ชวนดู เมล็ดพันธุ์แห่งความคะนึงหาสีชาด (Seeds Of Scarlet Longing) เป็นมินิซีรีส์จีนย้อนยุคแฟนตาซีโรแมนติกที่ตอนแรกอาจดูเหมือนเป็นเรื่องรักต้องคำสาปทั่ว ๆ ไป แต่พอดูจริงกลับมีอะไรมากกว่านั้นเยอะ ทั้งปมการเมือง การล้างแค้น ความลับของเผ่าพันธุ์โบราณ และความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นจากความไม่ไว้ใจกันเลยสักนิด เมล็ดพันธุ์แห่งความคะนึงหาสีชาด (Seeds Of Scarlet Longing) เรื่องย่อ เรื่องราวเล่าถึง เหลียงเจียงจู หญิงสาวผู้เป็นทายาทเผ่าพันธุ์ลึกลับที่ถูกกวาดล้างจนแทบสูญสิ้น นอกจากต้องหลบซ่อนตัวจากผู้คนแล้ว เธอยังต้องทนทุกข์จากอาการป่วยประหลาดที่อาจคร่าชีวิตได้ทุกเมื่อ ทางรอดเดียวคือการตามหาชายที่มีพลังหยางบริสุทธิ์เพื่อช่วยยับยั้งพิษในร่าง จนเธอได้พบกับ เสิ่นมู่ อัครเสนาบดีผู้ทรงอำนาจและเป็นหนึ่งในคนที่เกี่ยวข้องกับโศกนาฏกรรมของเผ่าตนเองในอดีต ด้วยความจำเป็น เจียงจูจึงใช้คำสาปผูกมัดเสิ่นมู่เอาไว้ ทำให้ชายที่ขึ้นชื่อว่าเย็นชาและเข้าถึงยากต้องกลายมาเป็นคนคอยปกป้องเธออย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ยิ่งทั้งสองต้องเผชิญศัตรูและอันตรายร่วมกันมากเท่าไร ความสัมพันธ์ที่เริ่มจากผลประโยชน์และความแค้นก็ค่อย ๆ เปลี่ยนไปเป็นความรู้สึกที่ซับซ้อนเกินกว่าจะควบคุม ชวนดูรีวิวซีรีส์ เมล็ดพันธุ์แห่งความคะนึงหาสีชาด (Seeds Of Scarlet Longing) การแสดงและเคมีนักแสดง สิ่งที่ชอบมากที่สุดของเรื่องนี้คือเคมีของพระนาง ชอบตรงที่เป็นคู่ที่เจอกันทีไรเหมือนพร้อมจะเปิดศึกกันตลอดเวลา สายตา ท่าทาง และบทสนทนามีแรงปะทะตลอด ดูแล้วรู้สึกว่าทั้งคู่ต่างคนต่างระวังตัว แต่ก็เริ่มหวั่นไหวไปพร้อมกันแบบไม่รู้ตัว ฟินมากแถวพระนางก็หล่อสวยดูดีทั้งคู่ เจิ้งเย่เฉิงเล่นบทเสิ่นมู่ได้มีเสน่ห์มาก เป็นพระเอกที่ไม่ได้สายอบอุ่น แต่เป็นคนเย็นชา ฉลาด สุขุม และดูน่าเกรงขามตลอดเวลา ยิ่งตอนเริ่มมีใจแต่ยังพยายามปฏิเสธความรู้สึกตัวเองนี่ดูสนุกมาก เหมือนคนเก่งที่แพ้ทางหัวใจตัวเองแบบเต็ม ๆ ส่วนจ้าวฉิงก็ทำให้เจียงจูเป็นนางเอกที่น่าเอาใจช่วย ไม่ได้เป็นคนดีใสสะอาด แต่เป็นคนที่พร้อมทำทุกอย่างเพื่อเอาชีวิตรอดและค้นหาความจริง ชอบตรงที่นางเอกไม่รอให้ใครมาช่วย มีแผนของตัวเอง กล้าคิด กล้าตัดสินใจ ทำให้ดูแล้วไม่หงุดหงิด ซีรีส์เรื่องนี้ไม่ได้แบ่งตัวละครเป็นฝ่ายดีหรือฝ่ายร้ายแบบชัดเจน ทุกคนต่างมีแรงจูงใจและเหตุผลของตัวเอง บางคนดูเหมือนเป็นศัตรู แต่เมื่อเรื่องดำเนินไปกลับพบว่าพวกเขาเองก็เป็นเหยื่อของสถานการณ์ไม่ต่างกัน ทำให้หลายเหตุการณ์มีมิติและชวนให้เข้าใจตัวละครมากขึ้น ความคิดเห็นส่วนตัว ในด้านงานภาพถือว่าทำออกมาได้เกินความคาดหมายสำหรับซีรีส์ขนาดสั้น โทนสีของเรื่องค่อนข้างโดดเด่น เน้นสีแดงเข้ม สีดำ และแสงเงาที่ช่วยสร้างบรรยากาศลึกลับให้เข้ากับเนื้อหาแฟนตาซีได้เป็นอย่างดี โปรดักชันสวย งานคอสตูม ฉาก และโทนสีทำออกมาดีมาก โดยเฉพาะฉากกลางคืนหรือฉากที่เกี่ยวกับพลังเวทมนตร์ ดูสวยและมีบรรยากาศลึกลับน่าติดตาม ฉากที่เกี่ยวข้องกับพลังคำสาปหรือเผ่าพันธุ์โบราณมีการออกแบบภาพที่ดูสวยงามและช่วยเพิ่มความน่าค้นหาให้กับเรื่อง ขณะที่งานคอสตูมของตัวละครหลักก็ดูมีรายละเอียดและช่วยส่งเสริมบุคลิกของแต่ละคนได้ชัดเจน โดยเฉพาะเสิ่นมู่ที่ทุกครั้งปรากฏตัวจะให้ความรู้สึกสง่างามและน่าเกรงขามสมกับตำแหน่งอัครเสนาบดี แต่ก็มีบางจุดที่รู้สึกเสียดายนิดหน่อย เพราะด้วยความที่เป็นมินิซีรีส์ หลายปมเลยถูกเล่าแบบรวบรัดเกินไป โดยเฉพาะเรื่องการเมืองและปูมหลังของตัวละครบางคน ถ้ามีเวลาขยายรายละเอียดอีกสักหน่อยน่าจะอินได้มากกว่านี้ รวมถึงบางช่วงที่ความสัมพันธ์ของพระนางพัฒนาเร็วไปนิดจนแอบรู้สึกว่าข้ามขั้นไปหน่อย โดยรวมแล้ว เมล็ดพันธุ์แห่งความคะนึงหาสีชาด เป็นซีรีส์ที่ดูเพลินกว่าที่คิดมาก ตอนแรกเข้ามาเพราะเคมีพระนาง แต่สุดท้ายกลับติดทั้งปมความลับ การแก้แค้น และเกมการเมืองในเรื่อง ความสนุกของมันอยู่ตรงที่ไม่มีใครเป็นคนดีหรือคนเลวแบบชัดเจน ทุกคนมีเหตุผลของตัวเอง ทำให้เรื่องมีมิติมากขึ้น ใครที่ชอบซีรีส์แนวศัตรูที่ค่อย ๆ กลายเป็นคนสำคัญ ชอบพระเอกสายสุขุมเย็นชา นางเอกฉลาดไม่ยอมคน ชอบบรรยากาศความรักที่เต็มไปด้วยความลับและความไม่ไว้วางใจในช่วงแรก และมีแฟนตาซีผสมการเมืองเบา ๆ เรื่องนี้ถือเป็นอีกหนึ่งมินิซีรีส์ที่ดูจบแล้วน่าจะสร้างความประทับใจได้ไม่น้อย และเป็นตัวเลือกที่เหมาะสำหรับคนที่อยากหาเรื่องสั้น ๆ ดูเพลิน แต่ยังมีเนื้อหาเข้มข้นให้ติดตามจนจบเรื่องได้แบบรวดเดียวเลยทีเดียว ยิ่งใครเป็นสายชอบเคมีแบบมองตากันก็เหมือนจะฆ่ากัน แต่สุดท้ายดันรักกันหนักมาก เรื่องนี้น่าจะถูกใจไม่น้อยเลยค่ะ เครดิตภาพ 在你眉梢种红豆官微 ภาพปก ภาพประกอบ 1/2-3/4/5/6 ดูหนัง ซีรีส์ใหม่สุดปัง โหลดเลยที่ App TrueID โหลดฟรี !