รีเซต

“ชาล็อต” ปลดล็อคใจ “บอสณวัฒน์” แล้ว ปัดตอบเรื่องสัญญา มูฟออนเต็มร้อยใช้ธรรมะเข้าช่วย

“ชาล็อต” ปลดล็อคใจ “บอสณวัฒน์” แล้ว ปัดตอบเรื่องสัญญา มูฟออนเต็มร้อยใช้ธรรมะเข้าช่วย
ดาราเดลี่บันเทิง
20 มีนาคม 2569 ( 19:30 )
15

“ชาล็อต” ปลดล็อคใจ “บอสณวัฒน์” แล้ว ปัดตอบเรื่องสัญญา มูฟออนเต็มร้อยใช้ธรรมะเข้าช่วย

           ไม่ได้เห็นออกงานคู่กันมาพักนึงแล้ว คู่ของ “อิงฟ้า วราหะ” กับสาว “ชาล็อต ออสติน” ที่ก่อนหน้านี้ “ชาล็อต” โดน “บอสณวัฒน์” ตักเตือนไปชุดใหญ่ บวกกับมีอาการป่วยเลยหายหน้าหายตาไป แต่ล่าสุดทั้งคู่กลับมาออกงานด้วยกันอีกครั้งและดูเหมือนทุกอย่างจะคลี่ คลายเรียบร้อยแล้ว

 

           “สิ่งที่ได้ไปต่อในปีนี้ ก็ดูแลตัวเอง รักตัวเองได้ไปต่อ สุขภาพตอนนี้ดีขึ้นมากๆ ก็หาเวลาออกกำลังกาย กินให้เยอะขึ้น เน้นโปรตีนเยอะๆ เพราะเราเป็นคนผอมตัวเล็ก ไม่ได้เลือกกินหรอก ก็พยายามกินให้มันมีน้ำหนักขึ้นก่อน แล้วจะไปออกกำลังกายอย่างจริงจัง ปีนี้ก็อยากจะปั้นหุ่นตัวเอง ก็ต้องขอบคุณสำหรับความเป็นห่วงมากๆ ตอนนี้ดีขึ้นมากๆ ทุกอย่าง ยาที่เคยกินก็หยุดไปหมดแล้วไม่ได้ทานแล้วหันมาเน้นทางสายธรรมะแทน คือก่อนหน้านี้รู้สึกว่าเป็นคนที่จิตใจค่อนข้างว้าวุ่น เพราะผ่านเรื่องราวมาเยอะแยะ ก็รู้สึกว่าเอาจิตใจตัวเองก่อน เน้นความสงบ ก็เลยพึ่งทางธรรมดู อาจจะมีช่วงนึงในปีนี้ที่อาจจะหายไปสัก 7 วัน

           หนูก็มูฟออนเรียบร้อยแล้ว เน้นอนาคตแล้วก็โปรเจ็คท์ที่กำลังจะเข้ามา แล้วก็โอกาสต่างๆ ที่อาจจะเข้ามาในอนาคต ก็ดีใจที่ได้คุยกัน ก็ตั้งแต่วันที่เปิดตัวมงกุฎคือวันที่เจอกันครั้งแรก ก็เหมือนเราทิ้งทุกอย่างไปหมดแล้ว ความรู้สึกต่างๆ ความเสียใจอะไรก็แล้วแต่เราไม่ได้หิ้วหอบกลับมาตั้งแต่ปีใหม่แล้ว จริงๆ ก็หาวันไปคุยแหละ แต่ว่าด้วยความที่ประกวดด้วย แล้วเราเองไม่ได้เข้าไปในออฟฟิศด้วย ไม่ได้มีงานอะไรที่ได้เจอ พอได้เจอเราก็ปลดล็อกไม่มีอะไรที่ติดค้างในใจแล้ว หลายๆ อย่างก็ต้องใช้เวลาด้วย หนูตอนนี้ 100% ไม่ได้มีอะไรแล้ว เน้นใช้ชีวิต ถ้าไม่มีงานเราก็พยายามหาอะไรทำที่มันสามารถพัฒนาตัวเอง หรือว่าส่งเสริมตัวเอง รอโอกาสที่จะเข้ามาในอนาคตมากกว่า ตอนนี้ก็อยากได้งานละคร งานแสดง

         เรื่องสัญญา อันนี้เป็นเรื่องภายในหนูไม่สามารถพูดได้ แต่ว่าสำหรับหนูทิศทางอย่างที่บอกโฟกัสอนาคต มันยังไม่ได้มาถึงเร็วๆ นี้ ก็ใช้ชีวิตไปก่อน ยังไม่ได้คิดว่าจะต้องอะไรยังไง แต่ก็มีคุย เขาก็บอกว่าเอาที่เราแฮปปี้ พยายามคว้าโอกาสต่างๆ ที่ได้เข้ามา

           ถามว่าความสุขของหนูวันนี้คืออะไร ถ้าหนูตอบว่าธรรมะจะเชื่อหนูไหม หนูรู้สึกว่าพอเราไม่ได้มีเรื่องอะไร หรือไม่ได้แบกอะไรไว้กับตัวเองหนักๆ มากๆ พอได้ปล่อยวาง ได้อยู่กับตัวเอง คิดทบทวนต่างๆ ก็ทำให้เราได้เห็นทั้งมุมที่ดีและไม่ดีของตัวเอง อันไหนที่ไม่ดีเราก็ปรับปรุงเปลี่ยนแปลงตัวเองให้มันดีขึ้น ไม่ใช่แค่เรื่องการงาน แต่เรื่องการใช้ชีวิตด้วย สุดท้ายก็ไม่อยากแบกอะไรไว้เยอะแยะมากมาย ปล่อยวางไป อะไรที่ไม่ดีก็ให้มันผ่านไปเป็นบทเรียน ต่อจากนี้ก็โฟกัสตัวเอง สิ่งที่จะเข้ามา อะไรที่มันจะทำให้ตัวเองดีขึ้นอยู่จุดนี้ได้แบบมีความสุข ก็เน้นตรงนี้มากกว่า”