Fire and Ash ยังคงความยิ่งใหญ่ด้านงานภาพตามแบบฉบับ James Cameron แต่ครั้งนี้หนังไม่ได้โฟกัสแค่ความอลังการของแพนโดร่า แต่พยายามพาเราคนดูเข้าไปสำรวจด้านมืดของทั้งโลกพร้อมตัวละคร โดยเรื่องเปิดบรรยากาศได้หนักกว่า 2 ภาคแรกชัดเจน รู้สึกได้ตั้งแต่ต้นว่านี่คือ Avatar ที่ไม่ได้มาเพื่อสร้างความตื่นตาอย่างเดียว แต่มันดันกดอารมณ์ให้รู้สึกจมลึกลงไปกับไฟ ความโกรธ และผลของความสูญเสีย รับชมหนังซีรีส์ระดับพรีเมียม กดสมัคร TrueID+ ดูได้ทุกที่ 24ชม. คลิก!! ชื่อ Fire and Ash ในเรื่องไม่ได้เป็นแค่เพียงชื่อเท่ๆ แต่มันสะท้อนแก่นเรื่องโดยตรง ไฟในหนังคืออารมณ์ตัวละครที่ควบคุมไม่ได้ และการตอบโต้ด้วยความรุนแรง ส่วนเถ้าถ่านคือสิ่งที่หลงเหลือหลังจากทุกอย่างถูกเผาไหม้ หนังตั้งคำถามว่าหลังจากการต่อสู้ การล้างแค้น และการปกป้องคนที่รักแล้ว ตัวละครต้องแลกอะไรไปกับมันบ้าง โดยเฉพาะครอบครัว Sully ที่ยังต้องแบกรับบาดแผลจากภาค The Way of Water หนึ่งในสิ่งที่น่าสนใจที่สุดของภาคนี้คือการเปิดตัวเผ่า Ash People ซึ่งเป็น Na'vi ที่มีวิถีชีวิตและมุมมองตรงข้ามกับภาพจำเดิมของแพนโดร่า หนังกล้าพาเราออกจากภาพชนเผ่าที่ผูกพันกับธรรมชาติอย่างบริสุทธิ์ ไปสู่สังคมที่หล่อหลอมด้วยความสูญเสีย ความโกรธ และการเอาตัวรอด ทำให้ Avatar 3 ดูโตขึ้น มีความเป็นการเมืองและศีลธรรมมากกว่าภาคไหนๆ และถึงจะมีฉากสวยๆจนลืมหายใจ แต่ใน Fire and Ash ใช้งานภาพเพื่อสื่ออารมณ์ที่หนักหน่วงซะมากกว่า สีในเรื่องมันโทนร้อน มืด และหม่นขึ้น ทำให้โลกของ Avatar ดูอันตรายและกดดันกว่าที่เคย ใครที่คาดหวังความสวยงามแบบภาคแรกหรือความไหลลื่นแบบ The Way of Water อาจรู้สึกว่าภาคนี้หนักและจริงจังกว่าชัดเจน สุดท้ายแล้วในภาคนี้ เราว่า James Cameron อาจไม่ได้ทำ Fire and Ash มาเพื่อเอาใจกับทุกคน แต่มันคือ Avatar ที่กล้าพูดเรื่องความเกลียดชัง ความสูญเสีย และผลของการเลือกทางรุนแรง ถ้าใครชอบหนังที่มีอารมณ์เข้มข้น เต็มไปด้วยคำถามทางศีลธรรม และพร้อมจะรับ Avatar ในมุมที่มืดขึ้น ภาคนี้คือก้าวสำคัญของจักรวาลนี้ แต่ถ้าคาดหวังความเบาสมองหรือผจญภัยแฟนตาซีเต็มรูปแบบ อาจต้องปรับใจเล็กน้อยก่อนดู เครดิต ภาพปก / ภาพ2 / ภาพ3 จาก 20thcenturystudiosth ภาพ1 / ภาพ4 จาก avatar จะฟังเพลงหรือดูหนัง ซีรีส์ใหม่สุดปัง โหลดเลยที่ App TrueID โหลดฟรี !