"Klara And The Sun" หนังฟอร์มดีที่โลกแทบไม่รู้จัก กับสาเหตุที่ทำไมถึงพังพินาศบนบ็อกซ์ออฟฟิศ
เชื่อว่าคอหนังบ้านเราแทบจะไม่รู้จักหรือได้ยินชื่อหนังจากสตูดิโอใหญ่ของโซนี พิคเจอร์ส อย่าง "Klara and the Sun" แน่ ๆ ก็เพราะว่านี่คือหนังที่เพิ่งจะเผชิญหน้ากับความล้มเหลวทางด้านรายได้มาเรื่องล่าสุดบบนบ็อกซ์ออฟฟิศ ที่ไม่สามารถเปิดตัวติด Top 10 ของตารางได้อย่างอัปยศ ซ้ำร้ายยังเป็นหนังที่โดนวิจารณ์แบบสับแหลกไม่มีชิ้นดี ทั้งที่โปรเจกต์หนังเรื่องนี้ล้วนมีองค์ประกอบครบครันที่จะเป็นบล็อกบัสเตอร์ได้สบาย ๆ แต่ปรากฏว่าผลลัพธ์ออกมาได้พังพินาศอย่างน่าเหลือเชื่อ และในเมืองไทยก็ถูกถอดโปรแกรมฉายออกไปแบบเงียบ ๆ เช่นกัน
Deadline ได้ทำการวิเคราะห์ถึงสาเหตุที่ทำให้หนัง Klara and the Sun กลายเป็นหนังที่ต้องเจอกับหายนะบนบ็อกซ์ออฟฟิศเรื่องล่าสุด เพราะหนังเพิ่งเปิดตัวในอเมริกาไปในสุดสัปดาห์แรกแค่เพียง 700,000 เหรียญ จากการเข้าฉาย 880 โรงทั่วอเมริกา เรียกได้ว่าเป็นตัวเลขรายได้ที่ตอกฝาโลงตัวเองอย่างสงบ โดยที่หนังเรื่องนี้เป็นการหยิบเอานิยายระดับรางวัลของนักเขียน คาซุโอะ อิชิกุโระ มาดัดแปลงสร้าง ได้นักสร้างฝีมือดี "ไทก้า ไวทีที" ที่เคยปังสุด ๆ จากการสร้างหนังมาร์เวล อีกทั้งได้ทีมนักแสดงชั้นแนวหน้า อย่าง "เจนนา ออร์เทก้า", "เอมี อดัมส์" หรือ "มีอา ธาเรีย"
หายนะแรกของ Klara and the Sun ก็คือกระแสคำวิจารณ์ต่ำเตี้ยเรี่ยราด เพราบนเว็บไซต์ Rotten Tomatoes มีคะแนนรีวิวเฉลี่ยได้แค่เพียง 24% จากความคิดเห็นของนักวิจารณ์เกือบ 80 สถาบัน ถึงแม้ว่าหนังจะมีเนื้อหาดรามาไซไฟฟีลดีชวนประทับใจ แต้นักรีวิวหลาย ๆ สำนักต่างมีความคิดเห็นคล้าย ๆ กันที่ว่าหนังไม่มีเสน่ห์และไร้สาระ ทั้งที่มีโจทย์จากต้นฉบับที่ซับซ้อนและเต็มไปด้วยมิติ แต่กลับนำเสนอออกมาในลักษณะหวานเลี่ยนและไม่มีอะไรให้น่าจดจำ
สัญญาณหายนะอีกสิ่งหนึ่งก็คือ Klara and the Sun เป็นหนึ่งในโปรเจกต์หนังที่โซนี ค่อนข้างกลุ้มใจในการหาแนวทางและท่วงท่าในการปล่อยฉาย จึงทำให้หนังเรื่องนี้ถูกเก็บดองเอาไว้นานถึง 2 ปีกว่าจะได้ฤกษ์ฉาย เพราะหนังปิดกล้องถ่ายทำไปตั้งแต่กลางปี 2024 แหล่งข่่าวบอกว่า สตูดิโอไม่ค่อยลงรอยกับสไตล์การกำกับของไทก้า ที่เน้นความอิสระในสไตล์ของตัวเองที่บางครั้งก็ไม่เข้ากับผลงานไปสักหน่อย นั่นจึงทำให้หนังเรื่องนี้ยังไม่สามารถหยิบนำมาลงตารางวันฉายได้สักที และทำให้แนวทางการโปรโมตหนังเรื่องนี้ค่อนข้างเงียบเหงา เพราะค่ายไม่รู้จะหยิบข้อดีตรงไหนของหนังมาทำการตลาด หลังฟีดแบกชุดแรก ๆ ของหนังออกมาได้ยับเยิน
บางเสียงระบุว่า ไทก้า ไวทีที ได้ใช้สูตรคล้าย ๆ กับที่เขาได้ใช้ในหนัง Jojo Rabbit ที่ทำให้เขาได้เข้าชิงออสการ์มาแล้ว มาปะปนผสมเข้ากับการทำหนัง Klara and the Sun เรื่องนี้ด้วย แต่ผลลัพธ์ที่ออกมานั้นกลับแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง อีกทั้งในช่วงระยะเวลา 4-5 ปีมานี้ ชื่อของไทก้าในฐานะผู้กำกับก็ไม่ได้โดดเด่นเป็นประกายเหมือนช่วงก่อนโควิด-19 ผลงานการสร้างหนังและซีรีส์ของเขาก็ไม่ได้เข้าตากรรมการและผู้ชมได้หลากหลายเท่าที่ควร จนเริ่มมีการตั้งข้อสังเกตว่า เพราะด้วยลีลาการทำหนังแบบฟรีแจ๊สของเขาหรือไม่ ทำให้ปัจจุบันแทบไม่มีสตูดิโอไหนอยากร่วมงานด้วยแล้ว
ถึงแม้ว่า Klara and the Sun เรื่องนี้จะไม่ใช่หนังที่ใช้ทุนสร้างสูงอะไร ใช้งบไปราว ๆ 20 ล้านเหรียญเท่านั้น แต่การที่หนังเปิดตัวได้ไม่ถึงหลักล้านในสัปดาห์แรก ก็นับว่าเป็นสัญญาณของหายนะที่หนักหน่วงไม่น้อย อีกทั้งยังมีเบาะแสว่าหนังเรื่องนี้ควรจะคุมทุนสร้างได้น้อยกว่านี้อีก ถ้าหากว่าการทำงานถ่ายทำเสร็จสิ้นตามกรอบเวลาที่กำหนด แต่หนังเผชิญหน้ากับปัญหาความล่าช้าอะไรบางอย่าง จากกำหนดถ่ายทำแค่ 30 วัน ได้ลากยาวออกไปถึง 80 วันอย่างไม่จำเป็น
ไม่เพียงเท่านั้น หลังจากที่มีการฉายหนังรอบทดลองเบื้องต้น มีฟีดแบกเกี่ยวกับฉากจบที่หดหู่เกินไป ที่เป็นการยึดตามต้นฉบับนิยาย แต่สตูดิโอมองว่ามันดาร์กเกินเหตุ ทำให้ต้องมีการกลับมาถ่ายทำเพิ่มเติมอีกครั้งในปี 2025 ผลลัพธ์ที่ออกมาทำให้คะแนนของหนังในการฉายรอบทดลองเพิ่มขึ้นมาได้อีกหน่อย อยู่ในเกณฑ์ใช้ได้ แต่เสียงจากผู้ชมทั่วไปยังระบุว่าไม่รู้สึกอินใด ๆ เกี่ยวกับโทนของหนังและไม่มีความผูกพันกับตัวละครต่าง ๆ ในหนังเลย
เจนนา ออร์เทก้า ก็ยังตอกย้ำการเป็นตัวแม่หนังคว่ำบนบ็อกซ์ออฟฟิศ โดยที่หลายฝ่ายมองว่าเธอติดภาพลักษณ์คาแรกเตอร์แปลก ๆ จากในซีรีส์ Wednesday ที่คนจดจำได้มากกว่า ทำให้เมื่อพยายามสลัดภาพเป็นบทบาทอื่น กลายเป็นว่าคนดูไม่รู้สึกอินไปด้วย และผลงานอื่น ๆ ของเธอกลับไม่สามารถดึงดูดใช้พลังซุปตาร์ขวัญใจเจน Z ได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วย นั่นจึงทำให้นอกจาก Beetlejuice Beetlejuice แล้ว เธอคนนี้มีเครดิตหนังทำเงินคว่ำเลยล้วน ๆ เช่นเดียวกับ เอมี อดัมส์ ดาราสาวที่อกหักจากเวทีออสการ์มาแล้วถึง 6 ครั้ง เผชิญหน้ากับการมีผลงานบ้ง ๆ ต่อเนื่องมา 5 ปีแล้ว ไล่มาตั้งแต่ The Woman in the Window, Nightbitch, Disenchanted มาจนถึง Klara and the Sun เรื่องนี้
แต่ใด ๆ แล้วก็ตาม Klara and the Sun ก็สะท้อนให้เห็นถึงความจริงที่น่าเศร้าในวงการภาพยนตร์ปัจจุบันที่ว่า ต่อให้สตูดิโอหนังจะทุ่มเทสร้างผลงานออกมาให้ดีที่สุด เน้นผลลัพธ์จากคะแนนในรอบฉายทดลอง แต่ก็ไม่สามารถการันตีได้อย่างแน่ชัดว่าหนังจะออกมาเวิร์ก ในเมื่อกระแสวิจารณ์ยังเป็นกลุ่มก้อนที่ส่งอิทธิพลต่อภาพรวมของหนังและการตัดสินใจของผู้ชม กลายเป็นความแปรปรวนที่คาดเดาได้ยาก ท่ามกลางช่วงที่ตลาดหนังและหนะงโรงกลับมาเฟื่องฟูอีกครั้ง ก็มีหนังสไตล์นี้มักจะไม่เวิร์กกับบ็อกซ์ออฟฟิศอยู่ และอาจจะเพิ่มมากขึ้นด้วย
-------------------------------------
>> ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID <<
หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย >> https://bit.ly/3xEgdAa