รีวิวหนัง “Greenland 2: Migration ฝ่าชะตา โลกาวินาศ” ส่วนต่อขยายจากโลกหลังหายนะ
บางครั้ง..หนังบางเรื่องที่ไม่น่าเชื่อว่าจะสามารถเข็นสร้างภาคต่อออกมาอีกได้ ก็มักจะสร้างความประหลาดใจให้กับแฟน ๆ ได้อยู่เสมอ ก็เหมือนกับภาคใหม่ของหนังหายนะโลกแตก ที่เคยเข้าฉายฝ่าแดนโควิด-19 ระบาดไปเมื่อ 4-5 ปีที่แล้ว ตอนนี้ส่วนต่อขยายได้กลับมาปูทางให้ได้ออกเดินทางต่อใน “Greenland 2: Migration ฝ่าชะตา โลกาวินาศ” ที่นับว่าเป็นการเสริมและต่อเติมเรื่องราวหลังเหตุหายนะครั้งนั้น เพื่อขยายว่าชีวิตของพวกเขาจะเป็นอย่างไรต่อ
ครอบครัวแกร์ริตีที่รอดชีวิตมาได้ หลังจากเหตุหายนะบั่นทอนชีวิตมวลมนุษยชาติจากการพุ่งชนของเศษซากของดาวหางคลาร์ก ชีวิตชองพวกเขาติดแหง็กอยู่ในหลุมหลบภัยมานานถึง 5 ปีแล้ว บัดนี้ถึงเวลาที่จะต้องเดินทางออกจากกรีนแลนด์ ที่ขณะนี้ไม่ใช่พื้นที่ปลอดภัยอีกต่อไป พร้อมกับผจญการเดินทางอันแสนอันตราย ข้ามผ่านดินแดนเยือกแข็งที่แหลกสลายของยุโรป เพื่อค้นหาบ้านหลังใหม่ ที่ร่ำลือกันว่าเป็นหลุมหุบเขาที่ความอุดมสมบรณ์แอบซ่อนอยู่หลังหายนะ
“ริค โนมัน วอห์” ยังคงหวนกลับมารับหน้าที่รังสรรค์ผลงานหนังเรื่องนี้อยู่หลังกล้องอีกครั้ง พร้อมกับยังได้ “คริส สปาร์กลิง” กลับมาเขียนบทหนังให้อีก ร่วมด้วย “มิตเชลล์ ลาฟอร์จูน” ที่มาช่วยกันปลุกปั้นสตอรี่สานต่อที่เป็นการยกระดับขึ้นในทุกทิศทาง โดยเฉพาะทุนสร้างที่ได้รับการสนับสนุนระดับมหึมายิ่งขึ้น ด้วยตัวเลขอัดฉีดสูงถึง 90 ล้านเหรียญ นั่นจึงทำให้งานสร้างของหนังเรื่องนี้ค่อนข้างมีสเกลที่ยิ่งใหญ่กว่าอย่างเห็นได้ชัด
ในแง่องค์ประกอบสร้างใน Greenland 2 ต้องยอมรับว่า มีการอัปเกรดความยิ่งใหญ่ขึ้นแบบสัมผัสได้เลย ภาคนี้ได้หยอดใส่เทคนิคพิเศษงานสร้างฉากหายนะและภัยพิบัติต่าง ๆ เข้ามาได้อย่างจุใจ อีกทั้งยังดีไซน์หลากหลายฉากความระทึกกัดกินใจที่เล่นกับความรู้สึกของคนดูตั้งแต่นาทีแรกจนไปถึงการปิดฉากสุดท้ายของเรื่อง ต้องยอมรับว่าวิสัยทัศน์และการเซอร์วิสความบันเทิงของหนังเรื่องยังตอบโจทย์ได้ค่อนข้างดีอยู่
แม้ว่าตัวหนังจะยังคงค่อนข้างเต็มไปด้วยแผลฟกช้ำมากมายอยู่ตลอดทั้งเรื่องก็ตาม งานสร้างวิชวลต่าง ๆ อาจจะดูตื่นตาตื่นใจดี แต่ซีจีในบางจุดก็ยังดูไม่แนบเนียนและสมจริงเท่าที่ควร กับจุดปัญหาใหญ่ ๆ ของหนังก็คือแรงดึงดูดใจในเรื่องราวการสานต่อของหนังเรื่องนี้ ที่ค่อนข้างปูทางได้น่าสนใจ มีกลิ่นโทนไม่ต่างกับ 28 Years Later แต่เป็นเวอร์ชันหนังโลกแตก แต่แอบเสียดายที่เส้นเรื่องของหนังยังค่อนข้างขาดความสมเหตุสมผล มุ่งเน้นไปแค่เรื่องความทะเยอทะยานมากเกินไปนิด
หนังเรื่องนี้มีความยาวที่น้อยกว่าภาคที่แล้วเคยเล่าเอาไว้ แต่เพราะว่าความคลีเช่และไม่ได้มีอะไรที่แปลกใหม่ในเรื่องราวนั้นเอง บางครั้งก็กลับมอบโทนที่ค่อนข้างน่าเบื่อไปบ้าง เนื่องจากหนังหยิบใช้พล็อตเก่า ๆ ซ้ำซากมาประกอบร่างเอาไว้แทบจะทุกเยื้องย่างที่ตัวละครเดินไป อีกทั้งยังไม่มีเสน่ห์ในการแต่งเติมตัวละครใหม่ ๆ ด้วย ท้ายที่สุดก็เสริมคาแรกเตอร์อื่น ๆ เข้ามาเพียงเป็นตัวประกอบ แล้ววนกลับมาเน้นที่ตัวละครนำพ่อแม่ลูกที่เป็นเซฟโซนอยู่ดี
แต่อย่างน้อย ๆ ก็ต้องชื่นชมว่า Greenland 2 เป็นหนังที่น่าจะสนุกกับการหาโลเคชันและพื้นที่การถ่ายที่หลากหลายพอสมควร เพราะหลายฉากที่หนังได้นำเสนอออกมานั้น สามารถสะท้อนได้ดีในแง่การตีแผ่โลกในมุมมองที่ราวความโลกแตกไปแล้วจริง ๆ ยิ่งมาประกอบร่างกับงานถ่ายภาพของ “มาร์ติน อาล์เกรน” และงานซาวน์เพลงประกอบของ “อีริค เฟรเดนเบิร์ก” กลายเป็นองค์ประกอบที่ช่วยบิ้วท์และส่งเสริมอรรถรสของหนังได้อย่างเป็นมั่นเป็นเหมาะมากขึ้น
ในพาร์ทการแสดง “เจอราร์ด บัตเลอร์” ก็ยังรับมือกับบทบาทในสไตล์เฟรนไชส์หนังของเขาได้ดีแบบเสมอตัว เป็นอีกครั้งที่เขาสามารถรับช่วงต่อกับการเป็นคุณพ่อฝ่าด่านทรหดในการสู้กับภัยพิบัติโลก กลับมาหนนี้ได้มีลูกเล่นบางอย่างด้วยการแสดงในทำนองดรามายิ่งขึ้น และเขาก็ยังส่งเสริมไปด้วยดีกับทีมนักแสดงร่วมจอ อย่าง “โมเรนา แบคคาริน” กับ “เรมัน กริฟฟิน เดวิส” ที่กลายเป็นส่วนผสมตัวละครครอบครัวที่ช่วยต่อเติมความมั่นคงและความผูกพันระหว่างคนดูกับตัวหนังได้ดี
ดังนั้นโดยสรุปแล้ว Greenland 2: Migration เรื่องนี้ก็ถือว่าเป็นการกลับมาสานต่อ ที่ทำหน้าที่ส่วนต่อขยายเรื่องราวหลังเหตุโลกแตกได้ค่อนข้างกลมกล่อมดีอยู่ ถึงจะยังไม่ใช่ผลงานที่ใกล้เคียงคำว่าสมบูรณ์แบบใด ๆ แต่อย่างน้อยผู้สร้างก็ยั้งรู้และเข้าใจดีกว่าผู้ชมต้องการเห็นอะไร จึงได้ทำการเซอร์วิสแบบโดน ๆ ได้ค่อนข้างตรงใจดีตลอดทั้งเรื่อง ด้วยพล็อตที่ค่อนข้างเก่าและเชยไปสักหน่อย
อาจจะบอกได้ว่า..นี่อาจจะไม่ภาคต่อที่จำเป็นสักเท่าไหร่ แต่ในเมื่อมีความแนวคิดที่จะสร้างสานต่อออกมาแล้ว อย่างน้อย ๆ Greenland 2 ก็สามารถถ่ายทอดตัวหนังออกมาได้ค่อนข้างน่าพอใจในระดับที่ใช้ได้เลยทีเดียว เนื้อหาอาจจะไม่ได้สดใหม่ใด ๆ แต่อย่างน้อยในยุคศักราชนี้ หนังแนวโลกแตกอะไรแบบนี้ก็ไม่ได้มีออกมาเยอะนัก นั่นจึงกลายเป็นโชคดีที่ทำให้หนังหายนะเรื่องนี้ยังเป็นคอนเทนท์ที่เติมเต็มตอบโจทย์คนดูที่อยกาดูหนังทำนองในยุคนี้ได้แบบเสมอตัว
ข้อมูลเกี่ยวกับหนัง Greenland 2: Migration ฝ่าชะตา โลกาวินาศ
- ประเภท: แอคชัน / ไซไฟ / ผจญภัย / ระทึกขวัญ
- ผู้กำกับ: ริค โรมัน วอห์
- นำแสดงโดย: เจอราร์ด บัตเลอร์, โมเรนา แบคคาริน, โรมัน กริฟฟิน เดวิส
- ความยาว: 98 นาที
- กำหนดฉายในไทย: 15 มกราคม 2026
Movie.TrueID METRIC: Greenland 2: Migration ฝ่าชะตา โลกาวินาศ
- ภาพรวม
⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐✰✰✰ (7.2/10) - การเล่าเรื่อง
⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐✰✰✰ (7.3/10) - การแสดง
⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐✰✰✰ (7.8/10) - เทคนิคงานสร้าง
⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐✰✰✰ (7.6/10) - บทภาพยนตร์
⭐⭐⭐⭐⭐⭐✰✰✰✰ (6.7/10)
-------------------------------------
>> ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID <<
หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย >> https://bit.ly/3xEgdAa