Short CommentDream ดรีม (2023)ดราม่ากีฬาที่ไม่ใช่แค่กีฬาแต่ว่าตีเนียนคมคายใส่ความหมายของชีวิตและปัญหาสังคมจนกลายเป็นความยอดเยี่ยมทุกประตูปกติแล้วหนังดราม่ากีฬาจะเป็นวัวเคยขาม้าเคยขี่สำหรับดูไปบ่นไปเพราะพื้นฐานเป็นคนชอบดูกีฬา กระนั้นเมื่อลองมานึกดูกลับไม่ค่อยมีหนังดราม่ากีฬาที่ผู้เขียนตั้งตารอสักเท่าไหร่อาจเพราะหนังแนวนี้มีทางไปไม่ค่อยมากหรือโดยมากมักมาเป็นงานตามสูตร จนกระทั่งการได้พิสูจน์เนื้อหาข้างในแล้วเท่านั้นจึงจะบอกได้ว่าเป็นงานที่อยู่ในระดับไหนและคู่ควรกับการมาบอกต่อกันเพื่อการตัดสินใจดูหรือไม่ ทว่าหนังดราม่ากีฬาจากเกาหลีเรื่องนี้กลับเป็นหนังที่ผู้เขียนรอคอยเพราะตั้งแต่ได้ข่าวว่ามีการสร้างก็น่าสนใจอาจเพราะช่วงหลังผู้เขียนดูคอนเทนต์เกาหลีเป็นส่วนใหญ่ก็ไม่ผิด ซึ่งปัจจัยที่มาเสริมให้เป็นความน่าดูจนอยากดูกระทั่งรอดูนั่นเพราะนักแสดงและเรื่องนี้เป็นการโคจรมาพบกันของสองนักแสดงที่น่าจะสมใจแฟนๆที่ชอบดูงานเกาหลคือพัคซอจุนมาประชันกับอีจีอึนหรือที่ใครๆก็รู้จักในนาม IU แน่นอนเมื่อเป็นหนังเกาหลีที่ยังไงก็ยังต้องลุ้นว่าจะได้ดูหรือไม่สุดท้ายก็ไม่มีค่ายไหนซื้อมาลงฉายในโรง แต่สุดท้ายก็ส่งตรงถึงชายคาบ้านผ่านทางสตรีมมิ่งที่เมื่อรู้ก็รอดูอย่างใจจดใจจ่อกับงานดราม่ากีฬาที่มีดีกว่าดราม่ากีฬาเรื่องนี้หนังเล่าเรื่องของยุนฮงแด (พัคซอจุน) นักฟุตบอลที่กำลังประสบปัญหาชีวิตจนส่งผลต่อการตัดสินใจในสนาม กระทั่งเมื่อมีนักข่าวลามปามถึงเรื่องส่วนตัวยุนฮงแดจึงเอานิ้วจิ้มตาเข้าให้และตัดสินใจแขวนสตั๊ดเลิกเป็นนักฟุตบอลเพื่อผันตัวเข้าสู่วงการบันเทิงเพราะมีหน้าตาเป็นพรสวรรค์ แล้วงานแรกในวงการบันเทิงก็มาพร้อมโปรดิวเซอร์อีโซมิน (IU) ที่กำลังทำรายการเรียลลิตี้ที่เป็นการถ่ายทอดเรื่องของการส่งทีมฟุตบอลคนไร้บ้านทีมชาติเกาหลีไต้ไปแข่งฟุตบอลโลกคนไร้บ้าน ซึ่งทางรายการต้องการให้ยุนฮงแดมาเป็นโค้ชเพื่อจับปูใส่กระด้งคือทำให้คนไร้บ้านที่ถูกคัดเลือกมาให้เล่นฟุตบอลเป็น แน่นอนเมื่อต่างคนต่างที่มาต่างพื้นฐานการรวมตัวกันก็ยากแต่เมื่อรับงานแล้วยุนฮงแดก็ต้องเล่นไปตามบท จนกระทั่งเมื่อมีเหตุการณ์ที่ทำให้ยุนฮงแดมีชื่อเสียงทางเอเจนซี่จึงให้ยุนฮงแดทิ้งทีมฟุตบอลที่เขาปลุกปั้นมาเพื่อไปเข้าป่าถ่ายรายการวาไรตี้ ทว่าเวลาที่ผ่านมาที่ยุนฮงแดได้คลุกคลีกับอีโซมินและเหล่านักฟุตบอลคนไร้บ้านก็ทำให้เขาตัดสินใจด้วยหัวใจล้วนๆเพื่อพาลูกทีมเข้าแข่งขันแต่จะเพื่ออะไรให้ไปดูเอาเองยังคงมาตามสูตรดราม่ากีฬาที่ไม่มีบิดเบี้ยวไปจากทางที่เคยๆ เพราะหน้าหนังออกมาเป็นงานดราม่ากีฬาที่เล่าเรื่องของการเข้าแข่งกีฬาหนังจึงออกมาตามสูตรเต็มที่ที่ว่าด้วยการรวมทีมที่ไม่น่าจะเป็นทีมเพื่อให้เป็นทีมไปแข่งขัน ซึ่งจะว่าไปก็คลับคล้ายกับ Shaolin Soccer หรือนักเตะเสี้ยวลิ้มยี่ (2001) ในส่วนของโครงเรื่องและการรวมทีมของพวกที่ไม่น่าจะเข้ากันได้ ทั้งยังเป็นเรื่องของพวกขี้แพ้พวกไก่รองบ่อนที่ไม่มีคนสนใจเพื่อไปทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่และลงท้ายด้วยแรงบันดาลใจให้ฮึดสู้ในการแข่งขันที่เป็นรองทุกประตูรูหน้าต่างแต่สุดท้ายก็ผ่านมาได้ด้วยพลังและแรงใจ หนังจึงมีเรื่องทั้งในและนอกสนามให้ขบขันในแบบเกาหลีจะไม่ยัดความตลกบ้าบอมาให้แต่จะตลกด้วยบทหนังและสถานการณ์ที่ถูกวางไว้เป๊ะๆ ซึ่งสิ่งเหล่านี้คือของมันต้องมีในงานดราม่ากีฬาทั้งความขัดแย้งและอุปสรรคที่ต้องฟันฝ่าจนถ้าหนังไม่บอกว่าอ้างอิงจากเรื่องจริงก็คือสูตรที่ตายตัว กระนั้นงานเขียนบทและกำกับของอีบยองฮุน (Extreme Job (2019)) ก็ดูเนียนตาเพราะแม้จะมาตามสูตรไม่มีบิดพลิ้วแต่รายละเอียดข้างในก็สวยใสไม่ธรรมดาตีเนียนด้วยความคมคายด้วยและปัญหาสังคมเรื่องคนไร้บ้านได้อย่างยอดเยี่ยม เพราะเกาหลีจะไม่มีขาดดราม่าหนังจึงมีมาทั้งดราม่าหลักและดราม่าย่อยนั่นคือดราม่าหลักในเรื่องของทีมกีฬาที่ไม่น่าจะเป็นทีมขึ้นมาได้และดราม่าย่อยส่วนบุคคล ในส่วนของดราม่าหลักไม่เท่าไหร่แต่ที่น่าทึ่งคือดราม่าย่อยๆรายบุคคลของแต่ละคนในทีมที่ยอมรับว่าเวลาที่มีแค่นี้แต่เล่าได้จับใจทุกเรื่อง ที่ต้องทึ่งกว่านั้นคือสำหรับบางคนไม่ต้องเล่าขยายความเอาแค่เปิดปากพูดไม่กี่ประโยคก็คือกินใจผลที่ได้คืออารมณ์อบอุ่นตื้นตันซาบซึ้งน้ำตาคลอที่มาพร้อมกับรอยยิ้มและเสียงหัวเราะได้แบบเนียนๆ ทั้งยังกระตุกถึงปัญหาคนไร้บ้านในสังคมบ้านเขาที่น่าจะเป็นปัญหาสากลเพราะอย่างรายการฟุตบอลโลกคนไร้บ้านก็มีเจตนาให้รัฐบาลของแต่ละประเทศไต้ตระหนักถึงพวกเขาเหล่านี้ หนำซ้ำยังเจาะลึกไปถึงเหตุแห่งปัญหาที่ทำให้คนต้องออกมาเป็นคนไร้บ้านที่เล่าได้อย่างเข้าถึงทั้งที่หนังก็เดินไปในความเป็นดราม่ากีฬาที่ไม่มีหลุดออกนอกทาง จึงไม่ต่างจากการตีเนียนเป็นความดราม่าที่คมคายได้อย่างยอดเยี่ยมเพราะไม่เห็นอาการจับยัดเพราะต่างคนต่างมีเหตุผลใช่ว่าทุกคนจะไม่อยากอยู่บ้านแต่อาจเพราะความหมายของการมีชีวิตต่างกัน สิ่งที่หนังได้บอกออกมาคือไม่ใช่ทุกคนไม่มีศักยภาพสำหรับการเป็นคนธรรมดาที่ใช้ชีวิตสามัญ แต่การไปเป็นคนไร้บ้านนอนข้างถนนอาจมีอะไรมากกว่านั้นซึ่งแต่ละคนก็มีเหตุผลต่างกันซึ่งอาจไม่ใช่ทั้งหมดแต่ก็ถูกหยิบยกมาเล่าได้อย่างจับใจ เพราะที่เห็นคือแต่ละคนก็ต่างมีครอบครัวมีชีวิตที่พึงจะดีแต่สถานการณ์ในชีวิตในสังคมที่บีบรัดบังคับให้ต้องทำอะไรบางอย่าง ซึ่งจุดร่วมของแต่ละตัวละครที่หนังเล่าออกมาคือการไม่ได้รับโอกาสและความเข้าใจทำให้ขาดพลังใจสับสนในความหมายของชีวิตและไร้จุดมุ่งหมายในการมีชีวิตจนลงท้ายด้วยการร่อนเร่ไม่อยู่บ้าน แล้วการได้แสดงศักยภาพที่มีเพียงน้อยนิดในการเล่นฟุตบอลที่อาจไม่เก่งกาจแต่ก็คือสามารถแสดงให้คนที่พวกเขารักเห็นว่าถ้าได้รับโอกาสพวกเขาก็สามารถมีความหมายในชีวิตตัวเองได้และมีจุดมุ่งหมายในชีวิตที่จะทำอะไรเพื่อใครสักคน เช่นกันกับยุนฮงแดที่ได้รับโอกาสที่จะก้าวพ้นหล่มลึกของชีวิตด้วยการเรียนรู้จากพวกเขาเหล่าคนไร้บ้าน การแสดงที่ลื่นไหลเข้ากันได้ดีที่ดูเนียนตาทั้งนักแสดงนำและสมทบ ส่วนที่ผู้เขียนชื่นชมมาตลอดในงานจากเกาหลีคือความเนียนตาในการแสดงทั้งตัวละครหลักและตัวละครสมทบหรือรวมถึงตัวประกอบ สำหรับพัคซอจุนนั้นคนดูจะรู้ทันทีว่าเขามีอะไรหนักอึ้งและสามารถเปลี่ยนผ่านไปได้จากที่เริ่มด้วยการเล่นตามบทแล้วกลายเป็นทำด้วยหัวใจได้อย่างเป็นธรรมชาติและแน่นอนเขาเตะฟุตบอลได้ในระดับดี ส่วนอีจีอึนหรือ IU ที่มาในลุคหน้า (เกือบ) สดที่ยังคงเนียนตาน่าเชื่อถือในบทโปรดิวเซอร์ที่ต้องต่อสู้ดิ้นรนทำงานหนักและที่น่าสนใจคือการแสดงที่เข้ากันกับพัคซอจุนแบบลื่นไหลในทุกมิติทำให้การขึ้นจอของทั้งสองคนคือความเพลิดเพลิน กระนั้นหนังจะมีเพดานบินสูงไม่ได้ถ้าไม่ได้นักแสดงสมทบทั้งอีฮยอนอู,คิมจองซู,โกชางซอก,จองซึงกิล,ยางฮยอนมินและฮงวันพโยที่บางคนก็คุ้นหน้าบางคนก็ไม่คุ้นแต่ทุกคนรับผิดชอบในการเล่าเรื่องดราม่าส่วนตัวได้อย่างซาบซึ้งอบอุ่นกินใจจนต้องชื่นชม หนังยังได้เพลงในช่วงท้ายที่กลายเป็นที่จดจำแม้ในบทสรุปจะไม่ได้เป็นที่หนึ่งแต่ก็เป็นที่โหล่ที่โลกจำอย่างงดงามสนุกดูเพลินเป็นงานดราม่ากีฬาที่ไม่ใช่แค่กีฬาเพราะความโดดของบทที่ใส่ความไม่ธรรมดาลงบนความธรรมดา ถ้าจะมองในแง่ความเป็นหนังดราม่ากีฬานี่ก็คืองานดราม่ากีฬาที่แสนธรรมดาเพราะมาตามสูตรนับหนึ่งไปถึงร้อยตามสเต็ปไม่มีพลิกผันอะไรให้หวือหวาเล่น แต่ที่ทำให้หนังที่น่าจะธรรมดาออกมาเยี่ยมคือความโดดเด่นของบทที่แฝงเรื่องดราม่าเบื้องหลังไว้ได้อย่างแนบเนียนที่สำคัญไม่ใช่แค่เรื่องเดียวแต่เล่าได้ทุกเรื่องที่อยากเล่าอย่างจับใจ นั่นคือความไม่ธรรมดาที่ถูกใส่มาบนหนังดราม่ากีฬาธรรมดาให้งานดราม่ากีฬาไม่ใช่มีแค่เรื่องกีฬาและการแข่งขันไม่สิการแข่งขันเป็นเรื่องรองด้วยซ้ำ เพราะความจับใจที่อยู่ข้างในที่ทำให้หนังมีอะไรให้หัวใจได้จับต้องที่มีฉากหน้าเป็นความสนุกดูแล้วขบขันได้ยิ้มได้หัวเราะตามสูตรหนังแนวนี้ที่เป็นมา แต่เรื่องเบื้องหลังที่จับใจอย่างที่ว่าทำให้ในรอยยิ้มนั้นหลายคนจะมีคราบน้ำตาไม่ใช่เศร้าโศกแต่เป็นซาบซึ้งอิ่มเอมกับสถานการณ์ของแต่ละคนที่ต่างคนก็ต่างหลุดพ้นจากบ่วงของตัวเอง ทำให้นอกจากดูสนุกแล้วหนังยังดูแล้วดีต่อใจคู่ควรให้ประทับในความทรงจำดูไปบ่นไปhttps://www.youtube.com/watch?v=JjF5WFp8csk&ab_channel=NetflixThailandขอบคุณภาพประกอบภาพปก / ภาพที่ 1 / ภาพที่ 2,4 / ภาพที่ 3,5 / ภาพที่ 6 / ภาพที่ 7,8 จาก Instagram plusm_entertainmentVDO ตัวอย่าง จาก YouTube Netflix Thailandเกาะติดซีรีส์เรื่องใหม่ๆ App TrueID โหลดฟรี!ถ้าคุณชอบเรื่องนี้ คุณจะชอบเรื่องเหล่านี้https://entertainment.trueid.net/detail/Zlo5ndD25q3Xhttps://entertainment.trueid.net/detail/GOk9ZXKPGjj2https://entertainment.trueid.net/detail/JG3Orxqj9zZGhttps://entertainment.trueid.net/detail/yPDYxDBA53xz