ชีวิตที่สังคมไม่เหลียวแลในภาพยนตร์โดย Sean Baker หากใครได้ตามข่าวสารวงการหนังในปีนี้ก็จะทราบดีว่าหนังที่คว้ารางวัล “Palme d'Or” รางวัลสูงสุดประจำเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ครั้งที่ 77 คือ Anora (2024) หนังเรื่องใหม่ล่าสุดจากฝีมือของ Sean Baker เกี่ยวกับนักเต้นระบำเปลืองผ้าที่ได้แต่งงานกับลูกชายเศรษฐีชาวรัสเซีย ซึ่งถือเป็นหนังสัญชาติอเมริกาเรื่องแรกที่คว้ารางวัลนี้นับตั้งแต่ The Tree of Life ของ Terrence Malick เมื่อปี 2011 เขาเป็นผู้กำกับหนังนอกกระแสที่เป็นที่รู้จักจากผลงานอย่าง Tangerine (2015) The Floria Project (2017) และ Red Rocket (2021) ซึ่งล้วนแล้วมีฉากหลังอยู่ในพื้นที่หรือเขตเสื่อมโทรมของเมือง ผู้คนใช้ชีวิตโดยไม่มีทางเลือกในชีวิตมากมาย ซึ่งเป็นภาพที่ไม่ค่อยถูกนำเสนอบ่อยนักในวงการภาพยนตร์และวันนี้เราจะมาสำรวจผลงานก่อนหน้าของ Sean Baker รับชมหนังซีรีส์ระดับพรีเมียม กดสมัคร TrueID+ ดูได้ทุกที่ 24ชม. คลิก!! Tangerine (2015) ผลงานแจ้งเกิดของ Sean Baker บอกเล่าเรื่องราวของ sex worker สาวข้ามเพศที่เพิ่งออกจากคุกและออกเดินทางตามหาแมงดาที่นอกใจเธอ หนังถูกฉายครั้งแรกในเทศกาลภาพยนตร์ Sundance ประจำปี 2015 ซึ่งก็สร้างความฮือฮาด้วยการเป็นหนังที่ถ่ายทำด้วยกล้อง iphone 5s จำนวนสามตัวตลอดทั้งเรื่อง ซึ่งเป็นการทำลายข้อจำกัดในการสร้างหนังที่มีภาพจำว่าต้องใช้เงินจำนวนมากในการผลิตผลงาน การใช้โทรศัพท์มือถือจับภาพไปยังตัวละครสามารถมอบความรู้สึกติดดิน ไม่ปรุงแต่งและช่วยให้คนดูได้รู้สึกใกล้ชิดกับตัวละครมากกว่าที่เคย หนังพาคนดูตามติดทุกฝีก้าวที่ตัวละครพาไปรอบเมืองพร้อมดนตรีประกอบที่เร้าอารมณ์ราวกับตัวละครกำลังไปออกรบผ่านฉากหลังอยู่ในเขตถนนซานตาโมนิกาและไฮแลนด์อเวนิวของฮอลลีวูดในช่วงคริสต์มาสอีฟ แต่เป็นคริสต์มาสอีฟที่ปราศจากความหนาวเย็น หรือการตกแต่งสีเขียวแดงต้อนรับเทศกาล มันทั้งร้อนระอุและตึงเครียดไม่ต่างจากตัวละคร แม้เรื่องราวของหนังจะเกี่ยวข้องกับตัวละครที่วนเวียนอยู่กับเรื่องเซ็กซ์ ความรุนแรงและความเหลวแหลกในชีวิต แต่หนังก็ไม่ได้ย้ำยีพวกเขาให้คนดูมองเป็นพวกคนที่น่ารังเกียจ กลับกันหนังกลับเลือกนำเสนอชีวิตพวกเขาอย่างตรงไปตรงมาและเข้าอกเข้าใจถึงสภาวะที่ตัวละครกำลังพบเจอเป็นอย่างดี The Florida Project (2017) บอกเล่าเรื่องราวของมูนนี่ (Brooklynn Prince) เด็กสาววัยหกขวบที่ใช้ชีวิตอยู่กับแม่ของเธอในโรงแรมจิ้งหรีดในเมืองแห่งหนึ่งของรัฐฟอริด้า ซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับวอลท์ ดิสนี่ย์ เวิลด์ ในผลงานนี้มีการพัฒนาในแง่การสร้างอย่างเห็นได้ชัด เช่นเรื่องงบประมาณที่มากขึ้นทำให้หนังสามารถถ่ายทำด้วยฟิล์ม 35 มม. และได้นักแสดงระดับ Williem Dafoe มารับบทเป็นตัวละครสมทบ บ๊อบบี้ ผู้จัดการโรงแรมจิ้งหรีด หนังปล่อยให้คนดูติดตามชีวิตของมูนนี่ไปเรื่อยๆ เริ่มต้นจากการดูเธอเล่นซุกซนในละแวกโรงแรม เช่นการไปถ่มน้ำลายใส่รถชาวบ้าน ไปแอบตัดไฟของโรงแรม ไปกวนประสาทบ๊อบบี้ หรือไปเผาบ้านร้าง เป็นต้น อาจจะฟังดูน่ารำคาญแต่หนังก็แสดงให้เห็นถึงความบริสุทธิ์ ความใสซื่อของเด็กที่ไม่ว่าสถานที่รอบตัวจะดูไม่เหมาะสมกับการเติบโต (มีขี้ยา มีคนขายตัว มีคนจรจัด มีแม้กระทั่งพวกใคร่เด็ก) พวกเขาก็ยังสามารถหาความสุขตามประสาเด็กได้ มันเป็นความงดงามที่หนังรังสรรค์ขึ้นมาอย่างเป็นธรรมชาติและงดงามอย่างน่าอัศจรรย์ ก่อนที่หนังจะสับเกียร์ฉาบหน้าคนดูด้วยภาพความเป็นจริงของชีวิตที่ไม่สมบูรณ์รอบตัวเด็ก อย่างเรื่องราวแม่ของมูนนี่ที่ทำงานเป็นนักเต้นระบำเปลื้องผ้าและบอกกับตัวเองว่าจะไม่ไปขายตัวเหมือนสาวคนอื่นในพื้นที่เด็ดขาด แต่เมื่อเธอถูกไล่ออกจากงานและการเป็นอยู่เริ่มขัดสน เธอจึงต้องตัดสินใจโพสต์รูปเธอลงบนโลกออนไลน์เพื่อหาลูกค้าหาเงินมาจุนเจือลูก นำไปสู่ฉากในช่วงท้ายเรื่องอันน่าเจ็บปวดที่เจ้าหน้าที่จากกรมกิจการเด็กและเยาวชนมาเรียกตัวเธอไปและมูนนี่ต้องมาเห็นภาพนั้น ภาพที่ทำให้วัยเยาว์อันสดใสของมูนนี่มาถึงจุดสิ้นสุด Red Rocket (2021) บอกเล่าเรื่องราวของ ไมค์กี้ เซเบอร์ (Simon Rex) อดีตดาราหนังผู้ใหญ่ที่ตกอับจากฮอลลีวูดและกลับมายังบ้านเกิดที่รัฐเท็กซัสเพื่อหาที่ซุกหัวนอน จนกระทั่งเขาได้พบกันวัยรุ่นสาว (Suzanna Son) พนักงานในร้านขายโดนัทซึ่งอาจเป็นเส้นทางที่จะพาเข้ากลับคืนสู่วงการหนังผู้ใหญ่ได้ ในผลงานก่อนหน้าของ Sean Baker ตัวละครเอกมักเป็นคนเทาๆที่มีท่าทีที่แสดงออกแบบแข็งกร้าวแต่ลึกๆแล้วเป็นคนจิตใจดี เป็นคนที่ยังมีความบริสุทธิ์ใจอยู่ภายใน แต่ไมค์กี้ ตัวละครเอกของเรื่องนี้เป็นคนเจ้าเล่ห์ ขี้โม้ เจ้าชู้และโอ้อวดตัวเองอย่างที่สุด เรียกได้ว่าเป็นชายแท้สันดานทรามที่ไม่ได้เรียกร้องให้คนดูต้องใส่ใจหรือเอาใจช่วยเขาแต่อย่างใด แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าการนั่งดูชีวิตเขาทำตัวน่าหมั่นไส้ให้คนเกลียดเล่นมันสนุกสนานเอามากๆ มีทั้งความแสบสันต์ วายป่วงและอารมณ์ขันร้ายๆแฝงอยู่ตลอดทั้งเรื่อง เช่นตอนที่ไมค์กี้ชวนคนข้างบ้านไปขับรถเล่นแต่ดันเผลอไปก่ออุบัติเหตุทำให้รถประสานงานกันขนานใหญ่จนเป็นข่าวใหญ่ออกทีวีไปทั่ว ทำให้ตัวละครต้องหวาดระแวงและคอยระวังว่าโดนตำรวจมาเรียกที่หน้าประตูหรือไม่ เป็นช่วงที่ทั้งกระอักกระอ่วน น่าอึดอัด และชวนให้รู้สึกอยู่ไม่สุขตามตัวละครได้จริงๆ เห็นได้ชัดว่าการถ่ายทอดเรื่องราวของกลุ่มคนที่สังคมไม่เหลียวแลให้ออกมาสนุก เป็นธรรมชาติ งดงาม ไม่ปรุงแต่ง แต่ในขณะเดียวกันก็มีความเข้าอกเข้าใจ ไม่มีการตัดสินและไม่หลงลืมสภาพความเป็นจริงที่โหดร้ายคือรสชาติในแบบหนัง Sean Baker ที่หาใครมาเทียบเคียงได้ยากยิ่ง และสำหรับผลงานล่าสุดอย่าง Anora ที่ได้ Mikey Madison มารับบทนำ ซึ่งแม้จะคงธรรมเนียมให้ตัวละครหลักเป็นคนในแวดวงเปลื้องผ้า แต่ก็มีความสดใหม่ด้วยการใส่ตัวละครลูกคนรวยสัญชาติรัสเซียเข้าไปในเรื่องและมีความอู้ฟู่หรูหรามากขึ้นภายใต้ฉากหลังในเมืองอย่าง นิวยอร์ค ซิตี้ และ ลาส เวกัส นี่คือผลงานที่ยังคงไว้ซึ่งลายเส้นอันเด่นชัดและสนุกอย่างไม่น่าเชื่อ อ้างอิง: ภาพปก โดย Anora ภาพ 1 โดย Tangerine ภาพ 2 โดย The Florida Project ภาพ 3 โดย Red Rocket ภาพ 4 โดย Anora เปิดประสบการณ์ความบันเทิงที่หลากหลายสุดปัง บน App TrueID โหลดเลย ฟรี !