สวัสดีคุณผู้อ่านทุกท่าน กลับมาอีกครั้งกับบทความ Read n' Review ที่ผู้เขียนจะมาแชร์หนังสือที่เคยอ่านไปให้คุณผู้อ่านทุกท่านค่ะ เผื่อว่ามีเรื่องไหนน่าสนใจที่อยากไปหาอ่าน จะได้เป็นการช่วยตัดสินใจ อีกทั้งยังเป็นการส่งเสริมการอ่านไปในตัวด้วยค่ะเรากลับมากับหนังสือเรื่อง The Cabinet of Curiosities เล่นแร่แปรศพ ซึ่งเป็นหนังสือเล่มที่สามของซีรีส์ นักสืบแพนเดอร์แกสต์ เขียนโดย Douglas Preston & Lincoln Child แปลโดย สายอุษา ชื่นศิลป์ จัดพิมพ์โดย น้ำพุสำนักพิมพ์ค่ะ เอาตามตรงก็ค่อนข้างงงนิดหน่อยว่าทำไมทางสำนักพิมพ์ถึงนำเล่มที่สามนี้มาแปลก่อน พอถามไปก็ได้รับคำตอบว่าจะแปลจากเล่มที่สามเป็นต้นไป อ้าว แล้วเล่มที่หนึ่งและสองล่ะคุณพี่ เราจะไม่ได้อ่านจริง ๆ เหรอเนี่ยปกจากฉบับภาษาอังกฤษค่ะ สีแดงแรงฤทธิ์บาดตากันไปเลยทีเดียวเชียวล่ะ ผู้เขียนชอบนะคะ จี๊ดจ๊าดดีส่วนหน้าปกของฉบับภาษาไทยก็คือหลอนน่ากลัวไปเลยค่ะ มองผ่าน ๆ นึกว่าหนังสือผีสางนางไม้สยองขวัญซะมากกว่าหนังสือแนวสืบสวนสอบสวนนะคะเนี่ยเรื่องย่อการไขปริศนาคดีที่น่าพิศวง ที่มีจุดเริ่มต้นของเรื่องราวย้อนไปในอดีตถึงร้อยปี ในปัจจุบันที่มีความวุ่นวายของเมืองหลวงมหานครนิวยอร์กแสนเจริญเป็นฉากหลัง ที่ขัดกับความน่ากลัวสยดสยองที่เกิดขึ้นภายใต้อุโมงค์เก่าแก่แห่งหนึ่งเสียเหลือเกินนักสืบแพนเดอร์แกสต์จาก FBI เป็นผู้ที่ก้าวเข้ามาทำหน้าทีไขปริศนาคดีลึกลับนี้อย่างลับ ๆ นักสืบหนุ่มดูดีใส่สูทเนี้ยบ และมีวิธีไขคดีที่ค่อนข้างไม่เป็นไปตามแบบแผนสักเท่าไหร่ เขาพบว่าศพทั้ง 36 ที่คนงานขุดเจอนั้นถูกเลาะเส้นประสาทไขสันหลังออกไป ภายใต้อุโมงค์ที่เคยเป็นพิพิธภัณฑ์ในยุคโบราณมาก่อน มีห้องทดลองลึกลับที่ดูจะมีจุดประสงค์อะไรบางอย่าง หลังจากนั้นก็มีเหยื่อรายใหม่ที่ถูกฆ่าด้วยวิธีเดียวกันเข้ามาเช่นเดียวกับเหยื่อทั้ง 36 คนเมื่อร้อยกว่าปีก่อน ดูเหมือนฆาตกรกำลังจะรื้อฟื้นเป้าหมายที่ค้างคาไว้ให้เสร็จ ฆาตกรจะเป็นเพียงคนที่เลียนแบบการฆ่าหรือจะเป็นฆาตกรคนเดียวกันที่จะต้องมีอายุถึง 150 กันแน่ ผู้เขียนชอบหนังสือแนวนี้มากค่ะ ดูลึกลับซับซ้อนและเอาใจช่วยนักสืบของเราให้ไขปริศนาได้ ทั้งแรงจูงใจของฆาตกรที่จะต้องไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน เรื่องราวผูกกันได้ดี แต่ก็ยังมีบางจุดที่ยังง ๆ อยู่บ้าง คิดว่าน่าจะเป็นเพราะว่านี่เป็นเล่มที่สามของซีรีส์ชุดนี้ แต่กลับแปลออกมาให้ผู้อ่านไทยมาเป็นเล่มแรก จึงทำให้ตัวละครบางตัวเราไม่เข้าใจแบ็กกราวน์เท่าที่ควร สำนวนการแปลก็แปลออกมาได้ดี ทำให้คนอ่านติดหนึบวางไม่ลง ปมค่อนข้างซับซ้อนและเกินจริงไปหน่อย แต่ก็เป็นธรรมดาของหนังสือแบบนี้ค่ะ ถ้าคดีบ้าน ๆ ใครจะไปอยากอ่านล่ะ มันก็ต้องมีชั้นเชิงกันหน่อยล่ะจริงมั้ยคะ ส่วนตอนจบก็ตามสไตล์หนังสือชุดค่ะ ทิ้งปมไว้ให้ติดตามตอนต่อไปเช่นเดิมนั่นเอง ตอนจบจะทำให้ผู้อ่านต้องอ้าปากค้างและอยากหาอ่านเล่มต่อไปทันทีแน่นอนค่ะผู้เขียนเขาเขียนเก่งนะคะ ฉากบรรยายอะไรต่าง ๆ เขียนออกมาได้ดีและเห็นภาพมาก คนแปลก็เก็บความได้ครบถ้วนค่ะ ใครอยากอ่านก็ต้องตามหาหน่อยนะคะ เพราะเป็นหนังสือเก่าหลายปีแล้วเหมือนกัน และก็ไม่ใช่หนังสือดังขายดีเป็นเทน้ำเทท่าเท่าไหร่ ทางสำนักพิมพ์อาจจะไม่ได้จัดพิมพ์หลายครั้งน่ะค่ะ ก็ลองไปดูตามเว็บไซต์ของร้านหนังสือต่าง ๆ ได้นะคะคะแนน 4/5 เครดิตภาพ ภาพปก / ภาพที่ 1 / ภาพที่ 2 โดยผู้เขียน / ภาพที่ 3 โดยผู้เขียน