เซเวนเยียร์สอินทิเบต 7 ปีโลกไม่มีวันลืม นำแสดงโดยแบรต พิตต์ พระเอกนักแสดงยอดนิยมชาวอเมริกันซึ่งนิตยสารพีเพิ่ล ยกย่องว่าเป็นผู้ชายที่เซ็กซี่ที่สุด (ที่ยังมีชีวิตอยู่) แต่ความน่าสนใจอย่างที่สุดของภาพยนตร์เรื่องนี้อยู่ตรงที่สร้างจากเรื่องจริงจากหนังสืออัตชีวประวัติของไฮน์ริค ฮาร์เรอร์ นักไต่เขาชาวออสเตรียที่อยู่ใต้การปกครองของนาซีเยอรมัน ผู้ชายผู้มีความใฝ่ผันที่จะพิชิตยอดเขานังกาปาร์บัตบนเทือกเขาหิมาลัยในประเทศปากีสถานให้ได้ แต่นอกจากเขาจะทำไม่สำเร็จแล้วชะตาชีวิตยังกลับทำให้เขาต้องใช้ติดอยู่ในทิเบตเป็นเวลานานถึง 7 ปี เพราะเมื่อเยอรมันประกาศกับสหราชอาณาจักร เขากับเพื่อนจึงถูกจับเป็นเชลย แต่ในที่สุดหลังจากที่พยายามอยู่หลายครั้งเขาก็หนีออกจากค่ายกักกันได้ และข้ามชายแดนมาจนถึงทิเบตด้วยความลำบากสุด ๆ ขนาดที่ต้องแย่งอาหารหมากินนั่นแหละต่อมาพวกเขาได้พบกับทะไลลามะองค์ที่สิบสี่ที่ยังอยู่ในวัยเด็ก พระองค์ทรงขอให้เขาบอกเล่าและสอนสิ่งต่าง ๆ จากโลกตะวันตกให้พระองค์ได้เรียนรู้ รวมทั้งเขายังเป็นที่ปรึกษาให้กับรัฐมนตรีของทิเบตที่เขามารู้ตอนหลังว่าเป็นคนทรยศขายชาติ เมื่อสงครามโลกสิ้นสุดลง องค์ทะไลลามะทรงครองบัลลังก์อย่างเป็นทางการ ไฮน์ริคจึงเดินทางกลับออสเตรียในขณะที่จีนเริ่มรุกรานทิเบตหนักขึ้นเรื่อย ๆ จนในที่สุดจีนก็ยึดทิเบตได้สำเร็จ ทำให้องค์ทะไลลามะต้องเสด็จออกจากประเทศ แต่ไฮน์ริคกับพระองค์ก็ยังคงเป็นมิตรที่ดีต่อกันตลอดมา ด้วยเนื้อหาของภาพยนตร์ที่อาจทำให้ภาพของกองทัพปลดปล่อยประชาชนของจีนเป็นไปในทางลบจึงส่งผลให้ทีมงานภาพยนตร์ถูกห้ามเข้าประเทศจีนเป็นเวลานาน และยังเป็นที่กังขากันอยู่ว่าด้วยอิทธิพลจากภาพยนตร์เรื่องนี้หรือไม่ที่ทำให้นักแสดงฮอลลีวูดและผู้มีชื่อเสียงชาวตะวันตกหลายคนพากันออกหน้าเรียกร้องเอกราชให้กับทิเบตโดยบางคนถึงกับเปลี่ยนศาสนาเป็นพุทธแบบทิเบตไปเลยก็มีจากเนื้อหาในภาพยนตร์หลายฉากที่สื่อออกมาทำให้คนดูสัมผัสได้ถึงอุปนิสัยใจคอของชาวทิเบตที่รักสงบและมีเมตตาสูง เช่นตอนที่ท่านทะไลลามะทรงโปรดให้ไฮน์ริค ช่วยสร้างห้องฉายหนัง ในขณะที่ลามะหลายองค์ช่วยกันขุดดินเตรียมการก่อสร้างก็มีลามะอีกหลายองค์เอะอะขึ้นเมื่อเห็นไส้เดือน จากนั้นพวกลามะก็ต้องคอยเก็บไส้เดือนออกไปปล่อยที่อื่นอย่างอ่อนโยน และอีกฉากที่ฉันชอบมากเช่นกันคือตอนที่องค์ทะไลลามะแสดงท่าทางตื่นเต้นกับของเล่นที่แปลกตาแบบเด็ก ๆ ทั่ว ๆ ไป แต่ขณะที่ท่านเจรจากับทหารระดับสูงของกองทัพจีนที่ไม่ยอมให้คุยกับท่านเพราะท่านนั่งอยู่บนที่สูงกว่า ท่านก็ยอมลงจากอาสนะด้วยความอ่อนน้อมและเจรจาอย่างถ่อมตนมาก ๆ แต่หากคิดตามคำพูดของท่าน ก็จะรู้สึกได้ว่าท่านฉลาดมากด้วยเช่นกัน และนี่ก็เป็นภาพยนตร์ทาง Netflix อีกเรื่องที่น่าสนใจซึ่งฉันอยากนำเสนอให้เพื่อน ๆ ทุกคนได้ดูกันในช่วงนี้ค่ะ ขอบคุณภาพประกอบและภาพปกจาก trailer official