"เบสท์ คำสิงห์" เคลียร์คำครหาเรียนภาษาไม่จบ เตรียมโกอินเตอร์เป็นนางเอกซีรีส์จีน เผยสมบัติที่มียกให้น้องชาย
เปิดชีวิตครอบครัวคำสิงห์ ลูกสาวคนโต เบสท์ คำสิงห์ ยอมรับว่าเรียนไม่จบ หลังบินไปเรียนภาษาที่ประเทศมาเลเซีย และอัปเดตชีวิตโบ๊ทหลังแขวนสตั๊ด ทิ้งความฝันนักฟุตบอลมืออาชีพ ผันตัวเป็นอินฟลู หารายได้ช่วยพี่สาว งานนี้คุณพ่อสมรักษ์ ยังเผยความสัมพันธ์ในครอบครัว และความหวังอยากเห็นลูกชายขึ้นชกมวยสักครั้ง ผ่านรายการ คุยแซ่บshow ทางช่อง วัน31 ที่มีเป็กกี้ ศรีธัญญา และ ดีเจพุฒ พุฒิชัย เป็นพิธีกรดำเนินรายการ
"เบสท์ คำสิงห์" เคลียร์คำครหาเรียนภาษาไม่จบ เตรียมโกอินเตอร์เป็นนางเอกซีรีส์จีน เผยสมบัติที่มียกให้น้องชาย
>>ดูทีวีออนไลน์ ช่องวัน31<<
ภูมิใจไหมลูกหน้าตาดีหมดเลย?
สมรักษ์ : แน่นอน
หน้าเหมือนเราไหม?
สมรักษ์ : เป๊ะ
บ้านนี้เวลาขยับตัวทำอะไรมักจะมีข่าว มีกระแสดราม่า อย่างล่าสุดน้องเบสบินไปเรียนที่มาเลเซีย ก็มีกระแสมากมายว่าทำไมต้องเลือกไปเรียนภาษาที่มาเลเซีย?
เบสท์ : เพราะว่ามันถูก คือเราไปเรียน เราแค่อยากลองเฉยๆ เราก็ไปเรียนภาษาอังกฤษก่อน เพราะภาษาอื่นเรายังไม่ได้ ไปลองซิว่ามันได้แค่ไหน กะว่าจะไป 3 เดือน แต่พอไปถึงเจอเอเจนซี่ไม่ตรงปก แต่ว่าโชคดีให้พ่อเราพาไปด้วย 4 วันแรก ก็เลยมีเพื่อนอยู่ ไปถึงที่พักก็ไม่ตรงปก เราขอโรงแรม 5 ดาว เพราะเราไม่สะดวกที่จะนั่งรถบัส รถไฟ เพราะเราไม่รู้จักเมืองมาเลเซียมาก่อน เราก็ขอโรงแรมที่ใกล้กับโรงเรียนแล้วเดินไปได้ แล้วพอไปถึงโรงแรมอยู่นอกเมือง แล้วโรงเรียนอยู่ในซอย ซึ่งมันไม่ตรงกับภาพ และไม่ตรงกับที่เราขอ แล้วเราจ่ายตังค์ไปแล้วเป็นแสน เราก็เลยบอกทางเอเจนซี่ว่าเราขอย้าย หรือไม่ก็ขอเงินคืน เค้าบอกว่าทางเค้าไม่มีระบบคืนเงิน แล้วก็ย้ายไม่ได้
ได้คุยแต่ไม่ได้คืน?
เบสท์ : ใช่ได้แค่คุย
มีคนแซะว่ารวยทำไมไม่เลือกไปที่อื่น?
เบสท์ : จริงๆก็อยากไปที่อื่น แต่โจทก์ของเราคือโรงแรม 5ดาว ซึ่งประเทศอื่นโรงแรม 5 ดาว มันไม่มีทางได้ในราคา 3-4 พัน แล้วเราไปอยู่ 3 เดือน เราขอ 5 ดาว โรงแรมดี มีอาหารให้ เดินไปเรียนแบบ 5 นาทีถึง ไม่ต้องนั่งรถให้มันยุ่งยาก กะสะดวกและใกล้ประเทศไทย ถ้าเราอยู่ไม่ได้เราก็บินกลับไทยได้เลย มันไม่ต้องเสียดายเงินเยอะ เราก็คิดไว้ในกรณีที่เราอยู่ไม่ได้ด้วย เราคิดว่ามาเลเซียมันถูก แล้วโรงแรม5ดาวของเค้าก็ไม่แพง เราเลยเลือกประเทศนี้ เพราะถ้าเป็นประเทศอื่นมันจะไม่ได้อยู่ 5 ดาว
พอไม่ตรงปกแล้วทำยังไง?
เบสท์ : ก็คุยกับทางเอเจนซี่ เค้าบอกคืนเงินไม่ได้ ถ้าย้ายโรงเรียนคือต้องเรียนใหม่ จ่ายเงินใหม่หมด เราเลยรู้สึกว่างั้นเราหาเองดีกว่า จะไปเสียเงินใหม่ทำไม
เหมือนเราโดนหลอกไหม?
เบสท์ : หนูก็อยากจะบอกว่าเค้าหลอก เพราะว่าทางเอเจนซี่นั้น คือเพื่อนหนูไปมาก่อน ไป Work and Travel ที่อเมริกา เค้าก็ดูมีประวัติ เราเลยรู้สึกว่าเค้าไม่ถนัดมาเลเซียหรือเปล่า เค้าน่าจะไม่รู้ว่าสิ่งที่เราขอ 5 ดาว คืออะไร โรงเรียนมันมีที่ไหน
พี่สมรักษ์ก็บินไปเป็นเพื่อนลูกสาว?
สมรักษ์ : อยู่แบบนี้ไม่ได้ ย้ายๆ ถ้าไม่ย้ายก็กลับ คือห้องพักอ่ะ ไขกุญแจไม่ต่ำกว่า 10 นาที
เบสท์ : คือไม่ได้เป็นคีย์การ์ด เราขอโรงแรม 5 ดาว ราคา 5 ดาว แต่พอไปถึงเป็นกุญแจแบบลูกบิดเก่า ๆ
สมรักษ์ : อยู่ชั้น30 มองไปโล่งหมด แล้วห้องตรงข้ามเป็นวัยรุ่นชาวต่างชาติ แล้วลูกเราสวยด้วย เพราะจินตนาการไปหมด
แล้วเรื่องการเรียนเป็นยังไง?
เบสท์ : ตอนนั้นหนูก็โทรหาคุณนุ้ย สุจิรา เพราะสามีเค้าเปิดโรงเรียนอินเตอร์ แม่ทำยังไงดีเจอแบบนี้ เค้าก็บอกว่ากลับมาไม่ได้เพราะที่ไทยกำลังด่าเราอยู่ เราต้องเอาชนะ เราจะแพ้ชาวเน็ตไม่ได้ ถ้ากลับมาแกแพ้ ตอนนี้คนบลูลี่แล้วว่าเราไปมาเลเซีย คนรอเหยียบ กลับไม่ได้ทำยังไงดี แต่โชคดีที่มาเลเซียแมพเค้าเหมือนประเทศไทย เราก็กด แกร็บ ไปใจกลางเมือง พอไปถึงเราก็ดูว่ามันมีอะไรบ้าง มีโรงแรมไหนบ้าง มีโรงเรียนไหนบ้าง ก็เดินหาเอง เข้าไปสมัครเอง
หลังจากนั้นได้ที่เรียนใหม่ไหม?
เบสท์ : ได้โรงเรียนใหม่ โรงแรมใหม่ แล้วพ่อเห็นว่าทุกอย่างโอเค ปลอดภัย ก็กลับไทย
สมรักษ์ : ขอบคุณคนไทยที่ต่างประเทศ เดินไปกับเบสสองคน เค้าตะโกนเรียกสมรักษ์ น้องเบส เค้าก็แนะนำบ้าง
ตอนนี้ใครจะเรียนแนะนำได้เลย?
เบสท์ : ตอนนั้นยังไม่ได้เป็นเอเจนซี่ แล้วพอเราไปเรียน คนที่นั่นเค้าจะตกใจกับยอด Follow มาก คนมาเลเค้าจะเล่น TikTok คือแต่ละประเทศเค้าจะเล่นแอปไม่เหมือนกัน แล้วคนตาม TikTok เราค่อนข้างเยอะ เค้าก็ตกใจ บอกว่าถ้าเราหาคนไปเรียนได้เค้าจะให้เปอร์เซ็นต์ มันก็เลยเป็นจุดเริ่มต้นของการมาเปิดเอเจนซี่ เราก็คิดว่ามันจะมีคนมาเรียนหรอ จะมีใครกล้าแบบเราที่มา
ตอนนี้ได้ลูกค้าหรือยัง?
เบสท์ : มีค่ะ ตอนนี้คือ 50 ท่านอยู่มาเลเซีย หนูมีโรงเรียนอยู่ในมือ 2-3 โรงเรียน ที่อยู่ใจกลางเมือง แล้วมีโรงแรม ที่พักที่เรารู้จัก คืออยู่ใจกลางเมืองหมดเลย ราคาดีจับต้องได้
ตอนนี้มีคอร์สที่พาไปเรียนกี่ประเทศแล้ว?
เบสท์ : 4 ประเทศ คือมีภาษาอังกฤษที่มาเลเซีย มีภาษาจีนที่ประเทศจีน มีภาษาเกาหลี ที่เกาหลี ภาษาญี่ปุ่น ที่ญี่ปุ่น พอกลับมาเรียนก็ไม่จบด้วย คือใกล้จะจบแล้ว ตอนนั้นเราลงคอร์สเรียนหนึ่งเดือนก่อน เพราะเราหาที่ใหม่ แล้วเราอยู่ได้ 3 อาทิตย์ เราก็คิดว่าเดี๋ยวมันจะดูไม่มีมารยาท เราก็สอบเสร็จ แต่เราไม่ได้ฟังผลคะแนน เหมือนไปทำข้อสอบที่โรงเรียนแล้วบินกลับไทยเลย พอกลับไทยก็วางแผนเลย อาทิตย์นี้หนูจะไปจีน หนูจะไปเกาหลี ไปญี่ปุ่น เพื่อหาที่เรียน ตอนนี้ก็เลยมี4ประเทศ
ที่เรียนไม่จบเพราะมีซีรีส์ติดต่อเข้ามาพอดี?
เบสท์ : ใช่ อันนี้เป็นเรื่องบังเอิญมาก หนูไปมาเลเซียใช่ไหมคะ แล้วหนูก็ไปไหว้วัดจีน คือมีคนไปไหว้ที่มาเลเซียเยอะ เค้าบอกว่าไปขอแล้วได้ แต่หนูก็ไม่รู้ว่าแต่ละคนไปวัดไหน แต่หนูไปวัดจีน ไปไหว้ขอให้งานปังๆ ขอให้รวยๆ ระหว่างทางกลับจากวัดจีน รถติด อยู่ในรถเป็นชั่วโมง พ่อกับแม่ก็โทรมาบอกว่า ถามว่าอยู่ไหน หนูก็เลยบอกว่าเพิ่งกลับมาจากวัด มีซีรีส์จีนติดต่อมา หนูก็ไม่รู้ว่าเป็นเพราะว่าดวงหรืออะไร เราก็เลยบอกว่าจริงป่ะเนี่ย เอาแล้วหรือเปล่า หรือแค่ทาบทามแล้วโดนเท เค้าบอกว่าเนี่ยมีสัญญาแล้วระบุวันถ่ายว่าถ่ายเดือนนี้ มีวันฟิตติ้ง มีบทมาให้ดูคร่าวๆ เรากลับมาที่ไทยได้คุยกับทางผู้จัด เดี๋ยวจะได้ถ่ายอาทิตย์หน้า
พระเอกจีนหล่อมาก?
เบสท์ : อันนั้นคือไฮไลท์เลย เราถามเค้าเลยพระเอกเป็นใคร พอเห็นรูปปุ๊บก็ตกลงเลย
เจอกันหรือยัง?
เบส : ยังไม่เคยเจอค่ะ เจอกันพรุ่งนี้
เค้าติดต่อผ่านใคร?
เบสท์ : คุณพ่อค่ะ
สมรักษ์ : มันเป็นความบังเอิญ ผมมีนักมวยอยู่คนนึง ผมเอาไปฝากเค้าซ้อม ที่ค่ายตรงบาง ผมก็ไม่ได้ไปนานแล้ว แต่วันนั้นว่าง ไปดูลูกน้องซ้อมหน่อย ระหว่างที่ดูลูกน้องซ้อม มีคนมาบอกว่ามีพระเอกจากเมืองจีนอยากขอถ่ายรูปด้วย ผมเลยลงมา เค้าบอกว่าจะมาถ่ายซีรีส์ที่เมืองไทย ตอนแรกเค้าติดต่อผมด้วยนะ ผมบอกอย่าเอาผมเล่นเลย ถ้าผมเล่นไม่ดังหรอก มีนางเอกหรือยัง เค้าบอกว่ายัง กำลังดูๆ อยู่ ผมเลยบอกว่าลูกสาวผมสวยนะ ก็ให้เค้าดู ทางผู้จัดเลยขอ LINE ผมไว้ ตื่นเช้ามาเค้าบอกพระเอกตัดสินใจแล้ว พระเอกอยากเล่นกับน้องเบส คุณสมรักษ์ช่วยส่งรูปให้หน่อย เราเลยหารูปส่งให้เขา พอส่งรูปปุ๊บเบสบอกพ่อทำไมส่งรูปนี้
เบสท์ : เลือกรูปที่ไม่ใช้แอปเลย แบบกล้องโทรศัพท์เค้าแอบถ่ายเรา ดีนะที่เค้าเลือกหนู
ตอนนี้คือคอนเฟิร์มแล้ว?
เบสท์ : คอนเฟิร์มแล้วค่ะ เปิดกล้องพรุ่งนี้
หนูต้องฝึกภาษาจีนไหม?
เบสท์ : โชคดี เค้าให้พูดภาษาอังกฤษ ถ้าจีนน่าจะยังไม่ไหว
ตอนนี้ไม่ได้เป็นนักบอลแล้ว?
โบ๊ท : ใช่ครับผม
แขวนสตั๊ดไปแล้ว?
โบ๊ท : ผมเลือกเปลี่ยนเส้นทาง ผมรู้สึกว่าเตะบอลผมช่วยพี่หาตังค์ได้ไม่มากพอ
พี่สาวซัปพอร์ตดี?
โบ๊ท : ผมปรึกษาพ่อกับแม่แล้วครับ พ่อกับแม่อยากให้เตะบอล คนในครอบครัวอยากให้เตะบอล เค้าบอกว่าถ้าเป็นนักบอลเป็นเลย เดี๋ยวเค้าช่วยซัพพอร์ตจนผมเลิกเล่นเลย ผมรู้สึกเกรงใจเค้าที่เค้าต้องมาเลี้ยงผมทุกปีในช่วงที่ผมเป็นนักบอลอยู่ ผมเลยรู้สึกว่าอยากหาตังค์ได้ด้วยตัวเอง ที่ไม่ต้องขอเค้า
ตอนเป็นนักบอลได้เงินยังไง?
โบ๊ท : มันได้ต่อเดือนครับ สำหรับผม ผมได้เยอะอยู่ แต่ว่าค่าเช่า ค่ากิน ค่าผ่อนคอนโด มันไม่พอ
เราเกรงใจพี่สาว?
โบ๊ท : ใช่ครับ
แล้วหนูจะไปทำอะไร ที่คิดว่าเงินพอ?
โบ๊ท : ตอนนี้ก็มีหลายอย่างครับ มี TikTok YouTube ถ่ายคลิปบ้าง ตอนที่พี่เบสไปเรียนต่างประเทศก็ช่วยเค้าขายของใน TikTok
ทิ้งความฝันของตัวเองในวัย 19 เพื่อจะมาเอาดีทางด้านอินฟลูเอ็นเซอร์?
โบ๊ท : ใช่ครับ
แล้วมันดีกว่าไหม?
โบ๊ท : ผมทำอินฟลูกับเบสตอน 10 ปีที่แล้วครับ 9 ขวบช่วยผลักดันกันมาก็มีฐานแฟนคลับอยู่แล้วก็ค่อนข้างที่จะดี ไม่ต้องไปเริ่มใหม่ เพราะเรามีฐานของเราอยู่แล้ว ทำ YouTube ทำ Vlog คนเดียวให้พี่เบสไปเรียนก็ดีครับ
ตอนปรึกษาพ่อว่าไม่เล่นบอลแล้ว พ่อว่ายังไง?
โบ๊ท : พ่อให้ถามแม่ แต่เหมือนพ่อพูดว่าต่อยมวยดีกว่ามั้งลูก
ทำไมอยากให้ลูกไปต่อยมวย?
สมรักษ์ : เค้าอยากเห็นลูกนักมวย ไปชกมวยจริง ๆ
เป็นความฝันของเราที่อยากให้ลูกสานต่อสิ่งที่เราเป็นมาหรือเปล่า?
สมรักษ์ : ไม่ฝัน
โบ๊ท : ผมก็ไม่มีในหัวเหมือนกันนะ
โชคดีเห็นว่าพี่สาวห้ามไว้ ยังไงก็ไม่ให้ชก?
เบสท์ : ใช่ค่ะ มันเจ็บตัวนะคะ แต่ก็ไม่แน่ถ้าสมมุติเงินถึง เราก็ต้องเดินด้วยเงิน เราจะเจ็บตัวทั้งที ไม่รู้หรอกว่าจะแพ้หรือชนะ แต่เจ็บแน่นอน
ข่าวที่พี่ได้ยินมาถ้าเค้าจ้างเท่าไหร่ เบสให้อีกกี่เท่า?
เบสท์ : 3 เท่า ตอนนี้ค่าตัวแพงสุดเท่าไหร่ เป็นล้านใช่ไหม
สมรักษ์ : ไม่ๆ ไม่เท่าไหร่หรอก
เบสท์ : ยังไม่ถึงล้าน เราจะไปเจ็บทำไม
เป็นห่วงน้อง?
เบสท์ : ใช่
เขามีทรงไหม?
สมรักษ์ : 2 คนนี้ซ้อมมวยตั้งแต่เด็กอยู่แล้ว มีแววตั้งแต่เด็กอยู่แล้ว
มีแว๊บนึงอยากจะลองไหม?
โบ๊ท : ไม่มีสักแว๊บเลยครับ
พ่อบอกไม่เจ็บ ที่ชกกันแตกๆ นั่นไม่เจ็บนะ?
สมรักษ์ : ไม่เจ็บ ซ้อมดิ
โบ๊ท : คุณมันคลาสสิกไง ผมไม่รู้ว่าจะเป็นเหมือนคุณได้หรือเปล่า
สมรักษ์ : ลูกพ่อมันต้องเก่งเหมือนพ่ออยู่แล้ว
ครอบครัวนี้เจอมรสุมมาเยอะ พี่สมรักษ์เองบอกว่าถ้าเรื่องราววุ่นวายทั้งหมดจบลง อยากจะกลับมาจดทะเบียนใหม่กับอดีตภรรยา?
สมรักษ์ : ผมยังไงก็ได้ ไม่ซีเรียส ตอนนี้ก็อยู่กันแบบครอบครัวอยู่แล้ว ก็อยู่ด้วยกันอยู่แล้ว คือหย่าก่อนที่จะเกิดเหตุ หย่าตั้งแต่คดีลอตเตอรี่แล้ว
เราไม่ซีเรียสแล้วฝั่งภรรยาล่ะ?
โบ๊ท : ฝั่งภรรยาหันหน้าหนีเลยครับ
สมรักษ์ : ก็ไม่เป็นไร ตามสบายอยู่แล้ว มันเลยช่วงนั้นมาแล้ว ตอนนี้ก็ดูความภาคภูมิใจของลูกๆ ดีกว่า
ทุกวันนี้ก็ดูแลซึ่งกันและกันอยู่?
สมรักษ์ : ครับผม ยังอยู่บ้านเดียวกัน มีอะไรก็ปรึกษากัน
พ่อแม่จะดีกันเบสว่าไง?
เบสท์ : หนูบอกแม่ว่าหนูทำเอเจนซี่ด้วย หนุ่มๆ ต่างประเทศก็เยอะ หาแฟนใหม่แถวโน้นกันไหมล่ะ แม่ก็พร้อมไป หนูรอคิวหนูว่างเนี่ย เดี๋ยวจะพาแม่ไปหาหนุ่มๆ
สมรักษ์ : ได้ๆ ตามสบายเลย
โบ๊ทล่ะถ้าเป็นไปได้อยากให้คุณพ่อ คุณแม่ กลับมาจดทะเบียนกันอีกรอบไหม?
โบ๊ท : แล้วแต่พ่อกับแม่เลยครับ ผมได้หมดอยู่แล้ว ผมรู้สึกว่าอยู่แบบนี้ก็มีความสุขแล้ว ตื่นเช้ามาพ่อซื้อข้าวให้แม่ ให้โบ๊ท ให้เบสกิน ทั้งๆ ที่สถานะของเค้าเป็นเพื่อน ไม่ได้เป็นสามีภรรยา เจอกันเพราะลูก ในทุกๆ วันผมรู้สึกว่า มันมีความสุขแล้ว แต่ถ้าเกิดเค้าจะจดทะเบียน ก็แล้วแต่เค้าเลยครับ แต่ว่าฝั่งผู้ชายต้องพยายามหน่อย เพราะฝั่งผู้หญิงเค้าดูเหมือนไม่ค่อย
เค้าต้องพยายามยังไงบ้าง?
โบ๊ท : สิ่งที่ทำทุกเช้าคือดีแล้ว สิ่งที่สองคือเลิกขอเงินพี่เบส นี่คือสิ่งที่ต้องแก้หน่อย สิ่งที่สามอาหารทุกเช้าเปลี่ยนเมนูบ้าง
สมรักษ์ : ไม่ใช่ เค้าเป็นคนสั่ง
กับการไปซื้อทุกวันนี้เรียกว่าจีบไหม?
สมรักษ์ : ไม่จีบครับ
วางของปุ๊บมีหยอดคำหวานไหม?
สมรักษ์ : ไม่มี ก็อยู่เป็นเพื่อนกัน
เบสเป็นพี่สาวสายเปย์ นอกจากจะเปย์น้องชาย ก็เปย์ทั้งครอบครัว จนบางทีเปย์จนโดนทัวร์ลง?
เบสท์ : ก็มีบ้าง เหมือนเรื่องโบ๊ท ซื้อรถให้น้อง เราออกรถเบนซ์ให้น้อง คนก็มองว่าน้องยังเด็กอยู่เลยให้ขับเบนซ์เลยหรอ แต่เรารู้สึกว่ามันไม่จบ อยากได้อะไรก็ซื้อเลย จะได้จบ
โบ๊ท : ขอบคุณมากครับ แต่ผมก็ไม่ได้ละเลยสิ่งที่ตัวเองจะทำในอนาคต เขาสปอยมาแบบนี้เราก็ต้องช่วยเขา ช่วยกันทำงาน หาเงิน ไม่ใช่ว่าพี่สาวมีเงินแล้วเราไม่ต้องทำอะไรแล้ว มันก็ไม่ใช่
ตอนนี้โสดหรือไม่โสด?
เบสท์ : โสดค่ะ
โบ๊ท : โสดครับ
สมรักษ์ : โสดครับ
ตอนนี้ชอบผู้ชายบ้าน ๆ เท่านั้น?
เบสท์ : ใช่ค่ะ บ้าน ๆ คือ บ้านใหญ่ๆ อยู่ต่างประเทศ มีหลายประเทศก็ยิ่งดี
ผู้ชายสไตล์ไทยบ้าน คือต้องบ้านใหญ่ๆ ยังพอมีโอกาสไหม?
เบสท์ : ถ้าใหญ่แค่ในไทยก็อาจจะยัง เพราะเป้าหมายเรา เราอยากได้ต่างประเทศด้วย เผื่อเราไปเที่ยว เราจะได้อยู่บ้านใหญ่ๆ
โบ๊ท : อยากได้เหมือนเบสเลยครับ บ้านๆ เลย บ้านสวย บ้านรวย
เอาสเปกดีๆ ?
โบ๊ท : อยากได้คนเข้าใจครับ เพราะผมทำงานเยอะ ไม่ได้งานเหมือนเบสแต่มีธุระที่ต้องทำเยอะ
เบสท์ : สาวๆ คนไหนที่จะเข้ามาหาโบ๊ท เบสมีเป้าหมายอยากได้บ้านๆ บ้านใหญ่ก็จริง แต่น้องสาวๆ ไม่ต้องกลัวนะมรดกพี่ พี่ยกให้โบ๊ท ฉะนั้นน้องจะได้ผู้ชายรวยแน่นอน ส่วนพี่ เดี๋ยวพี่ไปหาของพี่ แต่น้องได้คนรวยแน่นอน
ติดตามชมรายการคุยแซ่บShow ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 11.30-12.30 น. ทางช่อง one31 Facebook Page : คุยแซ่บShow รับชมย้อนหลังได้ที่ Youtube Channel : Orange Mama
คลิปสัมภาษณ์ : https://youtu.be/XkP19gktHd0?si=Qk2N5l88SQquqODm