ซอฟต์พาวเวอร์ หรือพลังเล็ก หมายถึงสื่อบันเทิงที่มีพลังอิทธิพลสูง เป็นคำที่คนไทยเริ่มนำมาพูดถึงกันมากขึ้น อันเนื่องมาจากการที่ได้เห็นภาพยนตร์เกาหลีใต้อย่าง Parasite ที่ไปสร้างประวัติศาสตร์เป็นภาพยนตร์จากเอเชียเรื่องแรกที่คว้ารางใหญ่จากเวทีออสการ์ จนทำให้ผู้คนต่างกันค้นคว้า ศึกษาจนพบว่า ทางเกาหลีใต้ ได้มีการกำหนดนโยบาย ผลิตสื่อบันเทิงส่งออกสู่สากลเพื่อสร้างรายได้ให้กับประเทศ จนผู้คนต่างพากันคาดคิดว่า ประเทศไทยจะมีวันนั้นหรือไม่ หรือแม้กระทั่งนักการเมืองชื่อดัง ก็พยายามที่จะผลักดันเครื่องรางและศิลปะไทยเพื่อดันเป็นซอฟต์พาวเวอร์แต่อาจจะไม่ต้องนั่งคิดทบทวนหรือศึกษาค้นคว้าให้วุ่นวาย เพราะแท้จริงแล้วประเทศไทยก็มีศักยภาพเพียงพอในเรื่องของสื่อบันเทิง แต่ติดขัดด้วยเหตุผลอันใดนั้น ก็อาจจะเป็นเรื่องของข้อกฎหมายและการสนับสนุนจากภาครัฐ ซึ่งในตรงนี้เอง ที่ทำให้คนไทยบางกลุ่ม พากันไปแสวงหาการสนับสนุนเหล่านี้จากต่างประเทศ และที่เห็นภาพเล็กในประเทศ แต่ใหญ่โตที่ต่างแดน ก็ต้องยกให้กับรายการ CHUANG 2020 ของประเทศจีน ที่มีสาวไทยได้ไปร่วมแข่งขันจนมีชื่อเสียง อาทิ เนเน่ พรนับพัน พรเพ็ญพิพัฒน์, มีมี่ พร้อมวิไล หลี่ศิริโรจน์ และคนสุดท้ายที่ต้องยกมากล่าวถึงเป็นพิเศษคือ ซันนี่ เกวลิน บุญศรัทธา (กดอ่านเรื่องราวของ CHUANG 2020 ได้โดยคลิกที่นี่)ซันนี่ เกวลิน บุญศรัทธา สาวลูกครึ่งไทย-ไต้หวัน มีชื่อจีนว่า หยาง หยุนฉิง เติบโตที่สมุทรสาคร จนกระทั่งเธออายุ 15 ปี ก็ต้องการออกล่าฝันการเป็นนักร้อง โดยตั้งมั่นไว้ว่าจะเป็นคนไทย ที่ร้องเพลงจีนจนโด่งดัง ซันนี่จึงโยกย้ายตัวเองไปเรียนต่อมัธยมปลายที่ไต้หวัน และได้เข้าฝึกฝนอยู่กับเอเจนซี่แห่งหนึ่งไปด้วยในปี 2011 ซันนี่ได้กลับมาเข้าร่วมการแข่งขันร้องเพลงภาษาจีนที่จัดขึ้นในประเทศไทย และเธอสามารถคว้าชัยชนะได้ จนเป็นตัวแทนประเทศไทย ไปแข่งรอบสุดท้ายที่ฝูเจี้ยน ประเทศจีน โดยต้องฟาดฟันกับนักร้องภาษาจีนทั่วโลก ซึ่งเธอก็สามารถคว้าอันดับ 4 มาครอง และจากการแข่งขันครั้งนั้น ทำให้ซันนี่กลายเป็นที่จับตามอง ในปี 2014 ซันนี่ก็มีโอกาสได้ร่วมแสดงซีรีส์ของไต้หวัน 2 เรื่อง และต่อมาก็ได้เดบิวต์กับวงเกิร์ลกรุ๊ปนาม A'N'D' และนั่นก็ทำให้ซันนี่ได้เข้าไปสร้างชื่อเสียงในอุตสาหกรรมบันเทิงของไต้หวัน แต่เหมือนเส้นทางของเธอดูจะไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควรต่อมาในปี 2018 บริษัทระดับโลกอย่าง Tencent ได้ซื้อเฟรนไชส์รายการแข่งขันร้องเพลงชื่อดังอย่าง Produce 101 จากเกาหลีใต้ มาผลิตในประเทศจีน และซันนี่ก็ได้เข้าร่วมการแข่งขันครั้งนี้ โดยเธอได้นำเสนอสาวหล่อหน้าหวานชาวไทย ที่พูดจีนได้คล่องแคล่วและด้วยภาพลักษณ์ที่ดูน่ารักผสมกับความสามารถการร้อง เต้นและการแสดงที่ชวนดูสนุกสนาน ก็ทำให้แสงไฟส่วนใหญ่พุ่งไปหาตัวซันนี่มากขึ้น และจนถึงรอบสุดท้ายการแข่งขัน ซันนี่ก็คว้าอันดับ 8 มาครอง และได้เดบิวต์เกิร์ลกรุ๊ปร่วมกับผู้ชนะคนอื่นในนาม Rocket Girls 101ซึ่ง Rocket Girls 101 ก็ได้สร้างปรากฎการณ์ให้กับวงการเพลงป๊อปจีนเป็นอย่างมาก ความน่ารักของสาวทั้ง 11 คน กับเพลงที่ฟังง่ายและมีความเป็นโมเดิร์นสูง ก็ทำให้ Rocket Girls 101 โด่งดังได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งซันนี่ที่นอกจากจะเป็นสมาชิกของวงแล้ว เธอก็ยังได้ออกซิงเกิ้ลโซโลเดี่ยวอย่าง 擎歌 (Qing ge), 不哭 (Bù kū) และ Sunny ซึ่งซิงเกิ้ลของเธอสามารถทำรายได้จากยอดดาวน์โหลดถึง 6 ล้านหยวน และความโด่งดังของวงที่พุ่งทะยานไม่หยุด ก็ยังทำให้ Rocket Girls 101 ได้ปล่อยซิงเกิ้ล Venom Arrives(毒液前来) ที่ใช้ประกอบโปรโมทภาพยนตร์เรื่อง Venom ในประเทศจีนอีกด้วยจากความโด่งดังที่มาไม่หยุด ในปี 2019 ทางวงก็ได้ทัวร์คอนเสิร์ตตามหัวเมืองใหญ่ในจีนและต่างปล่อยซิงเกิ้ลเดี่ยวของสมาชิกทุกคนออกมา โดยซันนี่ได้ปล่อยเพลง That me (那个我) ออกมา และเพลงนี้ก็เป็นอีกครั้ง ที่ทำให้เธอสามารถทำยอดขายได้มากกว่า 6 ล้านหยวนอีกครั้งแต่ทุกงานเลี้ยง ก็ย่อมมีวันเลิกลา ซึ่งหลังจากที่ CHUANG 2020 ได้ผู้ชนะและเตรียมเดบิวต์วงใหม่ Rocket Girls 101 ก็ประกาศยุบวงเมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2020 โดยที่สมาชิกแต่ละคนจะแยกย้ายกันไปทำงานตามที่ชื่นชอบ ทั้งร้องเพลง แสดงละคร โดยที่ซันนี่ ตัดสินใจตามความฝันต่อไป โดยการเป็นศิลปินเดี่ยวในนามของตัวเอง ซึ่งหลังจากประกาศยุบวงได้เพียง 1 วัน เธอก็ได้เซ็นสัญญากับค่ายเพลงยักษ์ใหญ่อย่าง Universal Music China และได้ปล่อยซิงเกิ้ล By Your Side (陽光的陪伴) กับ Summer Party(夏日Party) และซันนี่ก็เริ่มโด่งดังในประเทศจีนมากขึ้น เมื่อเธอได้ร้องเพลงร่วมกับอดีตเมมเบอร์วง Exo ชื่อดังอย่าง หวง จื่อเทา ในเพลง Like a child (像孩子一樣長大)และในเดือนกันยายน How's the weather today? (天氣:晴) อัลบั้มเต็มอัลบั้มแรกของซันนี่ก็ได้วางจำหน่าย ซึ่งสร้างปรากฎการณ์ให้กับซํนนี่เป็นอย่างมาก เนื่องจากอัลบั้มนี้สามารถทำยอดขายได้มากกว่า 5 ล้านยอดซื้อ รวมมูลค่ากว่า 10 ล้านหยวน ตีเป็นเงินไทยได้มากถึง 50 ล้านบาท จนทำให้ซํนนี่ได้การรับรองให้เป็น อัลบั้มเพชรแท้ จาก QQ Music และยังเป็นศิลปินหญิงไทยคนแรก ที่สามารถทำยอดขายอัลบั้มได้รวดเร็วที่สุดในประเทศจีน รวมถึงทุบสถิติต่าง ๆ ลงไปอย่างมากมายจากความสำเร็จของซันนี่ ชวนให้น่าชื่นใจที่เห็นคนไทยตัวเล็ก ๆ บุกไปยังประเทศจีน แผ่นดินใหญ่ที่มีประชากรนับพันล้านและมีขนาดเศรษฐกิจที่มโหฬาร อันเป็นการบ่งบอกถึงความมุมานะที่ต้องฝ่าฟันแข่งกับคนจำนวนมาก ซึ่งชี้ชัดว่ากว่าซันนี่จะมาถึงจุดนี้ ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย โดยอีกนัยหนึ่ง ก็ทำให้ชวนขบคิดกันว่า ถ้าซันนี่ยังอยู่ประเทศไทย เดินสายประกวดร้องเพลงตามรายการต่าง ๆ ซันนี่จะมีโอกาสทำรายได้ให้เกิน 50 ล้านบาทและสร้างสถิติต่าง ๆ ได้หรือไม่?เส้นทางของซันนี่และคนไทยคนอื่น ๆ ที่กำลังมุ่งหน้าไปยังวงการบันเทิงของประเทศจีน ถือเป็นจุดสนใจที่ภาครัฐ ภาคเอกชน ควรนำมาพิจารณาและคิดว่าควรจะปรับปรุงแก้ไข หรือทำอะไรสักอย่างกับอุตสาหกรรมบันเทิงในประเทศ ที่เอื้อโอกาสให้กับคนเพียงไม่กี่กลุ่ม หากมีการแก้ไขและยกระดับ ก็อาจจะได้เห็นคนไทยที่สามารถสร้างสรรค์งานใหม่ ๆ ภายในประเทศ แล้วส่งออกสู่ตลาดสากล ดังที่ซันนี่และคนอื่น ๆ ได้สร้างเป็นประจักษ์ให้เห็นกันเชิงอรรถhttps://weibo.com/2169129705/JnYzZ8JQz?type=comment#_rnd1606712865754https://weibo.com/2169129705/JljRCDNUx?type=comment#_rnd1606712881488Produce 101 (Chinese TV series)Produce Camp 2019Rocket Girls 101Sunnee