ความสุขของกะทิ กับธรรมชาติวิถีในงานวรรณกรรม ความสุขของกะทิ เป็นวรรณกรรมชื่อดังเรื่องหนึ่งของไทยที่ได้รับรางวัลวรรณกรรมสร้างสรรค์ยอดเยี่ยมแห่งอาเซียนประจำปี 2549 จัดเป็นวรรณกรรมที่เหมาะสำหรับคนทุกเพศทุกวัย เนื้อหามีความกระชับและบรรยายอารมณ์ความรู้สึก รวมถึงฉากและองค์ประกอบให้เกิดจินตภาพแก่ผู้อ่าน โดยเฉพาะการบรรยายถึงฉากและองค์ประกอบรอบตัวละครที่มีความเกี่ยวเนื่องกับชีวิต ความเป็นชนบทที่เรียบง่ายสามัญ บวกกับธรรมชาติรอบตัวที่สอดคล้องกับความเป็นไปในชีวิตและอารมณ์ความรู้สึกของตัวละคร วรรณกรรมเรื่องความสุขของกะทิ จึงเป็นนวนิยายที่ควรค่าแก่การอ่านเรื่องหนึ่งที่ทุกคนไม่ควรพลาดเลยทีเดียวความสุขของกะทิ เป็นวรรณกรรมที่ว่าด้วยเรื่องราวของเด็กหญิงกะทิที่อาศัยอยู่กับตาและยายที่บ้านทรงไทย วิถีชีวิตรายล้อมไปด้วยผู้คนโอบอ้อมอารีมีน้ำใจ เอื้อเฟื้อพึ่งพากันแบบชีวิตชาวชนบท ทั้งมวลมีความผูกพันกันไม่ว่าจะเป็นบ้าน วัด ชุมชน ซึ่งต่างพึ่งพาอาศัยและอยู่ร่วมกันอย่างเป็นสุข กะทิซึ่งเป็นเด็กที่เติบโตพรั่งพร้อมด้วยความรักของผู้คนรอบข้างยังคงมีความทรงจำเรื่องของแม่หลงเหลือติดค้างอยู่ภายในหัวใจ สุดท้ายการได้พบกับแม่อีกครั้งเสมือนเหตุการณ์ที่ช่วยเติมเต็มชิ้นส่วนบางอย่างภายในชีวิตของกะทิให้ก้าวและเติบโตต่อไปในวันข้างหน้าพร้อมกับความรักความเข้าใจที่คนรอบข้างพร้อมส่งมอบให้กับกะทิในทุก ๆ ช่วงเวลาของชีวิตการตั้งชื่อบทแต่ละตอนของวรรณกรรมเรื่องนี้มีความน่าสนใจ กล่าวคือมีความเชื่อมโยงกับวิถีชีวิตที่เกี่ยวข้องและผูกพันกับความเป็นธรรมชาติ ยกตัวอย่างเช่น ปิ่นโต ศาลาริมน้ำ ไม้ขัดหม้อ หางนกยูง ปูลม ต้นสน พยับหมอก ฯ และเนื้อหาของแต่ละตอนก็ได้ขยายความไปถึงวิถีชีวิตที่มีความเกี่ยวเนื่องกับสิ่งของหรือธรรมชาตินั้น ๆ โดยบอกผ่านสายตาของกะทิผู้มีความคุ้นเคยในสิ่งของรอบตัวด้วยน้ำเสียงแห่งความสนิทสนมรักใคร่ และสิ่งเหล่านั้นมีค่ารวมถึงความหมายแห่งชีวิตที่หล่อหลอมตัวละครให้ดำเนินไปอย่างมีความสุข การเล่าเรื่องความสุขของกะทิจึงเต็มไปด้วยการเล่าเรื่องความทรงจำ การค้นพบความหมายของชีวิตซึ่งสอดคล้องไปกับวิถีชนบทที่ผูกพันกับธรรมชาติ ความสุขของกะทิจึงพรั่งพร้อมอยู่เสมอแม้ขาดบุคคลสำคัญในชีวิตไปถึงสองคนที่คอยอยู่เคียงข้าง นอกจากวรรณกรรมจะนำเสนอแง่มุมความสุขของมนุษย์ที่ได้อยู่และพึ่งพาวิถีธรรมชาติที่ปราศจากความแก่งแย่งและความเร่งรีบแล้ว วรรณกรรมยังนำเอาธรรมชาติมาเป็นสิ่งเยียวยารักษาและกล่อมเกลาตัวละครให้สามารถก้าวผ่านปมปัญหาชีวิต เช่นเดียวกับตัวละครกะทิที่เติบโตมาท่ามกลางสังคมชนบทที่โอบล้อมด้วยธรรมชาติและในท้ายที่สุดก็หวนกลับสู่ธรรมชาติซึ่งเสมือนเป็นพื้นที่ปลอบโยนและปลอดภัย เป็นหมุดหมายของตัวละครที่ไม่ว่าจะออกเดินทางไปที่ใด ทุกคนย่อมมีสถานที่แห่งวัยเยาว์ที่น่าถวิลหาอยากกลับไปอยู่เสมอตัวละครกะทิ แม้เรียกได้ว่าเป็นเด็กที่เติบโตมาท่ามกลางความไม่สมบูรณ์ของสิ่งที่เรียกว่าครอบครัว แต่ด้วยวิถีธรรมชาติแห่งสังคมชนบทที่กล่อมเกลาและนำพาซึ่งผู้คนผู้ปรารถนาดีรายล้อมรอบตัว ทำให้ตัวละครเด็กสามารถเติบโตขึ้นมาได้อย่างมีความสุข แม้เผชิญเรื่องราวของความสูญเสียบุคคลสำคัญในชีวิต แต่เมื่อกลับสู่วิถีแห่งธรรมชาติซึ่งโอบล้อมไปด้วยความรักและความอบอุ่นแห่งวัยเยาว์ ตัวละครก็จะก้าวต่อไปและใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขข้อมูลหนังสือ งามพรรณ เวชชาชีวะ. 2552. ความสุขของกะทิ. พิมพ์ครั้งที่ 60. กรุงเทพฯ : แพรวสำนักพิมพ์.สนใจสั่งซื้อได้ที่ se-edภาพโดย : K.N.