เชื่อว่าเกือบทุกคนบนโลกอินเทอร์เน็ตในตอนนี้ที่เข้าถึงสื่อบันเทิงรูปแบบต่างๆโดยเฉพาะอนิเมะ ไม่มีใครไม่รู้จักชื่อ Jojo หรือในไทยเรียกว่า ล่าข้ามศตวรรษ อย่างแน่นอน กับอนิเมะที่เชื่อว่าหลายๆคนเคยเห็น เคยอ่านผ่านตาในรูปแบบของ มีม (Meme) หรือสื่อล้อเลียนที่มีการแชร์กระจายเป็นกว้างขวางอย่างหนึ่งบนโลกอินเทอร์เน็ตโดยจุดประสงค์เพื่อสร้างความบันเทิงและความขบขัน ซึ่งอนิเมะโจโจ้นั้นก็เรียกได้ว่าเป็นอนิเมะที่แทบจะเป็นเรื่องที่มีมีมมากที่สุดในโลกก็ว่าได้ทั้งจากปัจจัยในด้านเรื่องโจโจ้นั้นเป็นเรื่องที่ต้นฉบับมังงะถูกเขียนออกมาเป็นเวลานานกว่าหลายสิบปีมาแล้ว แต่กว่าจะมีเป็นอนิเมะที่เป็นชิ้นเป็นอัน (ไม่นับ OVA สมัย 90 นะ) ก็ล่อมาช่วงสิบปีกว่าที่แล้วเอง แต่มันก็เป็นช่วงที่ยุคอินเทอร์เน็ตเริ่มเข้าถึงอย่างแพร่หลายแล้ว https://pbs.twimg.com/media/F3xcwZ7bkAAaBGo?format=jpg&name=medium (ภาพหน้าปกของมังงะโจโจ้พาร์ทที่ 9 ที่เป็นพาร์ทใหม่ล่าสุดของซีรี่ส์นี้) แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นหลายๆคนก็รู้จักอนิเมะโจโจ้ในฐานะอนิเมะแห่งมีมเรื่องหนึ่งแค่นั้นเอง ซึ่งก็นับว่าเป็นอะไรที่น่าเสียดายมากๆ เพราะจากประสบการณ์ตรงของคนเขียนบทความที่ได้สัมผัสกับอนิเมะซีรีส์นี้มาตั้งแต่ต้นภาคแรกสุดยันจบก็บอกได้เลยว่า นี่มันหนึ่งในอนิเมะขึ้นหิ้งที่หลายๆคนไม่ได้รู้จักมันในเนื้อแท้หรือในภาษาอังกฤษจะเรียกว่า Underrated Masterpiece ประมาณนี้ ซึ่งตอนนี้ยังไม่อยากพูดถึงมากในช่วงเกริ่นนำ จึงจะขอเริ่มจากเล่าประวัติความเป็นมาคร่าวๆของที่มาของชื่อ Jojo's Bizarre Adventure จากในอดีตกันก่อน ประวัติคร่าวๆของโจโจ้ https://pbs.twimg.com/media/GKP_OqybYAAjcHt?format=jpg&name=large Jojo's Bizzare Adventure หรือ โจโจ้ ล่าข้ามศตวรรษเป็นผลงานมังงะโดยอาจารย์อารากิ ฮิโรฮิโกะ ถูกตีพิมพ์ลงในนิตยสารมังงะโชเน็นของทางค่าย Shueisha ฉบับ Weekly Shonen Jump ครั้งแรกเมื่อปี 1987 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่มีมังงะหลายๆเรื่องที่เป็นที่รู้จักอย่างโด่งดังที่เราๆมารู้จักในฐานะอนิเมะขวัญใจเด็กยุค 90 ก็กำลังตีพิมพ์และมาแรงไม่ว่าจะเป็น Dragon Ball, One piece หรืออื่นๆอีกมากมายในเครือโชเน็น แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นมันก็ไม่ได้ทำให้ความนิยมของเรื่องโจโจ้ลดลงหรือถูกกลบแม้แต่น้อย โจโจ้ถูกทำเอามาเป็นอนิเมะครั้งแรกในรูปแบบของ OVA (หรือก็คืออนิเมะที่ไม่ได้ถูกฉายทางโทรทัศน์ทั่วแต่จะมีให้ดูในช่องทางอื่นๆเช่นบนออนไลน์หรือรูปแบบแผ่น) โดย adapt มาจากพาร์ทที่ 3 ของเนื้อเรื่องในชื่อ Stardust Crusaders ซึ่งเป็นพาร์ทที่มีได้รับความนิยมมากที่สุดและเป็น Iconic ของซีรีส์ เป็นจำนวนทั้งหมด 13 ตอนออกฉายตั้งแต่ช่วงปี 1993 ไปจนถึง ปี 2002 ที่ไม่ค่อยจะมีคนพูดถึงมากเท่าไรเพราะตัวอนิเมะฉบับนี้มีเนื้อหาที่กระชับมากจนเรียกว่าเกินไปได้ รวมทั้งลายเส้นและคาแร็คเตอร์ดีไซน์ที่ไม่ค่อยตรงตามต้นฉบับเลย นี่ยังไม่นับเรื่องเสียงพากย์ที่ไม่ค่อยจะอินอีกด้วย ต่อมาก็มีการนำพาร์ทแรกอย่าง Phantom Blood มาทำเป็นอนิเมะมูฟวี่ออกฉายในปี 2007 ที่ไม่แปลกใจเท่าไรหากพวกคุณไม่เคยได้ยินมาก่อนว่าโจโจ้เคยมีอนิเมะมาก่อนนานมาแล้ว เนื่องด้วยเหตุผลไม่ว่าจะทั้งในรูปแบบสื่อออกฉายที่เข้าถึงยากในยุคนั้นรวมทั้งเหตุผลที่กล่าวไปข้างต้นมันทำให้หลายคนมีทั้งไม่รู้จักและไม่สนใจอนิเมะโจโจ้ของเมื่อก่อน https://pbs.twimg.com/media/GBiiItUbQAAMnMz?format=jpg&name=large และต่อมาในปี 2012 ในที่สุดอนิเมะของโจโจ้ก็ได้ถูกทำมาเป็นชิ้นเป็นอันออกฉายทางโทรทัศน์ของประเทศญี่ปุ่นเป็นครั้งแรกในปีนั้น โดยสตูดิโอ David Production โดยการ Adaption ครั้งนี้มีความเคารพและใกล้เคียงกับต้นฉบับมากที่สุดทั้งในด้าน Pacing จังหวะหรือความละเอียดของเนื้อหา ลายเส้นและมุมกล้อง ดึงองค์ประกอบของฉบับมังงะมาอย่างครบถ้วน จึงไม่แปลกที่มันจะเริ่มเป็นที่นิยมและประสบความสำเร็จ จนเป็นอนิเมะที่เราจะพบเห็นได้ตลอดบนโลกออนไลน์ไม่ว่าจะทั้งเป็นมีมประกอบสื่อต่างๆหรือหยิบมาพูดถึงในบางประเด็นทั้งในด้านความบันเทิงหรือคติในชีวิตประจำวัน รีวิวความประทับใจที่มีต่อเรื่องนี้ ต้องบอกก่อนว่าแม้แต่คนเขียนบทความนี้เองในตอนแรกก็ไม่ได้สนใจในอนิเมะโจโจ้เลยแม้แต่น้อย และก็รู้จักมันแต่ในฐานะมีมบนโลกอินเทอร์เน็ตแค่นั้นเอง ซึ่งก็พบเจอมันบ่อยพอควร แทบจะเจอทุกวันที่เปิดเฟสบุ๊กดูเลยก็ว่าได้ คงเป็นเพราะช่วงสมัยที่อนิเมะกำลังฉายอยู่ด้วยแหล่ะ จนกระทั่งเกิดความสงสัยและสนใจขึ้นมาในภายหลังว่าเนื้อเรื่องมันเกี่ยวกับอะไรและประกอบกับอยากเข้าใจทั้งที่มาของมีมต่างๆและความหมายของมัน เพราะอย่างที่เรารู้กันว่าการที่เราเข้าใจ Context หรือที่มาของมีมมันจะอินขึ้นมาก พอหลังจากที่ได้ดูไปจริงๆจนจบพาร์ทที่ 3 ก็บรรลุขึ้นมาทันทีว่า ทำไมไม่ตัดสินใจดูตั้งแต่แรก ฮืออ นี่มันสุดยอดประสบการณ์ที่รู้สึกเป็นมากกว่าอนิเมะเรื่องนึงที่ดูเพื่อความบันเทิงรอบนึงแล้วจากไปหาดูเรื่องอื่นต่อ เพราะมันแทบจะเรียกได้ว่า Masterpiece ชัดๆ เรื่องโจโจ้คือสามารถสร้างและถ่ายทอดอารมณ์และความรู้สึกได้หลากหลายและใช้ได้ในโมเม้นที่ถูกต้อง การ Pacing เนื้อเรื่องที่ทำให้รู้สึกน่าติดตามติดจอตลอดที่ได้ดู แม้จะเป็นจังหวะที่ตัวเรื่องดำเนินไปช้าๆจะไม่รู้สึกว่ามันน่าเบื่อเลยสักนิด ลำดับของเนื้อเรื่องที่ไม่ได้มีความซับซ้อนเพราะแต่ละพาร์ทก็ต่อเนื่องกันแบบตรงไปตรงมา ไม่มีการเดี๋ยวภาคนี้ย้อนไปก่อนหน้านี้แล้วย้อนกลับมาให้ตัองมานั่งวิเคราะห์ไทม์ไลน์ให้ปวดหัว สิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันเลยคือฉากต่อสู้ในเรื่องนี้ที่เป็นภาพลักษณ์ภายนอกของเรื่องโจโจ้นั่นคือหลายคนจะคิดว่าเรื่องอะไรมันน่าสนใจตอนไหนมีแต่การต่อยหมัดรัวๆ (หรือก็คือ Ora Ora กับ Muda Muda แบบที่ทุกๆท่านต้องเคยเห็นผ่านๆในชีวิตมาบ้างล่ะ) แต่นั่นก็เป็นแค่ส่วนหนึ่งของเรื่องที่มีคนชอบอยู่ระดับหนึ่งเพราะไม่งั้นคงไม่มีออกมาเป็นมีมที่โด่งดังจนเป็นภาพได้ขนาดนี้ แต่การต่อสู้ในเรื่องนี้ส่วนใหญ่แล้วเรียกได้ว่า 90 เปอร์เซนต์เลยมันคือการที่ตัวละครหลักต้องทำความรู้จักกับคู่ต่อสู้และคอยพลิกแพลงสถานการณ์ ใช้ทั้งกึ๋นและพลังสมองเป็นหลัก เพราะแท้ที่จริงแล้วโจโจ้ก็คือเรื่องราวที่นิยามคำว่า "สมองสามารถเอาชนะทุกสิ่ง" เช่นสถานการณ์ที่ดูเหมือนว่าตัวร้ายกำลังได้เปรียบและจะฆ่าตัวหลักได้แต่สุดท้ายมันอาจจะเป็นกับดักที่ตัวเอกล่อไว้หรือไม่ก็เจอโอกาสในการพลิกสถานการณ์เฉพาะหน้า เพราะการที่คู่ต่อสู้คิดว่าตัวเองกำลังจะชนะนั้นส่วนใหญ่มักจะปล่อยช่องโหว่สำคัญที่ทำให้พวกเขาโดนอ่านได้นั่นเอง จริงๆมีหลายโมเม้นหลายตอนมากที่ตัวละครไม่จำเป็นต้องใช้กำลังหรือยกหมัดขึ้นมาเพื่อเอาชนะอีกฝ่ายแม้แต่น้อย ตอนที่รู้สึกว่ามันจะเอาชนะไอพวกนี้ยังไง เอาเป็นว่าถ้าลองได้ไปดูไม่ต้องลึกไปถึงตอนหลังๆก็ได้เห็นโมเม้นแบบนี้กันแน่นอน และอีกสิ่งหนึ่งที่เป็นจุดสำคัญที่สุดก็คือคาแร็คเตอร์ที่ต้องเอ่ยชมเลยว่าอาจารย์อารากิ ทั้งเก่งทั้งอัจฉริยะในการสร้างตัวละครออกมาให้โดดเด่นและน่าจดจำ เอาแค่ตัวละครเอกจากทุกภาคที่ก็มีความแตกต่างและ unique เป็นของตัวเองกัน ตัวร้ายหลักของแต่ละภาคที่นอกจากจะมีบุคลิกและ background ที่ต่างกันแล้วก็ยังมีเสน่ห์เป็นของตัวเองจนไม่รู้สึกว่าเป็นการ copy paste และแค่เปลี่ยนชื่อกับหน้าตาเท่านั้น แต่ละตัวร้ายจะทำให้คนดูรู้สึกสดใหม่กับตัวละครตลอด ลองคิดว่าเหมือนกับวีดีโอเกมที่มีการออกแบบโหมดเนื้อเรื่องมาดีและทุกการเดินทางจะเจออุปสรรคและศัตรูหน้าใหม่ที่มีลูกเล่นไม่ซ้ำกันตลอด https://pbs.twimg.com/media/FxhGR7jagAEsQa0?format=jpg&name=large แต่ถ้าถามว่ามันเป็นอนิเมะที่เพอร์เฟคเลยมั้ยก็มันเป็นธรรมดาที่ไม่มีอะไรสมบูรณ์แบบ จุดที่เป็นข้อด้อยหรือข้อติของเรื่องโจโจ้คือหลายๆจุดที่อาจจะดูไม่สมเหตุสมผลหรือไม่ค่อย make sense นักไม่ว่าจะเป็นดีเทลเล็กๆหรือแม้กระทั่งจุดเชื่อมต่อสำคัญที่รู้สึกเหมือนถูก retcon หรือ retroactive continuity ขึ้นมา (คือการปรับเปลี่ยนหรือเสริมเติมแต่งให้เรื่องราวที่เคยมีอยู่แล้วโดยที่ไม่ได้เปลี่ยนอะไรของเก่าไปมากแค่เหมือนพยามสร้างข้ออ้างบางอย่าง) โดยที่มันค่อนข้างที่จะขัดใจหากเป็นคนที่ดูอะไรคิดตามหลักเหตุผลตลอดเวลา (เค้าถึงมีคำๆว่าบางอย่างดูถอดสมองออกมามั่งก็ดี) อีกเหตุผลหนึ่งอันนี้ก็มาจากเรื่องรสนิยมแต่ละคนเพราะเรื่องโจโจ้ไม่ใช่อนิเมะสำหรับทุกเพศทุกวัย ประกอบกับค่านิยมหรือรสนิยมของวัยรุ่นและผู้ใหญ่สมัยนี้เนื่องด้วยโจโจ้เป็นเรื่องที่ค่อนข้างเน้นหนักไปที่ตัวละครชายซะส่วนใหญ่ เรียกได้ว่าเหล่าคนดูผู้ชายที่เป็นสายเสพ waifu อาจจะไม่ตอบโจทย์ในด้านนี้ เพราะเรื่องนี้จะไม่เน้นดีไซน์ตัวละครหญิงให้ออกมาสวยงามหรือน่ารักน่าดึงดูดเท่าเรื่องทั่วไปยุคนี้ เพราะปัจจุบันคือยุคที่มีการให้ความสำคัญกับการออกแบบตัวละครผู้หญิงที่มีเสน่ห์และดูน่าดึงดูดเป็นพิเศษ แต่โจโจ้มันถูกเขียนมาตั้งแต่ยุค 80 แล้ว ซึ่งมันก็จะไปพูดต่อในอีกข้อที่ว่า อันนี้คนเขียนบทความก็ไม่ทราบเหมือนกันว่าเพราะอะไรแต่คนรู้จักหลายๆคนที่เคยคุยที่เขาไม่ดูโจโจ้กันต่างพูดมาเหมือนกันเป๊ะว่า ไม่ชอบลายเส้น ก็จริงอยู่ที่เรื่องนี้มันมีลายเส้นและภาพที่เป็นเอกลักษณ์โดดเด่นแต่มันก็ไม่ได้แบบประหลาดตาซะจนแบบที่พูดไว้รวมทั้งยังรู้สึกว่ายังมีอนิเมะอีกหลายเรื่องที่มีลายเส้นดูแปลกหรือเด่นกว่านี้แต่พวกเขาก็ยังดูกันเพราะมันดังกว่า สรุปข้อเด่น-ข้อด้อย จุดเด่น - มีความ Unique สูงในหลายๆด้านที่ทำให้เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางบนโลกออนไลน์สมัยนี้ แม้จะในรูปแบบของมีมก็ตาม - เนื้อเรื่องที่ Engagement สูงและมี Pacing ที่ทำให้มีความอยากติดตามและติดจอตลอดทั้งตอนที่ได้ดู ไม่มีความน่าเบื่อแม้จะไม่ถึงจุดสำคัญ - ไทม์ไลน์เรื่องที่ต่อเนื่องอย่างตรงไปตรงมา ไม่มีการย้อนกลับหรือโดดข้ามไปจนต้องมาประกอบลำดับเนื้อหาเอาเอง - ตัวละครมีความน่าสนใจน่าดึงดูด มีบุคลิกภาพที่ถูกสร้างมีอย่างดี ไม่มีใครรู้สึกเหมือนถูกก็อปวางมาจากบทตัวละครสำเร็จรูป (ที่ไม่ใช่ตัวประกอบแบบ NPC ทั่วๆไป) จุดด้อย - พล็อตเรื่องที่บางจุดดูไม่ make sense (ดั่งมีม Araki Forgot หรืออาจารย์อารากิเป็นพวกขี้ลืม) จนอาจขัดใจหลายๆคนที่ชอบความสมเหตุสมผลสูง - Cast ที่เน้นหนักไปที่ตัวละครชายเป็นหลักที่อาจเข้าถึงคออนิเมะยุคนี้ยากขึ้นที่มีการชอบเสพสื่อที่มีตัวละครมีความ waifu สูง - เนื่องด้วยเป็นอนิเมะจากมังงะยุคเก่า และรสนิยมของสมัยนี้ที่ต่างจากวัยรุ่นยุค 80-90 มาก ทำให้คนยุคใหม่อาจไม่อินกับปัจจัยหลายๆอย่างที่เรื่องนี้นำเสนอออกมา สำหรับอนิเมะโจโจ้เราสามารถเข้าไปรับชมฟรีอย่างถูกลิขสิทธิ์ได้จากทั้ง Youtube ของ Muse Asia หรือ Muse Thailand และ Bilibili ได้เลย เครดิตรูปภาพจาก รูปที่ 1 - ภาพจากทวิตเตอร์ของมังงะโจโจ้ จากโพสเมื่อวันที่ 18 เม.ษ. 2024 รูปที่ 2 - ภาพจากทวิตเตอร์ของมังงะโจโจ้ จากโพสเมื่อวันที่ 3 เม.ษ. 2024 รูปที่ 3 - ภาพจากทวิตเตอร์ของอนิเมะ จากโพสเมื่อวันที่ 17 ธ.ค. 2023 รูปที่ 4 - ภาพจากทวิตเตอร์ของอนิเมะ จากโพสเมื่อวันที่ 1 มิ.ย. 2024 ภาพหน้าปก - ภาพจากทวิตเตอร์ของอนิเมะ จากโพสเมื่อวันที่ 1 ม.ค. 2024 จะฟังเพลงหรือดูหนัง ซีรีส์ใหม่สุดปัง โหลดเลยที่ App TrueID โหลดฟรี !