รีเซต

“กรีน อัษฎาพร” เปิดใจชีวิตเดอะแบก ปลดหนี้คืบหน้า 40% ลั่นไม่ยอมแพ้ ทุ่มทำงาน 7 วันรวด

“กรีน อัษฎาพร” เปิดใจชีวิตเดอะแบก ปลดหนี้คืบหน้า 40% ลั่นไม่ยอมแพ้ ทุ่มทำงาน 7 วันรวด
ดาราเดลี่บันเทิง
27 กรกฎาคม 2569 ( 14:15 )
10

“กรีน อัษฎาพร” เปิดใจชีวิตเดอะแบก ปลดหนี้คืบหน้า 40% ลั่นไม่ยอมแพ้ ทุ่มทำงาน 7 วันรวด

            หายหน้าหายตาไปจากงานอีเวนต์หลายเดือนจนแฟนๆ ถามหา ล่าสุดนักแสดงสาว “กรีน อัษฎาพร” ได้เปิดใจในช่วงที่หายไปทุ่มทำงาน 7 วันรวดแทบไม่ได้พัก

 

           “หายไปหลายเดือนเพราะว่าตอนนี้ถ่ายละครอยู่ 2 เรื่อง 7 วันเลย ได้กลับมาเล่นกับช่อง 7 ในรอบ 8 ปี กลับมาก็คือประเดิมเป็นฝา แฝดเลย ก็เลยค่อนข้างหนัก ละครที่ถ่ายอยู่ก็คิดว่าน่าจะได้ดูปลายปีหรือปีหน้า กรีนก็ไม่แน่ใจ ถ้าในมุมของการที่เราเป็นนักแสดงทำอาชีพนี้ กรีนมีความสุขที่ได้ทำ เพียงแค่ว่ามันอาจจะต้องบาลานซ์ในเรื่องของเวลาพักผ่อนกับเวลางานให้มันเหมาะสมกัน แต่ตอนนี้มันอาจจะไม่ค่อยเท่าไหร่ ถามว่าไปไปได้ดีไหม มันก็โอเค ก็ดีอยู่

           หัวใจก็คุยกันปกติ มันเป็นการคุยผ่านแอพผ่านไลน์มากกว่า ก็เลยไม่ค่อยได้เจอกันเลย เขาไม่น้อยใจ ไม่หรอกมั้ง กรีนว่าเขาเข้าใจ ก็ได้อธิบายไปแล้ว เขาก็เข้าใจการทำงานของเรา เป็นความรักแบบผู้ใหญ่ต่างคนต่างทำงาน

        เรื่องปลดหนี้กรีนไม่ได้จ่ายเป็นก้อนใหญ่ มันก็เป็นการผ่อนจ่ายไปเรื่อยๆ มันก็ลดลงตามที่เราผ่อนไปเรื่อยๆ ก็เลยมา 30-40% แล้ว แต่ยังต้องไปต่อ ถามว่าท้อไหม ก็คงเลยจุดนั้นไปแล้ว ไม่ท้อแต่รู้สึกอยากทำงานมากกว่า พอตัวเลขลดลง มันก็ดีใจ เราก็สม่ำเสมอดี จริงๆ น้องกรีนก็เป็นเดอะแบกเหมือนกัน แต่ว่าด้วยความที่เราอยู่ตรงนี้ที่สาธารณะ คนจะมองว่าเราเป็นเดอะแบก แล้วเราได้มีการพูดคุยกันว่าเรามีปัญหาอันนี้ น้องกรีนอีกสองคนช่วยกรีนเหมือนกัน ไม่ใช่แค่กรีนคนเดียว แต่แค่เราอาจจะผ่อนในปริมาณที่มากกว่าเยอะกว่า มันคงเป็นหน้าที่ พอคุณพ่อไม่อยู่แล้ว ก็เป็นหน้าที่ของเราที่ต้องดูแลทั้งหมด

           ฉะนั้นเราไม่ต้องท้อ มันมีจุดที่เราสามารถเสียใจได้ ท้อแท้ได้ แต่เราสามารถที่จะลุกขึ้นมาแล้วต่อสู้ได้ หลายๆ คนก็เหมือนกัน กรีนก็อยากเป็นกำลังใจให้หลายๆ คนที่อาจจะหนักกว่ากรีนหรือไม่หนักเท่ากรีน หรือหนักมากๆ แล้วเจออะไรที่มันแย่กว่ากรีนไม่ว่าจะเป็นเรื่องสภาพจิตใจ อยากให้ทุกคนสู้ ไม่มีใครแล้วก็ให้หันมามองตัวเอง รักตัวเองเยอะๆ แล้ววันนึงการที่เราได้รักตัวเอง มันจะได้สิ่งตอบแทนกลับมาที่มันดีมาก

         ถ้าถึงวันที่ปลดหนี้หมดแล้วสิ่งแรกที่อยากจะทำก็คงโล่ง เงินที่เราเคยต้องผ่อนจ่าย เราสามารถเอาไปทำอย่างอื่นได้ เอาไปทำบุญได้ ไปทำธุรกิจได้ กล้าที่จะลงทุนอะไรมากขึ้น ไม่ออกจากวงการ ยังจ้างงานได้”