รีเซต

“ตี๋ตี๋-ป๋อ” ยอมรับเคยเครียดกับคอมเมนต์ จากวันที่ไม่มีความมั่นใจ สู่เซฟโซนของกันและกัน

“ตี๋ตี๋-ป๋อ” ยอมรับเคยเครียดกับคอมเมนต์ จากวันที่ไม่มีความมั่นใจ สู่เซฟโซนของกันและกัน
Jeaneration
13 พฤษภาคม 2569 ( 19:08 )
7

เบื้องหลังรอยยิ้มและพลังสดใส ตี๋ วันพิชิต-ป๋อ ศุภการ เปิดใจแบบลึกซึ้งผ่านรายการ Woody Talk ถึงอีกด้านของทั้งคู่ความสัมพันธ์ มิตรภาพ ที่หลายคนอาจไม่เคยรู้มาก่อน และเรื่องแรงกดดัน การรับมือกับ Feedback ด้านลบ รวมถึงช่วงเวลาที่คอยเป็น Safe Zone ให้กันและกัน

ความฝันที่ได้มีโอกาสทำสิ่ง ๆ นี้เกิดขึ้นแล้ว รู้สึกยังไงบ้าง ?
ตี๋ตี๋ วันพิชิต : รู้สึกว่าเกินความคาดหมายไปแบบเยอะมาก ๆ เพราะว่าตอนแรกมันก็มีความคาดหวังในระดับหนึ่งที่แบบว่าเราอยากแบบ famous ขึ้นนิดหนึ่ง ดีใจมาก ๆ เลยที่ผลตอบรับขนาดนี้
ตี๋ตี๋ วันพิชิต : ดีใจที่ซีรีส์พาเรามาได้ไกลขนาดนี้ แล้วก็เป็นเรื่องแรกของพวกเราด้วยที่ได้รับบทนำ แล้วคนชอบด้วย

ความสุขที่ได้รับจากคนรอบข้างอะไรที่ได้ฟังแล้วมันชื่นใจ คำพูดแบบไหนบ้าง ?
ป๋อ ศุภการ : ผมว่าน่าจะเป็นการที่เขาบอกว่าเราทำให้เขาผ่านเรื่องแย่ ๆ ในแต่ละวันไปได้ 
ตี๋ตี๋ วันพิชิต : เคยมีเหตุการณ์ครั้งหนึ่งเป็นงาน private talk พี่คนที่เข้ามาเขาเป็นมีทั้ง 2 แบบเลย มีทั้งคนที่เป็นหมอจิตแพทย์กับคนที่เป็นผู้ป่วย คนที่เป็นหมอเขาก็พูดว่า ตอนแรกไม่รู้จักตี๋ป๋อเลย แต่ว่ารู้จักได้เพราะว่าคนไข้ คนไข้เอาพวกเรา 2 คนไปนั่งดู เหมือนเป็นกำลังใจให้เขา แล้วเขาก็ไปคุยกับคุณหมอคนนี้ รู้สึกว่าเราทำให้เขายิ้มได้มากขึ้น

represent บางเรื่องของสังคมจริง ๆ ไหม คือมีคนเข้ามาแล้วเราบอกเขา relate ได้กับคาแรคเตอร์นี้ เขา relate ได้กับปัญหา ?
ป๋อ ศุภการ : ที่จริงผมมีอดีตเหมือนกันที่อาจจะคล้าย ๆ กับฉิน ในเรื่องของการ perform บนเวที โดนคอมเมนต์ว่าคุณไม่มีความเป็นศิลปินต่าง ๆ น่าจะเหมือนที่ฉินโดน ก็เลยรู้สึกว่าพอมีอะไรมาปลดล็อก อย่างในเรื่องก็อาจจะเป็นด้วงที่แบบเข้ามาปลดล็อกเรา ก็ทำให้เรามั่นใจขึ้น 

อะไรปลดล็อกชีวิตจริง ?
ป๋อ ศุภการ : น่าจะเป็นเพื่อน ๆ ถ้าชีวิตจริงป๋อน่าจะเป็นโอกาสครั้งสุดท้ายที่เราไม่ได้แล้ว ถ้าเราเสียตรงนี้ไปเราจบ แล้วมันมี 1 อาทิตย์ที่ผมอยู่กับวงทั้งอาทิตย์แล้วซ้อมทั้งวันทั้งคืน แล้วก็อยู่ ๆ ก็ปลดล็อกได้ ในเรื่องของการ Express เมื่อก่อนผมเป็นคนแบบนิ่งมาก ๆ คือเวลา perform คือแบบหน้าเดียว ปลดล็อกเรื่องนี้น่าจะประมาณ 3 ปี คืออยู่กับสิ่งนี้ประมาณ 9 ปีแล้ว เพิ่งมาปลดล็อกได้ประมาณ 3 ปีที่แล้ว 
ตี๋ตี๋ วันพิชิต : ตลอดมาเขาจะเล่าเรื่องราววัยเด็กให้ฟังว่าเขาเคยเป็นเทรนนีมา คือเขาสู้มาตลอด

อะไรคือพลังงานที่ทำให้เรา push ตัวเองขึ้นมาได้เรื่อย ๆ ในวันที่มันอาจจะไม่เหลือกำลังใจ ? 
ป๋อ ศุภการ : ส่วนหนึ่งก็เพราะรู้สึกว่าทำมาขนาดนี้ อยากสู้ให้มันสุด ไหน ๆ เราก็เลือกแล้ว ผมว่ามันคือสิ่งที่เราชอบ แต่ตอนทำอาจจะยังไม่ได้มีความสุข 
ตี๋ตี๋ วันพิชิต : แต่ตี๋ว่าทุกวันนี้มันเปลี่ยนไปเยอะมาก เพราะว่าด้วยสังคมเมื่อก่อนเขาอยู่กับการแข่งขันมาตลอด แต่ว่าทุกวันนี้มันอยู่ที่ความพยายามของเขาล้วน ๆ เลยมากกว่า วันแรกที่เจอจะนิ่ง ๆ แต่เรารู้สึกว่าเขาน่าแกล้งตัวขาว ๆ ใส่เสื้อเชิ้ตมา หน้าสดเลย เขาเป็นคนที่มาจากบอยแบรนด์ด้วย ก็เลยรู้สึกว่าน่าเข้าไปทำความรู้จัก น่าไปแกล้ง 

อยากแกล้งตั้งแต่วันแรกที่เจอ ?
ตี๋ตี๋ วันพิชิต : แค่อยากแกล้งเฉย ๆ 
ป๋อ ศุภการ : เขาชอบแกล้งคนอื่น เอาจริง 
ตี๋ตี๋ วันพิชิต : จริง ๆ ชอบแกล้งคนอื่น แต่ว่าเป็นคนที่เราอยากอยากคุยด้วย ไม่เป็นกับทุกคนที่ครั้งแรกเราจะแกล้งเลย เขาก็งง ๆ จะมีท่าประจำที่ดึงหัว ดึงผม

ตี๋เข้าวงการยังไง ?
ตี๋ตี๋ วันพิชิต : คือเริ่มจากที่รู้จักผู้จัดการ รู้จักครูเบิร์ดก่อน แล้วเขาได้แนะนำให้พี่ออฟ ก็เลยได้เข้าดูมันดิ (DoMunDi) มา พอเข้าดูมันดิ (DoMunDi) ก็ได้ทำหลายอย่างมาก ได้เข้ารายการ reality แต่พอเข้ารายการ reality ปีแรก ซีซั่นแรก ยังไม่มีพาร์ทเนอร์ แล้วก็วนมาเจอพี่ป๋อตอนซีซั่น 2 ก็เลยได้มีพี่ป่อเป็นพาร์ทเนอร์ แล้วก็เล่นกี่หมื่นฟ้า และมีวันนี้เลย ได้รางวัล Best Partner แล้วก็ได้เล่นด้วงกับเธอ

ถ้าให้พูดตรง ๆ แบบไม่ต้องเกรงใจ อีกคนคืออะไรในชีวิตคุณตอนนี้ ?
ป๋อ ศุภการ : สำหรับผม ตี๋เป็นสิ่งที่ balance ชีวิตผม ทำให้ชีวิต balance ขึ้น เรื่องในหัว ความเครียดอะไรต่าง ๆ การที่ผมคิดเยอะมาก ๆ ตี๋ทำให้ผม relax มากขึ้น สดใสมากขึ้น 
ตี๋ตี๋ วันพิชิต : ถ้าพูดถึงตอนนี้ นิยามน่าจะเป็นคำว่า safe zone เหมือนที่พี่ป๋อเคยพูดตอน final EP หรือว่าในหลาย ๆ ครั้ง เพราะว่าตี๋เคยพูดแบบนี้หลายที่มาก ๆ ที่บอกว่าดีใจมากที่ได้ไปเป็นพาร์ทเนอร์พี่ป๋อ เพราะมันเปลี่ยนอะไรหลาย ๆ อย่างมาก ทั้งทำให้โตขึ้น ทำให้อยากเก่งขึ้น หรือว่าทำให้เราตั้งใจทำงานมากขึ้น คือมันเปลี่ยนไปหมดเลยทุกอย่าง

อะไรที่เหมือนกันรู้สึกว่าคุยภาษาเดียวกัน ?
ป๋อ ศุภการ : ผมว่าที่จริงตอนแรกเลย ไม่คิดว่าจะเข้ากันได้ด้วยซ้ำ แต่เรายังมีความชอบเหมือนกัน คือการร้องการเต้น แล้วมันไม่ใช่ว่าทุกคนจะมีความชอบนี้ในค่ายของนักแสดงที่เป็นหลัก เราก็เลยได้มีโอกาสได้ทำงานด้วยกันบางชิ้นงาน Cover อะไรต่าง ๆ ทำให้เรารู้สึกว่าอาจจะเข้ากันได้
ตี๋ตี๋ วันพิชิต : เพราะว่าตอนที่ Friendship EP แรก ตอนที่ตี๋ไม่เลือกใครเลย หรือว่าเลือกรูปตัวเองขึ้นมา ตี๋ก็สัมภาษณ์ไปว่ารอตัวเองพร้อมกว่านี้ เพราะว่ารู้สึกว่าตอนนั้นเราไม่พร้อมอะไรเลย สกิลหรือว่าอะไรต่าง ๆ แล้วก็อยากเจอคนที่มีความชอบคล้าย ๆ เรา

ชอบศิลปินเหมือนกันไหม ? 
ป๋อ ศุภการ : ตี๋ค่อนข้างชอบหลากหลาย ผมชอบ Pop R&B ฮิปฮอปบ้าง แต่ว่าอาจจะไม่เล่นลึกเท่าตี๋ ฟังทั้งสากลและเกาหลี
ตี๋ตี๋ วันพิชิต : ฟังหลายมาก ฟัง Pop R&B ฟังฮิปฮอป ออกแนวอินดี้เลยแบบ Sweet and Low เมื่อก่อนฟังเพลงบ่อย 

คิดว่าอะไรคือความมีเสน่ห์ที่สุดของเขา ? 
ตี๋ตี๋ วันพิชิต : จริง ๆ ตี๋ชอบบอกว่าตี๋ชอบตาเขา แล้วก็ถ้าเป็นนิสัยจริง ๆ ชอบอยู่แล้วที่เป็นความนิ่งแบบนี้ เพราะว่ารู้สึกสิ่งนี้ที่ทำให้ในหลาย ๆ ครั้งแบบดีแล้วที่เป็นแบบนี้ เพราะว่าบางทีรู้สึกเหมือนกันว่าบางเหตุการณ์ที่เราเจอหรือว่าเราได้นั่งคุยกัน ถ้าตี๋เป็นคนพูดเป็นคนแสดงออกความรู้สึกชัด เป็นคนใจร้อน แต่ว่าถ้าเขาเป็นคนแบบเรา เราคงทะเลาะกันไปแล้ว 
ป๋อ ศุภการ : ผมว่าตี๋เป็นคนที่มีเสน่ห์มาก หมายถึงว่าหน้าดีอยู่แล้ว หมายถึงว่าความหล่อมันดีอยู่แล้ว แต่ว่าผมว่าตี๋เป็นคนที่รู้สึกว่าเขาเป็นคนที่สว่าง เวลาอยู่ด้วยแบบสดใสมาก ๆ แล้วก็ไม่รู้จะพูดยังไง แต่ว่ารู้สึกว่าเป็นคนที่มีเสน่ห์มาก ๆ อยู่แล้ว แล้วก็เป็นคาแรคเตอร์ที่คนน่าจะชอบ พลังงานบวก เวลาเราอยู่กับเขาก็ไม่ค่อยเครียด เพราะเขาก็ตลกด้วย 

เรื่องอะไรที่เป็นเรื่องส่วนตัวที่ตลกที่คนไม่ค่อยรู้ เรื่องแรกที่มาในหัวคุณคือ ?
ป๋อ ศุภการ : คือตอนนี้รู้สึกว่าภาพที่ออกไปของเขา มันรั่วมากๆ อยู่แล้ว
ตี๋ตี๋ วันพิชิต : แต่ตี๋นึกออก อันนี้คนไม่รู้ คือเขาจะเป็นคนที่ถ้าไม่อาบน้ำออกบ้านแล้ว เขาจะไม่ขึ้นเตียงตัวเองเด็ดขาด พอกลับบ้านมาแล้วถ้ายังไม่อาบน้ำจะไม่ขึ้นเตียง 
ป๋อ ศุภการ : รู้สึกว่าห้องนอนเป็นอะไรที่ต้องสะอาด ไม่งั้นเวลาเรานอนแล้วจะรู้สึกไม่ดี เวลาไปต่างประเทศด้วยกัน ตี๋เขาชอบแบบว่ากลับห้องมา พี่อาบก่อนเลย เดี๋ยวผมไปอาบ ผมอาบเสร็จ หลับอยู่บนเตียงแล้วก็ปลุกไม่ตื่นด้วย

อยู่ด้วยกันตลอดเวลาเป็นเหมือนกับครอบครัวไปแล้ว ?
ป๋อ ศุภการ : ผมว่านิยามยาก 
ตี๋ตี๋ วันพิชิต : ตั้งแต่เราเล่นซีรีส์ หรือว่าตั้งแต่รู้จักกันมา ภาพหลายเหตุการณ์มาก ทั้งดีทั้งไม่ดี ทั้งเหนื่อย ในวันที่ทุกวันนี้ต้องพูดแล้วแบบยอมรับตรง ๆ เลยว่า อาจจะมีบ้างบางวันที่ Energy เราสลับกันแล้ว บางวันพี่ป๋อพูดเยอะ ตี๋ไม่พูด ตี๋พูดน้อย 
ป๋อ ศุภการ : ผมว่าตี๋อาจจะโตขึ้นด้วย แล้วก็หลาย ๆ เดือนมา มันหนัก มันหนักกันทั้งคู่ แล้วเราเห็นตี๋แบบว่านิ่งบ้าง มีความคิดเยอะมากขึ้น อาจจะเครียดมากขึ้น เราก็อยากเป็นฝ่าย Push เขาบ้าง

อะไรที่รู้สึกว่ามันหนักในวงการนี้ ต้องทำงานต่อเนื่องทุกวันไม่ได้พักผ่อน หรือว่าการที่ต้องคิดกังวลหลาย ๆ เรื่อง ?
ตี๋ตี๋ วันพิชิต : มันรวมกันหมดเลย เรื่องการพักผ่อน เรื่องการทำงาน เราอยู่ในฐานที่เข้าใจได้ เข้าใจได้ว่ามันต้องเหนื่อย มันต้องแลกกับเวลาพักผ่อน หรือว่าหลาย ๆ อย่าง แต่ว่าสิ่งหนึ่งที่เราเจอแล้วรู้สึกแย่เลย แบบ Down เลยคือคอมเมนต์ Feedback อะไรสิ่งที่เราทำไปแล้ว Feedback กลับมา อันนี้คือสิ่งที่คิดมากที่สุด บางทีเราเข้าไปอ่านโดยแบบไม่รู้ตัว กดเข้าไปแล้วมันเจอ ก็เครียด เพราะว่าตี๋เป็นคนคิดมาก ก็ยอมรับได้ แต่ว่าแค่พอเจอในสิ่งที่เราไม่ได้ตั้งใจไว้ ไม่เคยเจอมาก่อน ตั้งตัวไม่ทัน 

ช่วงที่ผ่านมามีวิธีในการวางยังไงหรือยังสะสมอยู่บ้าง ตอนนี้เจอแล้วเป็นยังไง ?
ตี๋ตี๋ วันพิชิต : แต่ถามว่าทุกวันนี้มีกังวลไหม มี แต่ว่าดีขึ้นเยอะมาก เพราะว่าเมื่อก่อนเคยรู้สึกว่าพอเจอ Feedback ที่มันแย่แล้วเราปรับปรุงตาม หรือว่าอะไรที่มันมากเกินไปก็ไม่ดี ทุกวันนี้พี่ ๆ หม่ามี้ หรือว่าปะป๊า หรือว่าใคร ๆ ที่เป็นพี่ ๆ แฟนคลับ ก็บอกเสมอว่าเป็นตัวเองไปเถอะ ในแบบที่ให้เขารักก็พอ ทำดีที่สุดแล้ว ป๋อก็คืออีกคนหนึ่งที่บอกตี๋ว่าไม่เป็นไร มันดีแล้ว
ป๋อ ศุภการ : ผมว่าอาจจะเป็นคอมเมนต์ที่ตัดสินเรา ในขณะที่ยังไม่ได้ดู แล้วก็อีกเรื่องหนึ่งอาจจะเป็นตัวเองที่ประเมินตัวเองอยู่ตลอด เราไม่ได้ทำแค่ในพาร์ทนักแสดงแต่ว่ามีวงด้วยตอนนี้ ก็คือเป็นวงเดียวกัน ชื่อ DEX (Diverse Elements of XX) มี 6 คนปีที่แล้ว ตั้งแต่งานเดบิวต์ ตั้งแต่ช่วงฝึกซ้อมอะไรต่าง ๆ ผมรู้สึก Fail กับตัวเองตลอด เพราะรู้สึกว่าตัวเองทำได้ไม่ดีเลย มันห่างหายจากสิ่งที่เราทำไปก่อนหน้านี้ เพราะว่าผมเคยเดบิวต์มารอบหนึ่งรู้สึกว่าตัวเองเก่งกว่านี้ เสียงในหัวคือไม่ชอบเลย ทำไมทำได้แค่นี้ เครียด ยิ่งกดดันตัวเองยิ่งทำไม่ได้ พอมางานกีฬาสีของค่าย อันนั้นเป็นงานแรกที่รู้สึกว่าโอเค ตัวเองร่างเดิมกลับมา เพราะว่าน่าจะเป็นเสียงในหัวก่อนขึ้นว่า Stage นี้เป็นของเรา มันคือคำที่ได้ยินมาตลอด ตอนอยู่วงเก่า แต่ไม่ได้ยินจากตัวเอง ได้ยินจากพี่ในวง แล้วเรากลับมามีเสียงนี้ในหัววันนั้น รู้สึกว่าวันนั้นเราปล่อยจอยได้ 

สามารถติดตาม WOODY TALK ได้ที่ช่องทาง Podcast : WOODY TALK , Facebook: Woody, Youtube: Woody เวลา 18.00 น.