ในยุคสมัยปัจจุบันนี้เทคโนโลยีได้ก้าวไกลไปมากในทุกแขนง ไม่เว้นแม้แต่ด้านการสืบสวนคดีฆาตกรรมที่เมื่อก่อนนั้นต้องหาหลักฐานแวดล้อมและพยานที่เห็นเท่านั้น แต่ในปัจจุบันนี้เราสามารถหาตัวคนร้ายได้จากการวิเคราะห์ด้วยเครื่องมือทันสมัยที่อยู่ในสถาบันนิติเวชได้ ไม่ว่าจะเป็นการวิเคราะห์ DNA การวิเคราะห์สารเคมี หรือกรรมวิธีต่าง ๆ ที่จะหาเหตุผลมาระบุได้ว่า คดีนี้เกิดขึ้นเพราะอะไร และใครเป็นคนทำ คลิกเพื่อดูซีรีส์เรื่อง Partners for Justice คู่หูสืบจากศพ สำหรับ Partners For Justices ถือเป็นซีรีส์สืบสวนที่มีความแปลกใหม่ เพราะจะสืบหาคดีโดยใช้ทีมนิติเวชเป็นหลัก โดยเราจะได้เห็นการทำงานที่แสนละเอียดของทีมนิติเวช ไม่ว่าจะเป็นการแต่งตัวที่ต้องปกปิดมิดชิดเมื่อเข้าไปในสถานที่เกิดเหตุ การสังเกตเก็บหลักฐานที่อยู่ในบริเวณนั้นให้มากที่สุด และในกรณีที่เก็บมาแล้วยังวิเคราะห์หาอะไรไม่ได้ ทีมนิติเวชก็ต้องลงพื้นที่อีกครั้ง ซึ่งบอกเลยว่าทุกพื้นที่นั้นไม่ว่ายังไงก็จะต้องมีร่องรอยทิ้งไว้ ้ต่อให้ร่องรอยนั้นมันจะเล็กมากจนแทบมองไม่เห็นก็ตาม ซึ่งในบทความนี้ เราจะมาเขียนถึงกรรมวิธีการทำงานของทีมนิติเวชในซีรีส์ว่าต้องทำอย่างไรบ้างเมื่อมีคดีความถูกแจ้งเข้ามา โดยอิงจากการดูซีรีส์เท่านั้น ซึ่งถ้าคุณผู้อ่านคนไหนสนใจก็สามารถไปหาดูกันได้นะคะ การเข้าไปในสถานที่เกิดเหตุ (เครดิตภาพ: MBC) เมื่อมีเหตุฆาตกรรมแจ้งเข้ามา ทีมนิติเวชก็จะเปลี่ยนชุดเป็นชุดสำหรับเข้าไปในพื้นที่ โดยต้องเป็นชุดที่ปิดมิดชิดทั้งตัวรวมถึงอุปกรณ์ที่ใช้ในการเก็บหลักฐาน และเมื่อไปถึงนั้นห้ามผู้เกี่ยวข้องแตะต้องศพหรือสถานที่ทั้งหมดจนกว่าทีมนิติเวชจะเก็บหลักฐานและถ่ายรูปเสร็จ เพราะถ้าเราไปแตะต้องศพหรือทำให้สถานที่ผิดแปลกไปจากเดิม การสืบหาต้นต้อของคดีนั้นจะยากไปเรื่อย ๆ ซึ่งตรงนี้ นอกจากเราจะเก็บหลักฐานบริเวณใกล้ศพแล้ว สถานที่ล้อมรอบก็มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งสิ้น นั่นทำให้งานนิติเวชนั้นต้องเป็นงานที่ละเอียดมาก ๆ และจะพลาดตรงไหนไปไม่ได้เลย การนำหลักฐานมาวิเคราะห์ (เครดิตภาพ: MBC) เมื่อเก็บหลักฐานอะไรเสร็จเรียบร้อยแล้ว ทางเจ้าหน้าที่นิติเวชก็จะนำศพไปชันสูตรที่สถาบันนิติเวช ซึ่งตรงนี้ก็จะเป็นส่วนที่ต้องมีความละเอียดมากเช่นเดียวกัน นอกจากสถานที่จะทิ้งร่องรอยไว้แล้ว ศพก็จะทิ้งร่องรอยที่ไว้เหมือนกัน โดยทุกการผ่าชิ้นส่วนต่าง ๆ ออกมาวิเคาระห์นั้นจะมีการถ่ายรูปเก็บไว้ทุกกระบวนการ และมีการจดว่าอวัยวะส่วนไหนมีความเสียหายหรือผิดแปลกไปจากเดิม โดยหมอแบคบอม (จองแจยอง) ในเรื่องนั้นจะมีการดมกลิ่นกะเพราอาหารด้วย เพื่อตรวจสอบว่ากลิ่นมีความผิดปกติไหม ถือว่าเป็นการทำงานที่จริงจังมากค่ะ และเมื่อทำการชันสูตรเสร็จ จะมีการส่งชิ้นเนื้อหรือของเหลวในร่างกายไปตรวจในแลปเคมีกันอีกที ซึ่งตรงนี้จะมีผู้เชี่ยวชาญด้านเคมีอีกคนประจำอยู่ในสถาบันด้วย และหลังจากนั้นก็จะมาวิเคราะห์ว่าสาเหตุการตายคืออะไร และถ้าเป็นการฆาตกรรมก็จะสามารถสืบสาวไปยังคนทำได้ การร่วมมือกันระหว่างทีมนิติเวช อัยการ และตำรวจ (เครดิตภาพ: MBC) คลิกเพื่อดูซีรีส์เรื่อง Partners for Justice คู่หูสืบจากศพ การทำงานของนิติเวชนั้นต้องแข่งขันกับเวลามาก ยิ่งในกรณีที่รู้ตัวคนร้าย แต่ไม่มีหลักฐานที่จะเอาผิด การชันสูตรและการวิเคราะห์ต่าง ๆ ของร่างผู้เสียชีวิตจึงมีความสำคัญอย่างมาก เพราะอัยการจะสามารถนำไปอ้างอิงในการขอหมายศาลเพื่อตามจับกุมตัวคนร้ายได้ ซึ่งตำรวจนั้นก็ต้องคอยสอดส่องว่าตอนนี้ผู้ร้ายทำอะไรอยู่ที่ไหน และในบางครั้งที่ผลชันสูตรออกมาแต่ทว่ากลับไม่เป็นไปตามที่คิดไว้ ผลไม่ได้ชี้ตัวไปถึงคนร้ายผู้นั้น ก็ทำให้เกิดความสับสน และต้องตั้งต้นกันใหม่เลยทีเดียว ถือว่าเป็นการทำงานที่กดดันมากจริง ๆ ค่ะ นอกจากนั้นแล้วการรับมือกับผู้มีอิทธิพลในหน่วยงานอัยการกับตำรวจก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ค่อนข้างลำบากใจ เพราะถ้าผู้ที่อยู่ตำแหน่งสูงกว่าไม่เห็นด้วย ก็จะไม่สามารถทำอะไรได้เลย ต้องหาวิธีอื่นกันเอา ซีรีส์เรื่องนี้ถือเป็นซีรีส์ที่ประสบความสำเร็จมาก และได้รับการเชิดชูรางวัลจากสถาบันนิติเวชด้วยเหตุผลว่า ทำให้คนหันมาให้คุณค่ากับสถาบันมากขึ้น ถือเป็นซีรีส์น้ำดีที่ไม่ควรพลาดอย่างยิ่งค่ะ จะฟังเพลงหรือดูหนัง ซีรีส์ใหม่สุดปัง โหลดเลยที่ App TrueID โหลดฟรี !