รีเซต

“โรสแมรี่” ดิ้นหนีความตาย ทุกข์สารพัด โดนดูถูก-เหยียดหยามทำคิดสั้น

“โรสแมรี่” ดิ้นหนีความตาย ทุกข์สารพัด โดนดูถูก-เหยียดหยามทำคิดสั้น
ดาราเดลี่บันเทิง
23 เมษายน 2567 ( 11:00 )
11

โรสแมรี่ดิ้นหนีความตาย ทุกข์สารพัด โดนดูถูก-เหยียดหยามทำคิดสั้น

       ถูกพูดถึงอยู่ไม่น้อยสำหรับข่าวแซ่บๆ ในวงการบันเทิงของ มาดามกุ๊งกิ๊งที่มีการบอกใบ้ถึงนักร้องยุค 90 ที่ชีวิตดิ่งขั้นสุด ถูกดูถูกและตกอับไม่จบสิ้น จนทำให้คิดฆ่าตัวตาย งานนี้คนโยงไปอย่างมากมายว่าเป็นนักร้องคนนั้นคนนี้ จนล่าสุดในรายการดังทางยูทูบ Dailynews Live-TH อย่างรายการ Daily POP LIVE ได้เชิญนักร้องสาวสวย โรสแมรี่ มาร่วมพูดคุยถึงเส้นทางชีวิตที่สุดแสนจะยากลำบากของเธอ ซึ่งเธอยอมรับตรงๆ อีกด้วยว่าเป็นคนในข่าวดังกล่าวอีกด้วย

​​​​​​

      ก่อนหน้านี้คนโยงว่าโรสแมรี่ตกอับขั้นสุด ชีวิตดิ่งมากเคยคิดฆ่าตัวตาย ซึ่งปัจจุบันก็ไม่ดีขึ้น ยอมรับว่าเป็นคนในข่าวนี้หรือไม่?

       “ยอมรับค่ะ เรื่องนี้จนถึงปัจจุบันคนยังคิดว่าเราอาจจะไม่ล้มบ้าง ไม่ลุกขึ้นมาทำอะไรบ้าง เหมือนแบบไม่หาอะไรทำ ไม่ทำอะไร ไม่ออกมาพูดอะไรเลย หาว่าเราเลี้ยงลูกไม่ดีบ้าง เพราะว่าช่วงที่ป่วยและลูกไม่ได้ไปโรงเรียน ตอนแรกเรื่องพ่อของเราก่อน ตอนที่พ่อป่วยหนักๆ พ่อโรสเป็นคนฟิลิปปินส์ ทีนี้พ่อไม่มีบัตรทอง แล้วพ่อต้องเข้าโรงพยาบาลด่วน ตอนนั้นเราก็เลี้ยงลูกเล็ก 3-4 ขวบ ก็ตอนนั้นขายเครปอยู่ ก็ดูแลพ่อไปด้วยพ่อก็ป่วยติดเตียง ก็คือวุ่นวายต้องเปลี่ยนแพมเพิสลูก ต้องเปลี่ยนแพมเพิสพ่อ

       แล้วก็จนมีพี่คนนึงมาเจอก็เห็นว่าเราไม่ไหวละ โรสไม่ไหวแล้วนะเดี๋ยวพี่เขาจะช่วย จะประกาศช่วยเหลือ โรสก็เลยแบบว่าไม่เอาพี่ ไม่เป็นไร โรสกลัวคนว่า เขาก็แบบแต่ว่าโรสไม่ไหวแล้ว แล้วโรงพยาบาลเห็นว่าจ่ายไม่ไหวก็เลยแบกพ่อกลับมาดูแลเอง ซึ่งก็ลำบากอยู่ เพราะพ่อก็ทานอาหารไม่ได้แล้ว เพราะพ่อก็แย่แล้วเหลือแต่หนังหุ้มกระดูก เราก็ไปขอเพื่อนสมัยประถมขอแพมเพิส ขอมาคนละห่อก็ได้ ขอเล็กๆก็ได้ ไม่ได้รับการตอบรับจากเพื่อนเลยค่ะ อย่างเพื่อนสนิทโรสเองเขาก็ไม่ช่วยค่ะ เขาเงียบ ไม่มีการตอบใดๆ พอเป็นข่าวขึ้นมาปุ๊บถึงมีการติดต่อมาว่า โรสมีอะไรให้เราช่วยไหม ตอนนั้นเราก็เลยไม่มี แล้วหลังจากนั้นก็ไม่ได้คบกันเลย เพราะเอาเราไปพูดลับหลัง มันก็เจ็บอยู่ค่ะ

      เขาบอกว่าชีวิตคุณเกิดมาไม่เคยสบายเลย จะอธิบายเรื่องนี้ยังไง?

ใช่ค่ะ ตั้งแต่เกิดมาไม่เคยสบายเลย อันนี้พ่อเราก็เสียไปแล้วเนาะ พ่อเราก็ติดการพนันก็หมดตัว แล้วช่วงที่เขาติดเขาก็จะเอาเราไปฝากบ้านนู้นบ้านนี้ เคยถึงกับโดนล่ามโซ่ด้วยโซ่จูงหมา แล้วไปกินข้าวใต้ต้นไม้ตอน 2-3 ทุ่ม เคยเหมือนโดนอะไรมาเยอะมาก ตั้งแต่เล็กจนโต โรสก็เลยไม่รู้ว่าโรสเองเป็นตั้งแต่ตอนไหนโรคซึมเศร้าเนี่ย จนมาเป็นหนักๆตอนปี 60 อาการมันคือหลังจากพ่อป่วยหนักมากๆ พ่อเสียแล้ว พ่อไปออกรายการตี10 จำได้เลยว่าร้องเพลงไม่ไหว มือสั่น หัวใจเต้นแรงมากเหมือนจะหลุด แล้วทำยังไงก็ไม่หาย ก็เลยเขียนจดหมาย เขียนพินัยกรรมแล้วว่าจะฝากพีเจ(ลูกชาย)ไว้กับใคร ใครที่ช่วยดูแลพีเจได้นะ เสร็จทีนี้ก็เลยไปที่ รพ.รามาธิบดี ก็ไปตรวจทุกอย่างค่าตับ ค่าไต อะไรทุกอย่าง ปกติหมด ตรวจซ้ำตรวจซากก็ปกติ บอกหมอว่าเราจะตายแล้วจริงๆ หมอบอกแต่มันไม่เป็นอะไรเลยนะคะคนไข้ ก่อนหน้านี้ก็มีอ่านมาบ้างแล้วล่ะ ว่าหัวใจแบบนี้จะเป็นอะไร แล้วมันก็มีเด้งมาว่า แพนิค เราก็แบบแพนิคไหมคะหมอ หมอก็เลยบอกว่าพรุ่งนี้ไปพบจิตแพทย์ได้เลย

สรุปว่าโรคที่เราเป็นที่รักษาตั้งแต่ปี 60 คือแพนิคกับซึมเศร้า เป็นมาอย่างไร?

ใช่ค่ะ แต่เหมือนซึมเศร้านี่เป็นมานาน คือเราเป็นคนร่าเริง ไม่ได้ซึมเศร้ามานั่งเศร้า อาการของโรคมันอยู่ข้างในซึ่งเรามองข้างนอกไม่เห็น แล้วโรสเป็นซึมเศร้าแล้วร่างกายมันไม่ไหวจนมาเป็นแพนิค มันเหมือนต่อต้านข้างในว่าเราไหวอยู่ แต่ร่างกายบอกว่าแกไม่ไหว ก็เลยรักษาตลอดมา โรสเองก็ไม่อยากใช้คำว่าโรคซึมเศร้ามาเป็นข้ออ้างให้กับการไม่ทำอะไร หรือไม่อยากให้คนคิดว่ามาเป็นข้ออ้าง แต่จริงๆคนก็จะไม่รู้เลยว่าคนที่เป็นโรคซึมเศร้าเนี่ย บ้านพังมาก คือไม่แม้แต่จะลุกขึ้นมาล้างจานสักใบ คือมีคนที่เป็นเหมือนกัน เขาไปหาหมอ หมอน่าจะเป็นต่างชาติ หมอของเขาบอกเลยว่าแค่คุณลุกขึ้นมาล้างจานใบนึง คุณก็เก่งมากแล้ว แค่คุณลุกมาเก็บที่นอนคุณก็เก่งมากแล้ว ขนาดนั้นเลยนะคะ

      จริงๆ โรสก็ไม่ได้นิ่งเฉย หลายคนบอกเพราะไม่ทำอะไรรึเปล่าเลยไม่มีเงิน มัวแต่มาขอ อันนี้คือข้อความที่ชาวเน็ตเขียนถึงโรส รู้สึกอย่างไรบ้าง?

       “ใช่ บางทีก็ปรี๊ดมากนะ ปรี๊ดด้วยโรคด้วย บางคนเลี้ยงลูกคนเดียวโดยที่ไม่มีญาติพี่น้องเลยสักคนไม่มีทางออก การที่ไปหางานก็ยาก ที่หมอบอกว่ายูยังขับรถไม่ได้ตอนนี้ที่เราป่วยเมื่อ3เดือนก่อนเกือบจะตายแล้ว พึ่งกลับมารักษาใหม่อีกรอบนึง หมอบอกยายังไม่เสถียร ยังไม่สามารถขับรถให้ใครได้ ถ้าจะดูแลชีวิตใครสักคนนึงเนี่ยอันตรายนะ คุณหมอก็เชียร์กลับมาร้องเพลงดีกว่า คนก็จะคิดว่าไม่ทำอะไร ไม่ทำงาน แต่ด้วยปัจจัยเราก็คือ เราต้องรับส่งลูกค่ะ ลูกคนเดียวของเรา ซึ่งกำลังจะเข้าวัยรุ่น โรสปล่อยไม่ได้แล้วสังคมสมัยนี้ จะปล่อยให้ลูกนั่งรถเมล์ไปหรือว่าไปอยู่กับเพื่อนคบเพื่อนที่เราไม่รู้ว่าจะไปทางไหน ซึ่งตอนนี้สังคมแวดล้อมมันอันตรายมาก คือเขาเหลือโรสคนเดียวแล้ว โรสจะไปเมื่อไหร่โรสก็ไม่รู้ วันนี้โรสเลยอยากทุ่มเทกับเขาเต็มที่ที่สุด ใช้เวลากับเขาให้มากที่สุด