TrueID

“เดย์ ไทเทเนียม” เล่าโมเมนต์คุกเข่าขอ “น้ำหวาน” แต่งงาน  แย้มฤกษ์ดีจูงมือเข้าพิธี

“เดย์ ไทเทเนียม” เล่าโมเมนต์คุกเข่าขอ “น้ำหวาน” แต่งงาน  แย้มฤกษ์ดีจูงมือเข้าพิธี
Daradaily
8 มี.ค. 64
157

“เดย์ ไทเทเนียม” เล่าโมเมนต์คุกเข่าขอ “น้ำหวาน” แต่งงาน  แย้มฤกษ์ดีจูงมือเข้าพิธี

        ได้ทำเซอร์ไพรส์คุกเข่าขอแฟนสาวอย่าง “น้ำหวาน เขมจิรา กมุทชาติ”  แต่งงานที่ประเทศญี่ปุ่นหลังจากคบหาดูใจกันมาได้พักใหญ่ก็ไม่รู้จะได้ฤกษ์ที่จะทำพิธีแล้วหรือยัง  สำหรับ “เดย์ จำรัส ทัศนละวาด” หรือ “เดย์  ไทเทเนียม”  โดยล่าสุดทั้งคู่ก็ได้ควงกันออกมาเปิดใจให้ฟังถึงเรื่องนี้

อ่านข่าวต่อ : เตรียมสละโสดอีกคู่ !“เดย์ ไทเทเนี่ยม” ขอ “น้ำหวาน” แต่งงานแล้ว

       โดย “เดย์ ไทเทเนียม” เผยว่าก็ตอนขอเขาตอนที่ไปเที่ยวญี่ปุ่นก่อนช่วงโควิด-19ระบาดรอบแรกหลายอาทิตย์อยู่และมีแพลนจะแต่งงานกันเมื่อปีที่แล้ว แต่พอเจอสถานการณ์โควิดเลยไม่ได้แต่งซึ่งก็จะพาฝ่ายหญิงไปหาคุณแม่ที่อเมริกาแต่ก็ไม่ได้ไปด้วยโดยความรู้สึกตอนที่ขอก็ตื่นเต้นว่าเขาจะตอบตกลงหรือเปล่าและได้พาไปสถานที่โรเมนติกแหวนที่ขอได้พกติดตัวตลอดแต่คิดว่าจะขอช่วงจังหวะไหนดี

       โดยเลือกโมเม้นต์ที่ดีและพีคสุดในการขอและคนที่ถ่ายคลิปให้ก็เป็นคนญี่ปุ่นเลยขำๆกว่าจะใช้เวลาขอให้ถ่ายได้ก็ใช้เวลาคุยกันพอสมควรแต่ก็เป็นอะไรที่น่ารักตัวเขาเป็นเจ้าของร้านอาหารนั้นด้วย โดยแพลนแต่งงานตอนแรกวางไว้ช่วงปลายซัมเมอร์แต่คุณแม่ตนจะได้มาด้วย แต่พอมีเรื่องโควิดคุณแม่เลยไม่ได้มา รับส่วนตัวไม่ได้เป็นคนโรแมนติกอะไร แต่พยายามทำให้เขาเห็น

 

       ทั้งนี้ฝ่ายหญิงยังไม่ได้เจอกับคุณแม่ตนส่วนตัวจะสนิทกับคุณแม่มากจะคุยและเฟสไทม์คุยกันทุกวันฝ่ายหญิงและคุณแม่ก็จะได้คุยกันทางโทรศัพท์ตลอด ถามว่าทำไมเลือกฝ่ายหญิงเป็นคู่ชีวิตก็รู้จักเขามาตั้งแต่เด็กเขามาเป็นแดนเซอร์ให้ตั้งแต่เพลงทะลึ่งของวงไทเทเนียมและไม่ได้เจอกันเป็นสิบปีและได้กลับมาเจอกันอีกครั้งก็ต้องขอขอบคุณ “เวย์ ไทเทเนียม”ด้วยที่ขอเบอร์มาให้

       ด้าน “น้ำหวาน เขมจิรา” เผยว่าตอนที่เขาจะขอแต่งก็พอรู้บ้างเพราะเขาจัดการให้ยืนตรงนั้นตรงนี้เดี่ยวจะถ่ายรูปออกมาไม่สวยก็อย่างที่เห็นไปขอในร้านอาหารญี่ปุ่นและไม่รู้จักใครเลยรู้สึกเขินและตื่นเต้นดีใจด้วยตอนขอก็ตอบตกลงไปความรู้สึกตอนนั้นมันแบบมีแค่เราสองคน โดยก่อนเซอร์ไพรส์ขอก็มีแซวเขาว่าถ้าไม่รีบขอตอนนี้ก็จะอยู่เป็นโสดแล้ว

       กับระยะเวลาตอนนั้นคบกันประมาณ 4 ปีแต่ปัจจุบันก็ 5 ปีแล้วโดยทางฝ่ายชายก็ให้เกียรติเวลาไปทำงานตนก็วางใจไม่มีนอกลู่นอกทางและดูแลดีน่ารัก โดยปีนี้ถ้าสถานการณ์ดีขึ้นทั้งคู่จะไปหาคุณแม่ฝ่ายชาแต่ท่านก็ไม่อยู่เสียก่อนตนก็เพิ่งรู้ก่อนพี่เขาเพราะพี่สาวโทรมาบอกตอนนั้นพี่เขาอยู่บนเครื่องบินทำให้ยังไม่รู้ว่าคุณแม่เสียแล้วตอนลงเครื่องเลยได้รู้พอเขาโทรมาหาตนก็เงียบแต่ก็เข้าใจความรู้สึก 

         สำหรับฤกษ์แต่งงานก็คิดว่าช่วงปลายปีหรือต้นปีหน้าคงจัดแบบง่ายๆตามพิธีคริสต์แถวริมทะเลและต้องดูสถานการณ์ในตอนนั้นด้วยกับเรื่องมีลูกส่วนตัวก็อยากมีและหากมีฝ่ายชายจะตั้งชื่อว่า “โรส”เพราะเป็นชื่อของคุณแม่นั่นเอง