รีเซต

ลูกสาวสรพงศ์ เล่าช่วงเวลาสุดท้ายลาคุณพ่อ เผย พระเอกดังแข็งแรง กำลังใจดีมาตลอด

ลูกสาวสรพงศ์ เล่าช่วงเวลาสุดท้ายลาคุณพ่อ เผย พระเอกดังแข็งแรง กำลังใจดีมาตลอด
มติชน
11 มีนาคม 2565 ( 18:01 )
72

ลูกสาวสรพงศ์ เล่าช่วงเวลาสุดท้ายลาคุณพ่อ เผย พระเอกดังแข็งแรง กำลังใจดีมาตลอด

เมื่อวันที่ 11 มีนาคม ที่ศาลากลางน้ำ วัดเทพศิรินทราวาส ได้จัดพิธีพระราชทานน้ำหลวงอาบศพ และสวดพระอภิธรรม นายกรีพงศ์ เทียมเศวต หรือสรพงศ์ ชาตรี ศิลปินแห่งชาติ และนักแสดงเจ้าบทบาทที่เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งปอดในวัย 73 ปี วานนี้ โดยมีเหล่าคนบันเทิง เดินทางมาร่วมงาน

โย-ทัศน์วรรณ เสนีย์วงศ์ ณ อยุธยา อดีตภรรยา และ ขวัญ-พิมพ์อัปสร เทียมเศวต ลูกสาว ได้ให้สัมภาษณ์ เปิดความในใจ

โดย พิมพ์อัปสร กล่าวว่า รู้ว่าป่วยมาพักใหญ่ โดยคุณพ่อมีประสงค์ว่าไม่อยากให้ทุกคนเป็นห่วง คุณพ่อแข็งแรงมากๆ ก็คิดว่าเดี๋ยวรักษา แข็งแรงเหมือนเดิม ก็กลับมา ช่วงแรกๆ ไม่ได้ไปเยี่ยม เพราะเป็นช่วงที่ไม่ได้เป็นอะไรเยอะ หลังๆได้ร่วมงานกับคุณพ่อเยอะ คือทุกครั้งที่ไปที่กอง พ่อจะหกสูง แข็งแรงมากๆในอายุประมาณนี้ ก็คิดว่าเดี๋ยวเขาก็หาย แต่ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าเป็นอะไรกันแน่ แล้วก็เป็นช่วงโควิด

ต่อมา ตอนอาการเยอะขึ้น จากที่ตอนแรก เราเหมือนว่า ป่วยนิดๆหน่อยๆ ก็เริ่มช้าลง เริ่มไม่ได้เดินเหินได้สะดวกเหมือนเดิม พักใหญ่ แต่เป็นช่วงโควิด จึงไม่อยากบอกใครให้เขามาเยี่ยม

“พ่อกำลังใจดีตลอด คือพ่อเป็นคนแข็งแรงทั้งร่างกายและจิตใจ กำลังใจดีตลอด แม้กระทั่งเมื่อวาน ก็ไปแบบกำลังใจดี ไปแบบยิ้ม”

เมื่อถามว่าได้อยู่ด้วยวินาทีสุดท้ายด้วยไหม พิมพ์อัปสร กล่าวว่า ใช่ ปกติทุกครั้งที่ไป ความดันจะเห็นว่า อยู่ที่ 140 -130 ขึ้นๆลงๆ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อวานคือ ความดันตก ตอนที่เข้าไปประมาณ 70 มันลดกว่าเดิมเยอะ คุณหมอบอกว่า พยายามปั๊ม พยายามช่วยแต่ว่าไม่ขึ้น วินาทีที่เข้าไปจับมือคุณพ่อ ทุกครั้งมือคุณพ่ออุ่น แต่เมื่อวานมือคุณพ่อเย็น เราพยายามบีบให้อุ่นขึ้น เราก็ใจเสีย ทุกคนก็พยายามเอาใจช่วย แต่คุณพ่อก็สู้มาเยอะแล้ว คุณหมอยังบอกเลยว่า ถ้าความดันตกนานขนาดนี้ คุณพ่อยังอยู่ได้เรื่อยๆ จนกระทั่งค่อยๆ ตอนแรกคุณหมอบอกว่ายังคิดว่าจะเสียก่อนเวลาจริง แต่คุณพ่อก็ยังหายใจได้อยู่

“จริงๆก็พูดตลอด พูดจนว่าถ้าคุณพ่อไม่ไหวจริงๆ ก็ไม่ต้องห่วงอะไร ทุกคนก็ช่วยกันพูดว่า เราเคารพไม่ว่าพ่อจะอยู่หรือไป ก็อยากให้ไปแบบไม่ต้องทรมาน สิ่งที่ทุกคนทำคือพยายามให้เขาไม่ทรมาน เขาจะนิ่ง สงบ เปิดบทสวดไปด้วย ไม่เคยอยู่ในอาการเจ็บ”

“คุณพ่อสู้ตลอด หน้าตาสดใส ทุกครั้งที่ไป เพิ่งมีอาทิตย์ที่แล้วที่ซูบ ทุกครั้งพ่อปกติ เพียงแต่อาจจะมีความเจ็บป่วยในร่างกาย หน้าตา แรง กำลัง แข็งแรงกว่าขวัญด้วยซ้ำ อาทิตย์สุดท้าย เริ่มซูบลงอย่างเห็นได้ชัด เราได้เห็นว่าท่านสู้สุดๆ บางช่วง หมอก็จะให้เหมือนครึ่งหลับครึ่งตื่น พ่อแสดงออกให้เห็นว่ารับรู้นะ อาจจะจำได้บ้างไม่ได้บ้าง แต่ไม่มีช่วงที่ไม่ได้รับรู้”

ด้าน ทัศน์วรรณ กล่าวว่า ไม่ได้ไปเยี่ยมเลย ตอนแรกจะไปรับยายชั้นมาอยู่บ้าน เพื่อไปเยี่ยม ก็นัดกันว่าจะไปรับตอนเช้าของอีกวัน ก็ว่าจะรับแล้วตีรถไปรับ ก็เสียไปตอนบ่าย พอคุณป้ารู้เรื่อง ก็โทรถาม เขาบอกอยากจะมาเลย มืดแล้ว ก็ตีรถไปรับกลับมาอยู่ที่บ้านเลย ก็เป็นห่วงคุณยายชั้นมาก เพราะพี่ชั้นเป็นผู้หญิงคนเดียวในพี่น้อง รับรู้ สูญเสียมาตลอด จน พ่อ แม่ พี่ชาย และน้องชายอีกแล้ว แล้วก็เพิ่งผ่าหัวใจไปไม่นาน ก็เป็นห่วง กลัวเป็นลมไป ก็ถามตลอดเวลา ว่าไหวไหม วินาทีที่แบกโลงมา ก็ต้องถามว่า ไหวไหม เตรียมยาไว้ให้ ตอนที่เอาร่างเข้ามา ก็ถามว่าอยากเห็นไหม แกก็อยากเห็น พี่ชั้นรักครอบครัวมากจริงๆ

ถามว่า ก่อนหน้านี้ เคยเดินทางไปหายายชั้นบ่อยๆไหม ขวัญ กล่าวว่า ไปบ่อยๆ ยายชั้นเป็นคนเลี้ยงขวัญมา บ้านที่เป็นของครอบครัวตั้งแต่เด็ก ปู่ ย่า คุณพ่อ พี่น้อง ทุกปิดเทอมก็จะไปอยู่บ้านนั้น คุณป้ากับคุณย่าก็ช่วยเลี้ยงขวัญมา ดูแลกันมาตลอด

เมื่อถามถึงความสัมพันธ์ ระหว่างขวัญกับคุณพ่อนั้น พิมพ์อัปสร กล่าวว่า บางครั้ง ก็มีไม่ได้เจอกัน บางช่วงเจอกันน้อย บางช่วงเจอกันมาก เราสนิทกับป้า หลานๆบ้านพ่อทุกคน สนิทกันมาก โตมาด้วยกัน ตอนเป็นผู้จัด คุณพ่อก็มาเล่นให้ตลอด พ่อพยายามทำให้ บางทีบทมันยาก อย่างแม่อายสะอื้น ที่บอกให้พ่อเรียนภาษาเหนือ ไปรำกลองสะบัดชัย ต้องตาบอด ด้วย พ่อก็ถามว่าต้องทำทุกอย่างพร้อมกันหรอ พ่อ 60 แล้วนะ เขาก็ทำให้สุดพลัง เขาแข็งแรง ดูแลสุขภาพยิ่งกว่าเรา ไม่เคยคิดเลย ขวัญคิดว่าพ่อจะอยู่กับเรา 80 กว่า ไม่คิดว่าคนที่แข็งแรงกว่านี้ อารมณ์ดี ไม่สูบบุหรี่ กินเหล้า อายุเท่าคุณปู่ตอนเสีย

“สมมุติว่า บางทีเราบังคับแบบอ้อนเขาได้มากกว่า แต่พ่อ เราอ้อนเขา เรารู้ว่าจะทำอย่างไรที่เขาทำให้ หรือบางทีที่คุยกับเด็กรุ่นใหม่เพลิน เขาคุยสนุก ทุกคนก็รักเขา นอกนั้น คุณพ่อทำงานมืออาชีพ เขาบอกเราเสมอว่า มืออาชีพ หรือว่า มีลูกค้าติดต่อมา บอกเขา พ่อก็จะถามว่า ของดีจริงหรือเปล่า คนเชื่อพ่อเยอะ”

ถามว่า คุณพ่อ ได้สอนอะไรให้กับลูกบาง พิมพ์อัปสร ตอบว่า พ่อไม่ค่อยสอนในวงการเยอะ เพราะว่า ขวัญอยู่กับคุณแม่ แต่อย่างรีวิวงาน ก็จะบอกว่า ต้องลองดูก่อน ต้องดีจริง พ่อเป็นศิลปินแห่งชาตินะ คุณธรรม ให้เกียรติอาชีพ รักในอาชีพ พวกนี้เยอะมาก

ด้าน ทัศน์วรรณ กล่าวว่า หากบทเรื่องธรรมะ หากคนเขียนบทมาผิด เขาแก้เลย เขาจะบอกเราเลยว่าไม่ใช่ เราก็แล้วแต่คุณพ่อเลย เขาก็ช่วยเราหลายๆ เรื่อง

ผู้สื่อข่าวถามว่า คิดอย่างไร เกิดมาเป็นลูกสรพงศ์ พิมพ์อัปสร กล่าวว่า เด็กๆคิดแค่ว่า ต้องไม่ทำให้พ่อแม่เสียชื่อ มีแต่ ลูกคนนี้ ทำแบบนี้ เราก็จะรู้หน้าที่ ไม่รู้ว่ากดดัน และไม่ฝืนที่ต้องเป็นเด็กดี เพราะว่าพ่อแม่ไม่เคยมาบอก แต่ทุกคนตั้งใจทำหน้าที่ของตัวเอง เลยไม่รู้สึกว่ายาก กดดันใดๆ เลย คือสิ่งที่ควรจะทำ เราทำเป็นปกติ

“ภูมิใจมากๆ ที่ได้เกิดมาเป็นลูกคุณพ่อคุณแม่ ท่านได้ทำหน้าที่ของตัวเองทั้งฐานะพ่อแม่เรา และคนของประชาชน เป็นตัวอย่างของเราได้ดี เราได้เรื่องนี้จากพ่อและแม่ ก็ดีใจที่คุณพ่อเองก็ภูมิใจในตัวเรา ตอนคุณพ่อเสีย น้าบี๋มาบอกว่า คุณพ่อภูมิใจในตัวเรามาก พ่อก็รู้ว่า เราก็ภูมิใจ” พิมพ์อัปสรกล่าว