลย มีแต่เรื่องให้อึ้งเต็มไปหมด การต่อสู้กับทันจิโร่และกิยูพาร์ทนี้คือที่สุดของงานแอ็กชัน คือไม่สามารถละสายตาจากหน้าจอได้เลยจริงๆ และแน่นอนพาร์ทนี้ก็ทำเราร้องไห้ตาปูดเดินออกมาจากโรงหนัง มันทั้งหน่วงทั้งเจ็บปวดไปหมดเลย และเรื่องงานภาพนี่ขออวยเลยนะต้องยกให้ สตูดิโอ Ufotable ที่ทำออกมาได้เกินมาตรฐานไปไกลมาก ฉากในปราสาทที่หมุนไปมาดูสมจริงจนน่าทึ่งเหมือนได้หล่นลงไปในปราสาทไร้ขอบเขตด้วยเลยอะ ฉากต่อสู้มีความลื่นไหล แสงสีของปราณแต่ละคนคือจัดเต็ม ส่วนเสียงซาวด์ประกอบก็เริ่ดเหมือนเดิม เสียงดาบ เสียงเอฟเฟกต์ต่างๆ มันช่วยเร้าอารมณ์ให้เราเข้าถึงความกดดันของตัวละครได้ดีมาก เสียงเพลงประกอบฉากทำเราขนลุกทุกที สุดท้ายนี้ ใครเป็นแฟนดาบพิฆาตอสูร หรือแม้แต่คนที่เป็นคออนิเมะทั่วไป เราบอกเลยว่าภาคปราสาทไร้ขอบเขตคือต้องดูให้ได้เลยล่ะ ถึงแม้ใครที่ดูเมื่อปี2025ไม่ทันตอนนี้เขาเอามาฉายในโรงหนังอีกรอบแล้วน้าาา เริ่มฉายวันที่26 ก.พ. ที่พารากอน ซีนีเพล็กซ์ ใครที่พลาดปีที่แล้วปีนี้มาดูได้เลยหรือใครที่เคยดูแล้วก็มาดูใหม่ได้ เพราะมันไม่ใช่แค่เรื่องของการต่อสู้ แต่มันคือเรื่องราวของมิตรภาพ ความเสียสละ และการเผชิญหน้ากับอดีตเพื่อก้าวไปข้างหน้า ดูจบแล้วจะเข้าใจเลยว่าทำไมอนิเมะเรื่องนี้ถึงครองใจคนไปทั่วโลก ภาพหน้าปก จาก Facebook: Demon Slayer: Kimetsu no Yaiba คลิปวีดีโอ จาก Facebook: Demon Slayer: Kimetsu no Yaiba ภาพประกอบ จาก Facebook: ภาพที่1 ภาพที่2 ภาพที่3 ภาพที่4 ภาพที่5 ภาพที่6 ภาพที่7 ภาพที่8 ภาพที่9 ภาพที่10 ภาพที่11 ภาพที่12 ภาพที่13 ภาพที่14 ภาพที่15 จะฟังเพลงหรือดูหนัง ซีรีส์ใหม่สุดปัง โหลดเลยที่ App TrueID โหลดฟรี !