#ขอรีวิว Stranger Things season 04 ความดังความปังที่เคารพภาพยนตร์สุดเก๋าเพลงเก่าสุดมันส์และ Pop Culture สุดต๊าซ ของยุค 70s 80sความดีงานของซีรีส์ไม่ใช่แค่พล็อตที่น่าสนใจแต่ราวไปถึงกลุ่มนักแสดงที่จัดได้ว่าน่าใหม่ของวงการกันเลยก็ว่าได้ ซีซั่นนี้จัดการออกเป็นการฉายแบบสองช่วงเลยทำให้การดูยิ่งต้องลุ้นกันเข้าไปอีก จะว่าไปเพลงที่ตัวซีรีส์ใช้ในการประกอบก็จัดได้ว่ามีแต่ตำนานของดนตรีในยุคนั้นสมัยนั้นเลยก็ว่าได้ นับได้ว่าเป็นการปิดฉากซีรีส์ในซีซั่้นนี้ได้อย่างลงตัวสุดๆไม่ว่าจะเป็นบทที่ฉายให้ตัวละครต่างๆเด่นออกมาแบบสุดกำลัง เพลงประกอบที่เด่นจนต้องซอกหาและหยิบมาเปิดกันอีกครั้ง ซีซั่นนี้ลงตัวจนต้องยกนิ้วส่วนตัวของผู้เขียนเองยิ้นใจจดใจจ่อเมื่อเห็นมันแบ่งออกเป็นสองช่วงกลัวว่าจะทำออกมาได้ไม่ดีแต่แต่ที่ไหนได้ ซีรีส์ไม่ต้มคนดูอย่างเราๆเลยแถมยังให้เราลุ้นไปกับตัวละครและไม่หักมุมจนทำให้หัวเสียเหมือนกับหลายๆเรื่องความดีงามยกให้เรื่องน้ะเลยก็ว่าได้ #ขอรีวิว Stranger Things (1986)เรื่องราวเล่าต่อเมื่อทุกสิ่งทุกอย่างจบลงด้วยดีและความสูญเสียที่มากเกินกว่าจะทำใจได้ ครอบครัววิล ได้อย่างออกจากเมืองฮอว์กินส์ ไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ในที่แห่งใหม่ แต่แล้วความวินาศสันตะโรก็ยังบังเกิดขึ้นมาแบบไม่ได้คาดคิด เมื่อสัตว์ประหลาดตัวใหม่ได้ตื่นขึ้นและเริ่มฆ่าคนที่ตกเป็นเป้าของมัน ความจริงที่ถูกซ้อนอยู่พลังวิเศษเรื่องราวความวายป่วงที่เกิดขึ้นก่อนหน้า หรือแม้แต่เรื่องราวของความลับจากแดนไกลก็จะถูกเปิดเผยในซีซั่นนี้ เรื่องราวจะเป็นอย่างไรต้องติดตาม“กล้องพร้อม นักแสดงพร้อม เทปเดิน…ซีน 1 คัท 1 เทค 1…แอ็กชัน”1 ซีน (Scene) คือ “ฉาก” ว่าด้วยเรื่องของฉาก / ตัวผู้เขียนเองชอบมากๆกับการจัดฉากแสงสีแบบนี้ในซีซั่นนี้ที่ไม่ได้เล่าเรื่องแต่ในช่วงมืดแต่เล่าล้อไปกับทุกช่วงเวลาได้อย่างเหมาะสม และการใส่ฉากโลกกลับด้าน Upside Down มาแบบไม่ยั้ง มันทำให้เราได้เห็นโลกนี้ในแบบเต็มๆ แต่ก็น่าเสียดายที่ซีรีส์เล่าเรื่องแนว Flashback ย้อนอดีตไปมามากเกินไปเลยทำให้ซีรีส์ไม่ได้น่าติดตามและออกแนวเบื่อหน่ายพอสมควร เป็นการเล่าย้อนอดีตที่กินเวลาไปหลายตอนแต่ก็ไม่ได้ทำให้เส้นเรื่องอื่นของตัวซีรีส์จะจืดจางลงไปเพราะฉากต่างๆของเส้นเรื่องอื่นก็ยังน่าสนใจไม่แพ้กัน ทั้งที่รัสเซีย ทีมฮอว์กินส์ มันกลายเป็นตัวชูโรงได้อย่างไร้ที่ติ2 คัท (Cut) คือ “มุม”ว่าด้วยเรื่องของบท / บทในซีซั่นนี้ต้องตอบรับว่าน่าสนใจเอามาๆ ความการที่ตัวละครเริ่มเป็นผู้ใหญ่และทีมผู้สร้างก็เป็นความสำคัญกับเรื่องนี้เลยทำให้ตัวบทมีความน่าสนใจ แต่ก็มีความไม่เข้าใจในบางประเด็นไม่ว่าจะเป็นการเผยตัวละครต่างๆของเรื่องที่บทไม่ได้ประติดประต่อแต่น่าจะใส่เข้ามาให้ฉากดูเต็มก็เท่านั้น บทตัวละครอย่างแอลที่ไม่ได้มีความโดดเด่น ซีรีส์กับกักไม่ปล่อยออกมาให้หมด ตัวละครบางตัวน่าจะมีบทที่เด่นกว่านี้กลับไม่ได้ถูกพูดถึงหรือตัวละครที่ไม่น่าพูดถึงหรือไม่มีความโดดเด่นตัวซีรีส์กลับยัดบทที่มากเกินไปให้ตัวละครตัวนั้นจนทำให้คนดูอย่างเราๆเดาทางได้ 3 เทค (Take) คือ “จำนวนครั้งที่เล่น”ว่าด้วยเรื่องของตัวละคร / น่าเสียดายที่ตัวละครในเรื่องนี้มีมากจนเป็นเรื่องที่เบาบางเพราะบทตัวละครไม่พอ ตัวละครบางตัวซีรีส์ไม่ค่อยให้ความสนใจตัวละครบางตัวซีรีส์ให้เยอะจนล้น อย่างตัวละครที่ชื่อคุณพ่อที่น่าจะตายไปแล้วตั้งแต่ซีซั่นที่หนึ่งกลับมามีบทใหม่แต่ไม่ได้เล่าลึกว่ารอดตายมาได้อย่างไร ซีรีส์พยายามที่จะไม่ผลิตซ้ำกับซีรีส์เรื่องอื่นๆเช่นการที่ตัวละครตัวนั้นดูน่าสนใจขึ้นมาดื้อๆและแล้วก็ต้องตาย ทีมผู้สร้างทำแบบไม่ได้ใส่เรื่องราวเข้ามาตรงๆแต่ก็ยังคงเดาทางได้เพราะใช้ Flashback เป็นตัวเชื่อม เลยกลายเป็นว่าทำให้เราเหล่าคนดุเดาทางออกง่ายกว่าสูตรสำเร็จที่ซีรีส์เคยทำมา ตัวละครบางตัวก็ไม้ได้เด่นจนดีความหมายของตัวละครแตกกลับกันที่ตัวละครบางตัวกลับก็ดีจนต้องยกนิ้วให้4 Slate คือ ป้ายที่เขียนบอก ซีน คัท เทคว่าด้วยความหมายของหนัง / ก้าวไปข้างหน้าแม้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกลัวออกจากกรอบแม้ว่าสิ่งที่อยู่ข้างหน้ามันจะน่ากลัวแค่ไหน Stranger Things ใส่ความหมายพวกนี้มาเต็มๆและใส่มาเกือบทุกตัวละคร ที่เราได้เห็นกันไม่ว่าจะเป็นทีมฮอว์กินส์ ที่กล้าเผชิญกับสิ่งที่อยู่อีกฝั่งในโลกกลับด้าน Upside Down หรือแม้แต่ตัวทีมรัสเซียที่ยอมทุ่มเททุกอย่างเพื่อช่วยเหลือคนที่คอยช่วยเหลือเรา เลยกลายเป็นความดีงามของซีรีส์ซีซั่นนี้ได้อย่างไม่ต้องสงสัย ความลงตัวที่แตกต่างความสวยงามในความกล้าหาญและความรักท่ามกลางวิกฤต5 “คัท !!!!”เดินทางมาอย่างสวยงามกับซีซั่นที่4 การดำเนินเรื่องราวที่เต็มไปด้ยมิตรภาพต่างๆของทุกคนในซีซั่นเรื่องนี้นับได้ว่าเป็นการเดินทางที่แสนยาวนานมากๆอีกเรื่องหนึ่ง แต่ความวายป่วงของซีรีส์ที่ทิ้งท้ายไว้น่ากลัวสุดๆอย่างในมีซีซั่นใหม่เร็วๆ ถึงแม้จะใช้ตัว Flashback ในการเล่าเรื่องเป็นหลักแต่ก็ไม่ได้เผยความเป็นไปเป็นมาของตัวร้ายในซีซั่นนี้ได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วยเหมือนกับว่าจะเก็บไว้ให้เราเหล่าคนดูได้ลุ้นกันต่อในซีซั่นต่อไป แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีความดีงาน ซีซั่นนี้ทำออกมาได้ลุ้นระทึกกว่าทุกซีซั่นที่ผ่านมา ความหมายของซีรีส์ซีซั่นนี้ก็ใชว่าน้อยหน้าเพราะยังคงความคมคายเก็บได้ทุกเม็ดจัดฉากเด็ดมาทุกฉาก เล่าถึงเพลงประกอบ“Running Up That Hill (A Deal With God)” - Kate Bushเป็นเพลงที่สำคัญอีกเพลงที่ช่วยชีวิตของ แม็กซ์ เมย์ฟิลด์ ในเรื่องนี้ให้รอดพ้นจากความตาย เพราะถูกตัวร้ายหมายเอาชีวิต “Deal With God” คือชื่อเดิมของเพลงนี้ เมื่อเหล่าตัวละครต่างๆรู้ความรับของตัวร้ายว่ามันไม่สามารถเข้ามาทำร้ายได้หากเปิดเพลงที่เหยื่อชอบให้ฟัง The Duffer Brothers คิดเขียนโครงเรื่องและให้ Nora Felder หาเพลงมาใส่จนได้เพลงนี้ที่เราคุ้นหูคุ้นตาhttps://www.youtube.com/watch?v=wp43OdtAAkMเป็นฉากที่คนดูอย่างเราๆต้องลุ้นกับมันมากๆไม่ว่าจะเป็นฉากที่ตัวละครที่เรารักกับลังจะตายจากไป เวคน่า กำลังจะฆ่าเธอและแล้วทันใดนั้นเอง สตีฟ ดัสติน และลูคัส ได้รู้เรื่องที่ แนนซีกับโรบินว่าไปที่โรงพยาบาลจิตเวชและเธอทั้งสองก็พูดถึงเพลงโปรด และเรื่องราวก็เข้มค้นไปเรื่อยๆ“Master of Puppets” - Metallicaเพลงมันส์เพลงเด่นต้องเพลงนี้อีกเพลง ตอนที่ฉากสำคัญๆอย่างการเรียงฝูงค้างคาวให้เบี่ยงเบนความสนใจ เฮฟวีเมทัล บิ๊กแฮร์ ปลุกความเป็นชาวร็อกในตัวผู้เขียนได้อย่างเข้าถึงความรู้สึก https://www.youtube.com/watch?v=2f1Ny74_ou0 “Dream a Little Dream” - Ella Fitzgerald & Louis Armstrongเป็นเพลงที่เก่าและเก๋ามากพอสมควรตำนานเพลงแจ๊สที่ซีรีส์นำกับมาใช้ในตอนที่แนนซี และ โรบิน เข้าโรงพยาบาลจิตเวชเพื่อหาเบาะแสของตัวปีศาจเวคน่า กับ วิกเตอร์ ครีล และได้เบาะแสที่ตัว วิกเตอร์ ครีล บอกกับทั้งสองคือการที่เขาบอกว่า เขาได้ยินเพลง “Dream a Little Dream” และตัว วิกเตอร์ ครีล ก็ฮัมเพลงออกมา https://www.youtube.com/watch?v=OAVZuSoP8dkไม่ใช่แค่ตัว ซีรีส์ที่เด่นแต่เพลงประกอบก็จัดได้ว่าจัดจ้าง ผู้เขียนเลยรวบรวมมาให้ว่าแต่ละ Episode ใช้เพลงไหนกันบ้าง(ขอบคุณข้อมูลเพิ่มเติมจาก End Credits ท้ายเรื่อง)Season 4 Episode 1“Dreamin'” - The Beach Boys“Object of My Desire” - Starpoint“Running Up That Hill (A Deal With God)” - Kate Bush“I Was a Teenage Werewolf” - The Cramps“Fever” - The Cramps“Chica Mejicanita” - Mae Arnette“Play With Me” - Extreme“Detroit Rock City” - KissSeason 4 Episode 2“You Spin Me Round (Like a Record)” - Dead or Alive“Rock Me Amadeus (The Gold Mix)” - Falco“Tarzan Boy” - Baltimora“Wipe Out” - The Surfaris“Psycho Killer” - The Talking Heads“Surf Time” - The Surf Riders“Diamonds and Emeralds” - The Interior Castle“Burning Up” - Donnell PitmanSeason 4 Episode 3“There's a Storm Coming” - Dance With the Dead“In Transit to Bermuda” - Dorian Zero“Guardian Angel” - Fergus MacRoySeason 4 Episode 4“Legless”- Hipbone Slim“Hard Feelings” - Al Kerbey“Pass the Dutchie” - Musical Youth“Dream a Little Dream” - Ella Fitzgerald & Louis Armstrong“Claire de Lune” - London Philharmonic OrchestraSeason 4 Episode 5“Travelin' Man” - Ricky Nelson“Quand Le Bien-Aimé Reviendra” - DalayracSeason 4 Episode 6“Father Son” - Makeup And Vanity Set“Cutthroat” - SURVIVESeason 4 Episode 7“I” - Meikhel PhilogeneSeason 4 Episode 8“Natty Dread On the Go” - Lone Ranger“Up Around the Bend”- Creedence Clearwater Revival“Fire and Rain” - James Taylor“Rock and Roll, Hoochie Koo” - Rick Derringer“Separate Ways (Worlds Apart) [Bryce Miller/Alloy Tracks Remix] - Journey“Summer Breeze” - Ike RheinSeason 4 Episode 9“Master of Puppets” - Metallica“Spellbound” - Siouxie & The Banshees-----------------------------------------------เพลงที่กล่าวมาข้างต้นไม่ได้รวมเพลง สกอร์ ของตัวซีรีส์ที่ประพันธ์โดย ไคล์ ดิกสัน (Kyle Dixon) กับไมเคิล สไตน์ (Michael Stein) และพวกเพลงคลาสสิกบางเพลงเน้อ-----------------------------------------------(สิ่งหนึ่งที่คนดูอย่างผู้เขียนเห็นคือความตั้งใจของทีมผู้กำกับทีมนักแสดง คะแนนเต็มแบบไหนอย่างไรไม่ควรนำมาตัดสิน กับเรื่องของภาพยนตร์ , อนิเมะ , ซีรีส์ , แอนิเมชัน และเกม "คะแนนของคุณไม่ใช่คะแนนของใคร ที่สำคัญกำลังใจย่อมดีกว่าการตัดสินด้วยคะแนน" ผู้เขียนจะย้ำอยู่เสมอ สิบปากว่าไม่เท่าตาคุณเห็น ต้องชมเองให้ได้เท่านั้น)#จิปาถะและอรรถรสขอบคุณภาพประกอบจาก tranger Things - ปก / 1 / 2 / 3 / 4 ขอบคุณวิดีโอประกอบจาก KateBushMusic - Kate Bush - Running Up That Hill - Official Music VideoMetallica - Metallica - Master of Puppets (Live) [Quebec Magnetic]Ella Fitzgerald - Ella Fitzgerald, Louis Armstrong - Dream A Little Dream Of Me (Audio)ขอบคุณข้อมูลเพิ่มเติมจาก End Credits ท้ายเรื่อง และการเป็นแฟนเดนตายผู้กำกับภาพยนตร์ , อนิเมะ , ซีรีส์ , แอนิเมชัน และเกม นักเขียนบทภาพยนตร์ , อนิเมะ , ซีรีส์ , แอนิเมชัน และเกม นักแสดงทุกท่านทีมสร้างภาพยนตร์ , อนิเมะ , ซีรีส์ , แอนิเมชัน และเกมทุกคนและบริษัทและค่ายผู้ผลิตภาพยนตร์ , อนิเมะ , ซีรีส์ , แอนิเมชัน และเกมเกาะติดซีรีส์เรื่องใหม่ๆ App TrueID โหลดฟรี!