"แน็ก ชาลี" ตัดพ้อกลางไลฟ์! โดนยกเค้าตู้เซฟ 50 ล้าน ไร้วี่แวความคืบหน้า

กลายเป็นประเด็นที่หลายคนให้ความสนใจทันที เมื่อนักแสดงอารมณ์ดี แน็ก ชาลี ไตรรัตน์ ออกมาไลฟ์สดพูดคุยกับแฟนคลับ พร้อมเปิดใจถึงเหตุการณ์สุดช้ำที่เจ้าตัวเคยถูกหัวขโมยยกเค้าบ้าน เมื่อช่วงเดือนพฤษภาคม 2568 โดยคนร้ายได้ขโมย “ตู้เซฟ” ที่มีมูลค่าสูงถึง 40–50 ล้านบาท รวมถึงทรัพย์สินอื่น ๆ ภายในไปอีกจำนวนมาก
แม้เวลาจะผ่านไปนานถึง 9 เดือนแล้ว แต่เจ้าตัวยอมรับว่ายังไม่มีความคืบหน้าที่ชัดเจน ทำให้รู้สึกน้อยใจและตั้งคำถามกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะเมื่อเห็นข่าวของอินฟลูเอนเซอร์รายหนึ่งที่ตู้เซฟหาย แต่กลับสามารถติดตามคืนได้ภายในเวลาไม่นาน
เปิดใจชีวิตเปลี่ยน หลังทรัพย์สินหายมหาศาล
แน็กเผยผ่านไลฟ์ว่า ปกติแล้วตัวเองเป็นคนพูดเล่นสนุกสนาน จนบางครั้งทำให้คนมองว่าไม่จริงจัง แต่เรื่องนี้ถือเป็นเรื่องใหญ่ในชีวิต เพราะทรัพย์สินที่หายไปมีมูลค่ามหาศาล ทั้งเงินสด ทองคำ และของสะสมจำนวนมาก
หนึ่งในของสะสมที่เจ้าตัวพูดถึงคือ “ไวโอลิน” กว่า 300–400 ตัว ซึ่งประเมินคร่าว ๆ ตัวละประมาณ 200,000 บาท รวมมูลค่าแล้วนับสิบล้านบาท แต่เจ้าตัวกลับมองโลกในแง่ดีว่า หากของเหล่านั้นถูกนำไปขายในราคาถูก แล้วตกไปอยู่ในมือเด็กหรือคนที่ได้ใช้ประโยชน์ ก็ยังรู้สึกดีใจ
ยอมรับเสียดาย “ปืนสะสม” หวังได้คืน
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่แน็กรู้สึกเสียดายมากที่สุดคือ “ปืนสะสม” ซึ่งเจ้าตัวระบุว่าทุกกระบอกมีคุณค่าทางจิตใจ บางชิ้นได้รับมาจากครอบครัวของผู้ล่วงลับ พร้อมตั้งใจจะเก็บรักษาไว้อย่างดี และไม่คิดจะขายจนกว่าจะถึงวัย 70 ปี
แน็กยังพูดตรง ๆ ว่า ปืนเหล่านี้ตอนนี้อาจอยู่กับคนร้ายหรืออยู่ในกระบวนการของเจ้าหน้าที่ ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้เจ้าตัวรู้สึกติดค้างใจมากที่สุด
แผนชีวิตสะดุด จากเดิมอยู่ได้แบบสบาย
ก่อนเกิดเหตุ แน็กเผยว่าตนเองมีทรัพย์สินและของสะสมมากพอที่จะใช้ชีวิตได้อย่างสบาย โดยไม่จำเป็นต้องทำงานหนักไปจนแก่ แต่หลังจากเหตุการณ์ครั้งนี้ ชีวิตกลับเปลี่ยนไป ทำให้ต้องกลับมาวางแผนใหม่ และมีความเครียดเข้ามามากขึ้นในช่วง 9 เดือนที่ผ่านมา
เจ้าตัวยังเล่าถึงแผนในอนาคตว่า เดิมตั้งใจจะทยอยขายของสะสมเมื่ออายุ 70 ปี เพื่อใช้ชีวิตแบบสบาย ๆ โดยประเมินว่าเพียงขายของบางชิ้นก็สามารถใช้ชีวิตได้เป็นปี ๆ
แฟนคลับแห่ให้กำลังใจ
หลังจากคลิปไลฟ์ถูกเผยแพร่ออกไป แฟนคลับจำนวนมากต่างเข้าไปคอมเมนต์ให้กำลังใจ พร้อมเรียกร้องให้คดีมีความคืบหน้าโดยเร็ว หลายคนยังชื่นชมทัศนคติของแน็กที่แม้จะสูญเสียทรัพย์สินจำนวนมาก แต่ยังเลือกมองโลกในแง่ดี
แม้เวลาจะผ่านไปเกือบปี แต่คดีการถูกยกเค้าตู้เซฟของ “แน็ก ชาลี” ยังไร้ความคืบหน้า สะท้อนอีกมุมของผู้เสียหายที่ต้องเผชิญทั้งความสูญเสียและความไม่แน่นอน ขณะที่กำลังใจจากแฟนคลับยังคงเป็นแรงสำคัญให้เจ้าตัวก้าวผ่านช่วงเวลานี้ไปได้