รีเซต

“ครูก้อย” อัปเดตครรภ์ 26 สัปดาห์ ล่าสุดผลตรวจสุขภาพออกแล้ว! “เจมส์” ดูแลไม่ห่าง

“ครูก้อย” อัปเดตครรภ์ 26 สัปดาห์ ล่าสุดผลตรวจสุขภาพออกแล้ว! “เจมส์” ดูแลไม่ห่าง
ดาราเดลี่บันเทิง
16 กุมภาพันธ์ 2569 ( 08:00 )
11

“ครูก้อย” อัปเดตครรภ์ 26 สัปดาห์ ตรวจเบาหวานตั้งครรภ์ผ่านฉลุย! “เจมส์” ดูแลไม่ห่าง

             เป็นคุณแม่ตั้งครรภ์ที่ขยันอัปเดตและให้ความรู้ด้านการเตรียมตั้งครรภ์สำหรับผู้บุตรยากมาอย่างต่อเนื่อง สำหรับ “ครูก้อย นัชชา ลอยชูศักดิ์”  ภรรยาคนเก่ง ดีกรีครูวิทยาศาสตร์ ของนักร้องนักแสดงชื่อดัง “เจมส์ เรืองศักดิ์ ลอยชูศักดิ์” ซึ่งตลอดเวลากว่า 9 ปีที่ผ่านมา ครูก้อยได้ถ่ายทอดประสบการณ์และองค์ความรู้ด้านการดูแลสุขภาพ การเตรียมตั้งครรภ์สำหรับผู้มีบุตรยาก ผ่าน BabyandMom จนกลายเป็นที่พึ่งด้านความรู้เตรียมตั้งครรภ์ของคุณแม่ท้องยากจำนวนมาก

            ล่าสุดทั้งคู่ได้ออกมาอัปเดต หลัง “ครูก้อย” เข้ารับการตรวจคัดกรองภาวะเบาหวานขณะตั้งครรภ์ 26 สัปดาห์ หรือประมาณ 6 เดือนครึ่ง อยู่ในช่วงปลายไตรมาสที่ 2 และกำลังจะก้าวเข้าสู่ไตรมาสที่ 3  กับ “หมอกล้วย” สูตินรีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์มารดาและทารกในครรภ์ โรงพยาบาลวิชัยยุทธ ซึ่งเป็นแพทย์ที่ดูแลการฝากครรภ์ของครูก้อยมาตั้งแต่การตั้งครรภ์ลูกสาวคนแรก 

           โดยผลการตรวจคัดกรองเบาหวานขณะตั้งครรภ์ครั้งนี้ออกมาน่าชื่นใจ เมื่อผลตรวจ “ผ่านครบทั้ง 4 ค่า” แบบฉลุย สร้างความอุ่นใจให้สามีสุดที่รัก อย่างเจมส์ เรืองศักดิ์  รวมถึงคุณแม่ตั้งครรภ์วัย 40+ ที่ติดตามและส่งกำลังใจอยู่ไม่น้อย 

           ด้าน “เจมส์ เรืองศักดิ์” ทำหน้าที่ดูแลภรรยาและลูกน้อยในครรภ์ไม่ห่าง พร้อมโพสต์ข้อความผ่านโซเซียลมีเดียว่าอบ “องครักษ์พิทักษ์คนท้อง” และ “ช่วงเวลาอันแสนพิเศษของครอบครัวเรา” ควบคู่กับภาพอัลตราซาวด์ที่เผยให้เห็นความละม้ายคล้ายคลึงของลูกสาวทั้งสองคน “น้องเมดา” และ “น้องมีเมตตา” สร้างรอยยิ้มและความประทับใจให้กับผู้ติดตามจำนวนมาก

           โดยครูก้อยได้ไลฟ์ให้ความรู้การตรวจความเสี่ยงเบาหวานขณะตั้งครรภ์ผ่านเพจว่า คุณแม่ตั้งครรภ์ในวัย 35 ปีขึ้นไป จะมีความเสี่ยงต่อภาวะเบาหวานขณะตั้งครรภ์ เนื่องจากการทำงานของฮอร์โมนและความไวต่ออินซูลินลดลงตามวัย หากควบคุมน้ำตาลไม่ดี อาจเพิ่มความเสี่ยงครรภ์เป็นพิษ ความดันสูง รวมถึงส่งผลต่อน้ำหนักตัวทารกได้ และยังเสี่ยงเป็นโรคเบาหวานทั้งคุณแม่และทารกได้ในอนาคตได้  โดยเฉพาะคุณแม่ตั้งครรภ์ในวัย 40+ จะมีความเสี่ยงต่อภาวะเบาหวานขณะตั้งครรภ์สูงขึ้น 80 % การตรวจครั้งนี้เป็นการดื่มน้ำตาล 100 กรัม และเจาะเลือด 4 ครั้ง โดยเจาะเลือดครั้งที่1 ก่อนดื่มน้ำตาล และเจาะเลือดครั้งที่ 2 หลังดื่มน้ำตาล 100 กรัมไป 1 ชั่วโมง และเจาะซ้ำอีกใน 2 ชั่วโมง  และ 3 ชั่วโมงหลังดื่มน้ำตาล  เพื่อดูว่าร่างกายควบคุมระดับน้ำตาลได้หรือไม่ หากพบค่าผิดปกติ 2≥  ค่า จะวินิจฉัยว่าเป็นเบาหวานตั้งครรภ์ ซึ่งผลของครูก้อยอยู่ในเกณฑ์ปกติทุกตัว ถือว่าร่างกายควบคุมน้ำตาลได้ดีมาก พร้อมแชร์เคล็ดลับการดูแลสุขภาพระหว่างตั้งครรภ์และโภชนการลดเลี่ยงภาวะเบาหวานขณะตั้งครรภ์ 

 

              ครูก้อยเล่าว่า ครูก้อยควบคุมอาหารอย่างจริงจัง  งดผลไม้ทุดชนิด หากจะทาน จะทานแค่แอปเปิ้ล ฝรั่ง แก้วมังกร ทาน 2 ชิ้นพอ งดน้ำหวาน งดเครื่องดื่มน้ำหวานชา กาแฟ งดขนม งดของหวาน งดข้าวขาว เส้นขาว ทานข้าวไม่ขัดสี ทานผักทุกวัน 

              อีกหนึ่งเคล็ดลับที่ครูก้อยเน้นย้ำคือ “ลำดับการทานอาหาร” โดยเริ่มจากผัก ตามด้วยโปรตีน ไขมันดี และคาร์โบไฮเดรต ซึ่งเป็นแนวทางที่ช่วยให้การรับประทานอาหารมีความสมดุลมากขึ้น พร้อมดูแลโภชนาการด้วยการเสริมโปรตีนวันละ 1 ซอง เลือกรับประทานไขมันดีจากอะโวคาโด ปลา และนมแพะ รวมถึงเสริมผลิตภัณฑ์น้ำมันจากแหล่งไขมันดีวันละ 1–2 เม็ด ดื่มน้ำเปล่าให้เพียงพอประมาณ 2–3 ลิตรต่อวัน และรับประทานโพรไบโอติกเป็นประจำทุกวัน ควบคู่กับการพักผ่อนให้เพียงพอ เข้านอนช่วง 3–4 ทุ่ม แม้จะไม่ได้ออกกำลังกาย เนื่องจากเป็นเคสเย็บปากมดลูก แต่เน้นการดูแลตนเองผ่านการควบคุมอาหารและการพักผ่อนอย่างมีคุณภาพเป็นหลัก นอกจากนี้ครูก้อยยังอัปเดตภาพอัลตราซาวด์ “น้องมีเมตตา” อายุครรภ์ 26 สัปดาห์ แบบอารมณ์ดีว่า ลูกสาวชอบเอามือบังหน้า ทำให้เห็นไม่ชัดสักที แต่แอบเห็นมุมข้างหน้าเรียว ๆ น้ำหนักตอนนี้กว่า 800 กรัม อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน ขณะที่น้ำหนักคุณแม่อยู่ที่ 69 กิโลกรัม และยังเพิ่มตามเกณฑ์เหมาะสม