ใครกำลังหาซีรีส์ไขคดีที่ไม่ธรรมดา “คำสารภาพคืนราตรี (Light to the Night)” คืออีกเรื่องที่น่าจับตาเลยค่ะ เพราะไม่ได้มีแค่ปริศนาว่าใครคือคนร้าย แต่ยังพาเราไปรู้สึกกับบรรยากาศหลอน ๆ เบา ๆ ดราม่าหนักและบาดแผลของตัวละครที่ค่อย ๆ ถูกเปิดออกทีละชั้น ความสัมพันธ์ของคนในเรื่องก็ยิ่งดูยิ่งลึกขึ้นเรื่อย ๆ จนแยกไม่ออกว่าอะไรคือความจริงหรือความรู้สึก ใครชอบสายสืบสวนที่ทั้งลุ้น ทั้งอิน เรื่องนี้มาเปิดดูไปพร้อม ๆ กันเลยค่ะ รับชมหนังซีรีส์ระดับพรีเมียม กดสมัคร TrueID+ ดูได้ทุกที่ 24ชม. คลิก!! คำสารภาพคืนราตรี (Light to the Night) เรื่องย่อ เรื่องเปิดมาด้วยคดีแปลก ๆ ในปี 1997 มีคนหายไปในลิฟต์แบบไร้ร่องรอย ฟังดูเหมือนเรื่องเหนือธรรมชาติ แต่จริง ๆ แล้วมันคือจุดเริ่มต้นของปมใหญ่ที่ลากยาวไปถึงอีกเกือบ 20 ปี ทำให้ตำรวจสองรุ่นอย่าง “เหอหย่วนหาง” และ “หรั่นฟางซวี่” ต้องเข้ามาเกี่ยวข้องกับคดีนี้แบบเลี่ยงไม่ได้ ตอนแรกมันจะมาในฟีลอาจารย์กับลูกศิษย์ คนหนึ่งเก๋าเกม อีกคนไฟแรง มองโลกคนละมุม แต่พอเรื่องดำเนินไปเรื่อย ๆ จะเห็นว่าคดีนี้มันไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด และมันค่อย ๆ กัดกินความเชื่อในอาชีพของพวกเขาไปทีละนิด พอเวลาข้ามมาปี 2015 เรื่องมันยิ่งพีค เพราะเกิดเหตุคล้ายเดิมขึ้นอีกครั้ง เหมือนทุกอย่างวนกลับมาที่เดิมแบบตั้งใจ ทำให้ตัวละครที่เคยแยกย้ายกันไปต้องกลับมารวมตัวอีกครั้ง คราวนี้ไม่ได้มีแค่สองคน แต่มีรุ่นใหม่เข้ามาเพิ่ม กลายเป็นการสืบคดีแบบ “สามเจเนอเรชัน” ที่มุมมองต่างกันสุด ๆ รีวิวซีรีส์ คำสารภาพคืนราตรี (Light to the Night) การแสดงและนักแสดง ในแง่การแสดง Pan Yueming คือเสาหลักของเรื่องจริง ๆ คาแรกเตอร์ตำรวจรุ่นเก๋าที่ดูนิ่ง ๆ แต่เต็มไปด้วยประสบการณ์ เขาเล่นออกมาให้รู้สึกได้ถึงความเหนื่อย ความผิดหวัง และความพยายามจะยึดมั่นในความถูกต้อง ถึงบางครั้งจะเริ่มไม่แน่ใจในสิ่งที่ตัวเองทำ ส่วน Dylan Wang ในบทตำรวจรุ่นใหม่ ถือว่าเป็นอีกลุคที่แปลกตา เพราะเขาไม่ได้มาแนวหล่อเท่แบบพระเอกทั่วไป แต่เป็นคนที่ยังสับสน ยังเรียนรู้ และมีความดื้อในแบบของตัวเอง ดูแล้วรู้สึกถึงความเป็นมนุษย์มากขึ้น ด้าน Ren Min ก็เติมมิติให้เรื่องได้ดี เธอเป็นตัวแทนของคนรุ่นใหม่ที่เข้ามาในคดีเก่า พร้อมตั้งคำถามกับทุกอย่าง ทำให้เรื่องมันไม่จมอยู่กับมุมมองเดิม ๆ ไฮไลต์คือการเล่าเรื่องคู่ “อาจารย์–ศิษย์” ที่สะท้อนกันคนละช่วงเวลา จากอดีตที่ศิษย์ดื้ออยากสืบคดี กับปัจจุบันที่บทบาทกลับกัน อาจารย์ต้องเป็นคนขอให้ศิษย์กลับมาช่วยอีกครั้ง กลายเป็นความสัมพันธ์ที่ทั้งขัดแย้งและผูกพันกันอย่างน่าสนใจ ใครชอบสายสืบสวนที่มีดราม่าความสัมพันธ์ลึก ๆ เรื่องนี้น่าตามมาก ธีมและการดำเนินเรื่อง ซีรีส์เรื่องนี้ดำเนินเล่าเรื่องแบบสลับเวลา อดีตกับปัจจุบันมันค่อย ๆ ต่อกันเหมือนจิ๊กซอว์ ดูไปต้องคิดตามตลอดว่าอะไรคือความจริง อะไรคือสิ่งที่คนเชื่อไปเอง แล้วเส้นแบ่งระหว่าง “เหตุผล” กับ “ความเชื่อ” มันอยู่ตรงไหนกันแน่ โทนของเรื่องจะค่อนข้างหม่นและจริงจัง แต่ไม่ได้กดดันจนดูไม่ไหว เพราะมีจังหวะเบรกด้วยบทสนทนาและโมเมนต์เล็ก ๆ ของตัวละคร ทำให้ยังดูเพลินได้อยู่ ถึงบางช่วงจะมีความเนิบไปบ้าง โดยเฉพาะช่วงปูปม แต่พอเริ่มเฉลยทีละจุดคือดึงกลับได้ทันที อีกอย่างที่ทำดีมากคือ งานภาพ ที่เขาแยกยุคชัดเจนมาก ปี 1997 จะโทนหม่น ๆ ออกส้ม ๆ ให้ความรู้สึกอึดอัดและลึกลับ ส่วนปี 2015 จะสว่างขึ้นแต่ก็ยังมีความเย็น ๆ ฟ้า ๆ ที่ทำให้รู้สึกห่างเหิน เหมือนบอกเป็นนัยว่าถึงเวลาจะผ่านไป แต่บางอย่างมันก็ยังไม่ถูกคลี่คลาย ดูไปเรื่อย ๆ จะรู้สึกว่าเรื่องนี้ไม่ได้แค่เล่าคดี แต่มันพูดถึงความเชื่อในความยุติธรรมของคนทำงานสายนี้ ว่าสุดท้ายแล้ว ต่อให้ตามหาความจริงเจอ มันจะเยียวยาทุกอย่างได้จริงไหม หรือบางอย่างมันก็สายเกินไปแล้ว ความคิดเห็นส่วนตัว แม้มีบางช่วงที่รู้สึกว่า การดำเนินเรื่องค่อนข้างช้าไปสำหรับซีรีส์แนวสืบสวนสอบสวน แต่ถ้าดูเอาอารมณ์และความลึกของตัวละครด้วย ก็มีความน่าติดตามอยู่เหมือนกัน ใครที่ชอบแนวคดีลึกลับ ข้ามเวลา มีปม มีเงื่อน และไม่เร่งรีบมาก เรื่องนี้น่าจะถูกใจ แต่ถ้าอยากได้แบบแอ็กชันจัดเต็มหรือเฉลยเร็ว ๆ อาจต้องเผื่อใจนิดนึง เพราะเรื่องนี้มันค่อย ๆ เล่า ค่อย ๆ บีบ แล้วก็ทิ้งน้ำหนักไว้ให้คนดูคิดตามยาว ๆ มากกว่าแค่ดูจบแล้วจบเลยค่ะ เครดิตภาพ 黑夜告白官微 ภาพปก ภาพประกอบ 1/2-4/5-6 เปิดประสบการณ์ความบันเทิงที่หลากหลายสุดปัง บน App TrueID โหลดเลย ฟรี !