รีวิวหนัง “Ramayana: Rise of a Legend รามายณะ ปฐมบทแห่งตำนาน” ฟูมฟักความยิ่งใหญ่อลังการ แทบจะไร้ที่ติ
นับว่าเป็นช่วงเวลาเรืองรองของหนังฝั่งเอเชียจริง ๆ เพราะมาถึงหนังฟอร์มใหญ่ยักษ์จากบอลลีวูด ที่ทุ่มทุนสร้างและฟูมฟักโปรเจกต์นี้มานานเป็นทศวรรษ บัดนี้ตำนานที่เลื่องลือและเป็นที่กล่าวขานไปทั่วโลกกับบทร้อยเรียงตำนานเทพแห่งฮินดู ได้ออกมาเป็นที่ประจักษ์เป็น “Ramayana: Rise of a Legend รามายณะ ปฐมบทแห่งตำนาน” บทแรกของเรื่องราวมหากาพย์สุดอลังการ ที่เรียกได้ว่าระดมพลทีมผู้สร้างและนักแสดงแทบจะทั้งวงการเอาไว้ในหนังเรื่องนี้
หนังร้อยเรียงเรื่องราวของ ราม เจ้าชายผู้ถูกพันธนาการด้วยข้อผูกมัดที่เสียสละ กับ ราวัณ ราชาผู้ยืนยงคงกระพัน กับการถูกปลูกฝังด้วยความกระหายแค้นและเอาชนะ ทำให้เขาถูกขับเคลื่อนด้วยพลังอาฆาตอยู่เสมอ เมื่อทุกอย่างผูกเข้ากับคำพยากรณ์แห่งโชคชะตากรรมของพวกเขาทั้งคู่ จึงได้นำมาสู่มหากาพย์เรื่องราวการผจญภัยและการต่อสู้ที่แสนเด็ดเดี่ยวและน่าเกรงขาม ระหว่างฝ่ายธรรมะและฝ่ายอธรรม
แน่นอนว่างานสร้างระดับนี้ ต้องพึงพาผู้สร้างระดับเซียนเท่านั้น “นิเทศ ตีวารี” หนึ่งในผู้กำกับระดับตำนานของอินเดีย มารับหน้าที่ดูแลงานสร้างหนังเรื่องนี้ พ่วงกับตำแหน่งร่วมเขียนบทหนัง ที่ดัดแปลงมาจากต้นฉบับของ วาลมีกิ โดยที่หนังได้ตัวพ่อแห่งวงการหนังบอลลีวูด “นามิต มัลโลตระ” ควบคุมอำนวยการสร้างภาพรวมของหนังเรื่องนี้ให้ พร้อมกับยังใช้ทีมงานผลิตงานซีจีและวิชวลต่าง ๆ จากบริษัทชั้นแนวหน้าของอินเดียมาช่วยสร้างสรรค์ผลงานสุดจึ้งออกมา
บอกได้เลยว่าความรู้สึกแรก นับตั้งแต่ฉากแรกของ Ramayana: Rise of a Legend คือความอลังการแบบชวนขนลุก แล้วอาการขนลุกแบบนี้ก็ปรากฏขึ้นเรื่อย ๆ ตลอดระยะเวลาที่รับชมงานสร้างสุดตื่นตาของหนังเรื่องนี้ เพราะบอกได้เลยว่าสเกลการสร้างสรรค์ของทีมอินเดียเรื่องนี้...ไม่ธรรมดาจริง ๆ ฉากเอพิคยิ่งใหญ่เทียบชั้นได้กับหนังแฟนตาซีฮอลลีวูดได้สบาย อีกทั้งยังเต็มไปด้วยรายละเอียดยิบย่อยมากมาย ที่ต้องยอมรับเลยว่าฝีมือดีจริง ๆ และนี่คือสาเหตุที่หนังต้องใช้เวลาปลุกปั้นอยู่นานหลายปี
โดยที่ฝีมือการกำกับงานสร้างของ นิเทศ ตีวารี ก็คมกริบ เฉียบขาดในการถ่ายทำหลาย ๆ มิติออกมาได้อย่างเด็ดขาด ต้องยอมรับเลยว่าประสบการณ์และความเก๋าเกมในวงการของเขานี่แหละ ที่ช่วยทำให้การรังสรรค์หนังเรื่องนี้ไหลลื่นไปได้ด้วยดี แม้ว่าคนดูต่างทราบกันดีว่ามันเป็นงานสร้างที่เกินกว่าครึ่งเป็นเทคนิคพิเศษเนรมิตสร้างขึ้นมา แต่องค์ประกอบรวม ๆ กันแล้วทุกอย่าง ช่างเหมาะเจาะและกลมกล่อมด้วยดี แทบไม่มีที่ติในส่วนประกอบของงานสร้างแขนงต่าง ๆ เลยสักนิด
ขณะที่บทหนังเรื่องนี้ก็อาจจะไม่ได้แตกต่างแหวกแนวใด ๆ เพราะเป็นการหยิบเอาตำนานที่คนฝั่งเอเชียน่าจะพอทราบ โดยเฉพาะชาวพุทธและชาวฮินดูน่าจะอินกับมหากาพย์เหล่านี้ดีอยู่แล้ว นี่จึงเหมือนเป็นการเปิดหนังสือวิชาภาษาไทยที่เคยเรียนในวัยเด็กทบทวนความทรงจำอีกครั้ง ถือว่าหนังบทที่ยังเป็นสูตรสำเร็จ แต่ก็เก็บรายละเอียดต่าง ๆ ได้ค่อนข้างครบถ้วน ซ้ำยังดำเนินเรื่องได้เร็วอย่างไม่รีรอ ถึงแม้ว่าในหนังเรื่องนี้จะเป็นแค่ปฐมบทปูเรื่องเท่านั้น แต่ก็ทุกซีนเกือบ 3 ชั่วโมงนั้น สามารถตราตรึงคนดูให้จดจ่ออยู่กับเหตุการณ์บนจอ จนแทบไม่อยากจะพลาดสักฉากเดียว
และแน่นอนว่าองค์ประกอบงานสร้างใน Ramayana: Rise of a Legend ก็คือที่สุด กล้าพูดได้เลยว่าเป็นหนังแฟนตาซีบอลลีวูดที่ทำได้ทำถึงในหลาย ๆ สัดส่วน โดยเฉพาะการเนรมิตงาน VFX และ CGI ต่าง ๆ ที่สัมผัสได้ถึงมาตรฐานระดับสากลด้วยฝีมือของทีมงานอินเดีย โดยหนังได้ใช้บริการจากค่าย DNEG ที่มีโปรดิวเซอร์ใหญ่ของหนังเป็นเจ้าของ นั่นจึงทำให้สเกลงานสร้างต่าง ๆ นำมาละเลงใส่แบบไม่ยั้ง ทำเอาคนดูเผลออ้าปากค้างกันไปหลายช็อต
รวมไปถึงจังหวะการถ่ายภาพงาม ๆ ของผู้กำกับภาพชั้นแนวหน้าของอินเดีย อย่าง “ปัญจักร คูมาร์” และ “มาเฮช ลิมาเย” ถ่ายทอดมุมกล้องและมุมภาพออกมาได้เป็นไอคอนิกได้หลายครั้งทีเดียว อีกทั้งยังมีฝีมือตัดต่อแบบเฉียบ ๆ ของ “ฮูเซฟา ล็อกแฮนด์วาลา” มาช่วยปรุงแต่งความจัดจ้านในการร้อยเรียงลำดับหนังได้อย่างน่าสนใจ แม้ว่าในเวอร์ชันพากย์ไทยที่ได้ดูนั่น จึงมีร่องรอยการตัดทอนไม่สมูธอยู่เล็กน้อยก็ตาม แต่ก็เป็นเพียงจุดเล็ก ๆ น้อย ๆ ไม่กระทบต่อตัวหนังได้เลย
การที่หนังได้ตัวพ่อนักประพันธ์เพลงจากฮอลลีวูด อย่าง “ฮานส์ ซิมเมอร์” มาช่วยรังสรรค์งานเพลงสุดอลังการ จับมือกับตัวพ่อนักร้องในตำนาน “เอ.อาร์. ราชมาน” กลายเป็นอีกหนึ่งกิมมิกที่ยิ่งใหญ่อลังการ ส่งเสริมพลังของตัวหนังเรื่องนี้ด้วยจังหวะเพลงสุดยิ่งใหญ่ ช่วยเร้าและกระตุ้นอารมณ์ส่งถึงคนดูได้อย่างยอดเยี่ยม ขณะนี้งานออกแบบโปรดักชันก็ทำได้น่าทึ่ง รวมไปถึงเอกลักษณ์ของการออกแบบเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายที่ยิบยับเต็มไปด้วยรายเอียดเยอะไปหมด แต่ทีมงานหนังเรื่องนี้สามารถไม่มีบกพร่องในการเก็บงานเลย
Ramayana: Rise of a Legend นับว่าเป็นหนังที่แทบจะขนทัพนักแสดงอินเดียมมาแทบจะค่อนวงการ เราจะได้เห็นดาราดัง ๆ โผล่มามีซีนเล็ก ๆ น้อย ๆ ชนิดที่ขอมาเป็นส่วนหนึ่งในประวัติศาสตร์หนังฟอร์มใหญ่ของบอลลีวูดสักครั้ง โดยที่ทีมนักแสดงหลัก ๆ ก็ทำผลงานออกมาได้สตรองเช่นกัน “แรนบีร์ คาปัว” ตอกย้ำพรสวรรค์แห่งตระกูลนักแสดงเจ้าบทบาทของอินเดียโดยแท้ เขาสามารถสวมบทบาทได้ถึงอินเนอร์ได้ดี และผู้ชมจะรู้สึกคล้อยตามไปกับทุก ๆ ย่างก้าวที่แสนดีของเขาจริง ๆ เรียกได้ว่าตีบทแตกสุด
เช่นเดียวกับ “ยาช” อีกหนึ่งตัวพ่อของวงการหนังอินเดีย ที่ไม่ว่าจะโยนบทบาทไหนไปให้เขา ก็สามารถรับมือได้ดีกับทุกสถานการณ์ การก้าวขึ้นมารับบทเป็นหนึ่งในตัวละครที่เหี้ยมโหดสุด ๆ แห่งพงศวดาร ก็เรียกได้ว่าเขาคนนี้ถ่ายทอดออกมาได้แทบจะเข้าเส้นเข้ากระดูก กลายเป็นว่าในปฐมบทที่เน้นจังหวะเส้นเรื่องของตัวละครนำทั้งคู่นี้ ความโดดเด่นและดีเด่นของพวกเขาทั้งคู่ ไม่มีใครยอมใครจริง ๆ กลายเป็นกำไรคนดูโดยแท้ในการเสพย์ผลงานชิ้นนี้
ด้วยความที่เส้นเรื่องและจังหวะการเล่าหนังอินเดียมักจะถ่ายทอดออกมาชัด ๆ คม ๆ สไตล์คล้ายกับคอนเทนต์ฝั่งไทย เชื่อเหลือเกินว่านี่คือหนังที่โดนจริตคนไทยโดยแท้ ซึ่งนั่นก็ทำให้ลีลาการแสดงของนักแสดงสมทบคนอื่น ๆ เกือบร้อยชีวิตในเรื่องนี้ สามารถถ่ายทำออกมาได้คมคาย ตรงตามโจทย์ที่หนังต้องการจะเสิร์ฟอินเนอร์เหล่านี้ออกมาให้เป็นที่ประจักษ์ คือแค่เราได้เห็นการแสดงของดาราคับคั่งในหนังเรื่องนี้ ก็เรียกได้ว่าคุ้มค่าตั๋วหนังแล้วจริง ๆ
โดยภาพรวมแล้ว Ramayana: Rise of a Legend คือมหากาพย์ภาพยนตร์จากอินเดีย ที่แทบจะติ๊กให้ถูกทุกข้อ เพราะหนังสามารถถ่ายทอดออกมาได้ตรงตามโจทย์ที่คาดหวังเอาไว้ และดูเหมือนจะให้ผลลัพธ์มากกว่าที่คาดหวังไปด้วยซ้ำ กล้าพูดได้เลยว่านี่คือความยิ่งใหญ่อีกครั้งของวงการหนังบอลลีวูด ที่มอบเทคนิคงานสร้างระดับดีงามอลังการแทบจะไร้ที่ติ เชื่อว่าผู้ชมหลากมุมโลกอาจจะไม่อินเท่ากับชาวอินเดียและชาวพุทธ อย่าง คนไทย เพราะนี่คือตำนานที่เล่าขานและเป็นที่รู้จักกันดีอยู่แล้ว
ดังนั้นนี่คือหนังอินเดียที่สามารถผลิตออกมาด้วยการสร้างมาตรฐานใหม่ ๆ ให้กับวงการ ด้วยการพิสูจน์ให้เห็นถึงสเกลฝีมือการสร้างของทีมงานท้องถิ่นที่รสมือจัดจ้านไม่แพ้ที่ใด ๆ ของของโลก แม้ว่าจะเป็นมหากาพย์ปรำปราที่ไม่ได้มีอะไรที่แปลกใหม่ แต่ดูเหมือนว่าหนังจะเข้ามาช่วยเติมเต็มเสริมจินตนาการของบทนี้ให้โดดเด่นยิ่งขึ้น ด้วยผลผลิตที่บียอนด์คำว่าอลังการถึงขีดสุด แล้วตบเข่าฉาดเบา ๆ เพราะว่าเราจะต้องรอไปจนกว่าปลายปี 2028 ถึงจะได้เห็นปัจฉิมบทของตำนานนี้
หมายเหตุ บทวิจารณ์นี้ถ่ายทอดประสบการณ์และมุมมองจากหนัง Ramayana: Rise of a Legend ฉบับเสียงไทย ความยาว 167 นาที
ข้อมูลเกี่ยวกับหนัง Ramayana: Rise of a Legend รามายณะ ปฐมบทแห่งตำนาน
- ประเภท: แอคชัน / ผจญภัย / ดรามา / แฟนตาซี
- ผู้กำกับ: นิเทศ ตีวารี
- นำแสดงโดย: แรนบีร์ คาปัว, ยาช, ราวี ดูบีย์, ซาอี พัลลาวี, ซันนี ดีโอล
- ความยาว: 167 นาที / 195 นาที (Director's Cut)
- กำหนดฉายในไทย: 5 พฤศจิกายน 2026
Movie.TrueID METRIC: Ramayana: Rise of a Legend รามายณะ ปฐมบทแห่งตำนาน
- ภาพรวม
⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐✰ (9.3/10) - การเล่าเรื่อง
⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐✰ (9.2/10) - การแสดง
⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐✰ (9.3/10) - การกำกับ
⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐✰ (9.4/10) - เทคนิคงานสร้าง
⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐ (10/10) - บทภาพยนตร์
⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐✰✰ (8.8/10)
-------------------------------------
>> ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID <<
หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย >> https://bit.ly/3xEgdAa