รีวิวซีรีส์เกาหลี You and Everything Else (2025) สารพันฉันกับเธอ แปลกแต่จริงที่ดูทุกตอนก็ถอนหายใจทุกตอนแต่กลับถอนตัวไม่ขึ้น อาจบางทีชีวิตก็เป็นแบบนี้สุขทุกข์เศร้าคละเคล้าอยู่ที่เราใช้มันยังไงเท่านั้น รับชมหนังซีรีส์ระดับพรีเมียม กดสมัคร TrueID+ ดูได้ทุกที่ 24ชม. คลิก!! เคยมีคนถามผู้เขียนว่าทำไมชอบหนังหรือซีรีส์ดราม่าทั้งที่มันไม่น่าจะบันเทิงบางครั้งหนักอึ้งด้วยเนื้อหาที่หนักหน่วงบางครั้งดึงอารมณ์จมดิ่งบางครั้งพังทลายร้องให้ฟูมฟาย แต่เสน่ห์ของงานดราม่ามันคือการเป็นกระจกมองชีวิตที่สามารถสะท้อนภาพชีวิตในหลากหลายบริบทให้สะท้อนกลับมาหาคนดูเพราะบางครั้งบทเรียนต่างๆที่ได้เห็นในซีรีส์หรือหนังอาจเป็นเรื่องจริงที่สามารถเกิดกับใครก็ได้ หรือบางครั้งหากคนใดคนหนึ่งได้ผ่านเวลาของการใช้ชีวิตมานานพอได้พบสถานการณ์วัดความแกร่งของหัวใจมามากพอหรือเรียกง่ายๆว่าเจอดราม่ามากับตัวเองจากประสบการณ์ชีวิต สิ่งที่สะท้อนบนจอจะกลายเป็นความรำลึกนึกคิดว่าตัวเรานั้นผ่านเรื่องเหล่านั้นมาได้อย่างไรเหตุใดจึงยังยืนหยัดท้าทายความหมายของชีวิตอยู่ได้และได้ก้าวข้ามมันมาได้เพราะอะไร หรือจะลงลึกคืองานดราม่าที่คนรุ่นผู้เขียนเรียกกันว่าหนังชีวิตมันก็คือเรื่องราวชีวิตที่จะทำให้ฉุกคิดและงานดราม่าดีๆหรืองานชั้นเยี่ยมจะสามารถทำให้คนดูได้คิดตามเช่นเดียวกับเรื่องนี้ที่ดูแล้วต้องคิดตามตั้งคำถามในใจตลอดเวลา รยูอินจุง (คิมโกอึน) อาจดูเหมือนหญิงสาวธรรมดาแต่กลับมีเสน่ห์และแรงดึงดูดด้วยบุคลิกที่เป็นมิตรและถ่อมตัวแต่ตรงไปตรงมาของเธอ และเธอมีเพื่อนสนิทหนึ่งคนที่ได้ผ่านเรื่องดีร้ายมาด้วยกันตั้งแต่เรียนชั้นประถมคือชอนซังยอน (พัคจีฮยอน) แต่ปัจจุบันอึนจุงได้ตัดขาดกับซังยอนทว่าซังยอนกลับให้เกียริติที่อึนจุงไม่เต็มใจรับเพราะเหมอนอึนจุงจะเกลียดเพื่อนคนนี้อย่างไม่มีวันให้อภัย สุดท้ายทุกอย่างก็มาเฉลยเมื่อซังยอนติดต่อมาหาอึนจุงเพราะซังยอนป่วยเป็นมะเร็งระยะสุดท้ายและเธอต้องการให้อึนจุงร่วมเดินทางไปสวิตเซอร์แลนด์เพื่อทำการการุณยฆาต แล้วทำไมซังยอนต้องทำเช่นนี้เพราะนี่คือเรื่องที่ใช่ว่าจะรับมือกันง่ายๆต่อให้เคยเป็นเพื่อนกันมาและแล้วภาพอดีตที่ทั้งคู่ได้ผ่านเวลาร่วมกันมาก็ได้ออกฉาย เพราะพื้นฐานทางครอบครัวที่ต่างกันสองเด็กหญิงจึงเริ่มจากความไม่เข้าใจกันเกลียดกันอิจฉากันจนกลายมาเป็นเพื่อนสนิทที่ไม่น่าจะมีวันที่ได้เห็นสิ่งที่เป็นในปัจจุบัน แล้วอะไรกันล่ะที่ทำให้สองเพื่อนสนิทได้ตัดขาดจากกันแล้วทำไมถึงตอนนี้ซังยอนจึงติดต่อมา เล่าเรื่องด้วยรายละเอียดชั้นเชิงช่างร้ายเหลือด้วยการโยนคำถามให้คนดูตลอดเวลาว่าจุดเริ่มต้นที่เปิดมามันมีที่มายังไง ถ้าเอาตามมาตรฐานซีรีส์ที่เป็นงาน Original ของ NETFLIX เรื่องนี้ถือว่าจำนวนตอนเยอะกว่าปกติหรืออาจเยอะกว่าซีรีส์ที่ออกอากาศทางโทรทัศน์ด้วยซ้ำ แต่ความจริงที่เป็นคือตลอดเวลาที่ดูยาวนานไม่มีส่วนไหนที่ตัดออกได้เลยเพราะเล่าผ่านสามช่วงชีวิตหลักๆของคนสองคนที่เหมือนโชคชะตาล้อเล่น แน่นอนการเล่าเรื่องช่วงชีวิตที่กินเวลาสิ่งที่ใส่เข้ามาจึงเป็นคำถามล้วนๆกับชีวิตที่เป็นเรื่องธรรมดาเป็นเรื่องปกติแม้จะมีความเป็นโชคชะตาแต่ก็ใช่ว่าดูเกินจริง ทั้งยังเล่าด้วยชั้นเชิงที่ร้ายกาจเพราะวางเมล็ดพันธุ์ทางความคิดลงในสมองของคนดูตั้งแต่แรก แล้วค่อยๆรดน้ำพรวนดินให้เมล็ดพันธุ์นั้นเติบโตไปพร้อมกับตัวละครที่ต้องเจอกับเรื่องราวชีวิตที่ย่อมมีทั้งดีร้ายแถมยังไม่พอยังวางบุคลิกตัวละครที่ยังไงก็ต้องขบคิดว่าทำไมเพราะอะไรมากมาย เพราะมันเริ่มด้วยการท้าทายความคิดว่าก่อนจะมาถึงจุดเริ่มต้นคนสองคนต้องผ่านอะไรมาบ้างอย่างร้ายเหลือ หนักหน่วง หนักอึ้ง ดำดิ่งแต่ลงเอยงดงามเก็บเกี่ยวอารมณ์ในทุกมิติยิบย่อยเล็กน้อยเพื่อมาระเบิดในเวลาที่เหมาะสม ที่น่าสนใจคือเรื่องนี้มีเนื้อหาที่หนักหน่วงอารมณ์ที่ออกมาจะอึดอัดหนักอึ้งบางครั้งดิ่งลึกแต่กลับถูกเล่าด้วยโทนสีของภาพและเพลงที่ออกมาสวยใสสะอาดเหมือนสื่ออะไรบางอย่าง และเมื่อถึงตอนสุดท้ายสิ่งที่เป็นก็เหมือนกับที่อึนจุงบอกว่าอารมณ์เป็นสิ่งสำคัญจึงต้องค่อยๆเก็บเกี่ยวในทุกมิติยิบย่อยเล็กน้อยทุกกระเบียด แล้วเมื่อถึงเวลาก็ระเบิดมันออกมาจะทำให้กลายเป็นที่จดจำและนี่คือคำอธิบายเรื่องที่ว่านั้นเพราะต่อให้ตลอดเวลาจะหนักอกถอนหายใจในทุกตอนแต่เมื่อถึงตอนสุด้ายในบทสรุปทุกอย่างก็เหมือนระเบิดออกมา และเชื่อเถอะว่าคนดูจะเข้าใจต่อให้ไม่เข้าใจมาตลอดเรื่องจึงนับเป็นซีรีส์ที่มีบทสรุปหรือตอนสุดท้ายที่น่าจดจำเพราะเหลือเชื่อว่าจะมาลงเอยโทนนี้ทั้งที่กดคนดูจนจมดิ่งมาตลอดเรื่อง และความร้ายกาจคือเรื่องเหมือนค่อยๆเล่าไปเรื่อยๆเต็มไปด้วยความอึดอัดในความสัมพันธ์แต่ก็ประคับประคองมาได้ไม่สามารถปล่อยวางลง อาจเพราะชีวิตก็เป็นแบบนี้สุขทุกข์เศร้าคละเคล้าอยู่ที่คนใช้ชีวิตอย่างเราจะใช้มันอย่างไรและนั่นอาจกำหนดชีวิตเราเองหาใช่คนอื่น นี่คือการเล่าเรื่องชีวิตคนสองคนที่ได้ผ่านช่วงชีวิตมาด้วยกันที่ต่างฝ่ายต่างมีปมที่มีต่อกันหรือง่ายๆคือต่างฝายต่างอิจฉากันและกันแต่มันคนละบริบท ซึ่งสิ่งที่โหยหาของสองคนนั้นต่างกันของอึนจุงอาจเป็นเรื่องชีวิตพื้นฐานสภาพทางฐานะและสังคมซึ่งมันหาได้เมื่อเวลาผ่านไป แต่กับซังยอนกลับโหยหาความรักความอบอุ่นที่ไม่ใช่ว่าจะหาได้ง่ายๆและมันคือเรื่องภายในไม่ใช่ของนอกกายทำให้ทำใจรับลำบาก และเรื่องแบบนี้เองที่เป็นตัวกำหนดชีวิตเพราะเรื่องภายนอกก้าวข้ามได้แต่เรื่องภายในมันยากที่จะก้าวข้ามและหัวใจคือสิ่งที่เปราะบางที่สุดเมื่อมีอะไรมากระทบมันก็รู้สึก นั่นหมายความว่าแม้จะรู้ทั้งรู้ว่าชีวิตจะมีสุขมีทุกข์แต่มันห้ามไม่ได้ที่จะคิดและเก็บไว้ไม่ปลดปล่อยแล้วเมื่ออยู่คนเดียวความคิดมันพัฒนาไปได้หลายทิศทาง ทำให้เท่ากับว่าชีวิตเป็นของใครของมันอยู่ที่คนใช้ชีวิตเท่านั้นจะกำหนดชีวิตตัวเองและเรื่องนี้บอกเราแบบนั้น สุดๆไปเลยกับการแสดงของ "คิมโกอึน" กับ "พัคจีฮยอน" ที่ร้อยเรียงทุกความรู้สึกให้คนดูได้คิดตามและพยายามทำความเข้าใจ ถ้ามองให้ลึกนี่คือเรื่องของอึนจุงที่ต้องขบคิดด้วยความสงสัยว่าทำไมซังยอนจึงเป็นแบบนั้นเพราะเน้นหนักไปทางมุมของอึนจุงที่เหมือนถูกกระทำ แน่นอนมันคือเจตนาให้อึนจุงคิดหาเหตุผลและความชอบธรรมในการกระทำของซังยอนโดยเล่าเรื่องของคนสองคนส่วนคนอื่นคือตัวตกกระทบไม่เว้นแม้แต่สองซังฮัก แล้วการเล่าพื้นฐานที่ดีผ่านนักแสดงรุ่นเล็กส่งผลมาถึงคิมโกอึนกับพัคจีฮยอนจนไม่มีทางที่คนดูจะไม่คิดตาม ง่ายๆคือคนดูคิดในทั้งสองมุมความคิดของสองคนที่เป็นเพื่อนทั้งรักทั้งเกลียดคืออยากเกลียดก็เกลียดไม่ลง แล้วการมอบความคิดสุดดิ่งให้คนดูก็มาจากคิมโกอึนและพัคจีฮยอนที่ถ้าจะเอาให้ชัดคือการสวมบทเป็นตัวละครให้ได้ทุกมิติทั้งรักทั้งแค้นแต่เกลียดไม่ลงจนถึงสุดท้ายการสำนึกและการให้อภัยทุกอย่างสมบูรณ์แบบ จนกระทั่งว่าไม่สามารถมองหาใครคนไหนที่จะมาแทนสองคนนี้ได้เลยกับบทบาทที่ได้รับจากเรื่องนี้ ความเยี่ยมคือความแปลกที่มันไม่บันเทิงเลยสักนิดดูไปก็ถอนหายใจไปแต่ก็ถอนตัวไม่ได้สุดท้ายกลายเป็นเศร้าแต่งดงามเฉยเลย เรียบๆเรื่อยๆเล่าเรื่องพื้นฐานในชีวิตที่เกิดกับใครก็ได้ใครก็สามารถมีเพื่อนแบบนี้ได้ทั้งยังเหมือนไม่มีอะไรเร่งเร้าไม่มีจุดพีค ไม่มีอะไรมากระตุ้นหัวใจที่ใหญ่หลวงมีเพียงเรื่องธรรมดาสามัญที่เพื่อนกันจะมีต่อกัน แต่ที่มันแปลกคือต่อให้เหมือนไม่มีอะไรเร่งเร้าดูไปก็อึดอัดกับความสัมพันธ์ที่ทุกการพบเจอทุกการเผชิญหน้าจะต้องพยายามเข้าใจในความคิดของตัวละครแต่อยากหยุดไม่เอาแล้วก็ทำไม่ได้ ที่สำคัญมันไม่ใช่ความบันเทิงเลยสักนิดคืออาจมีบ้างที่ผ่อนคลายแต่โดยรวมแล้วมันอึดอัดระดมความคิดมาใส่คนดูอย่างไม่หยุดยั้งนั่นคือความคิดหาเหตุผล และนั่นคือเจตนาที่จะเก็บอารมณ์คนดูอย่างที่ว่าให้ไม่เข้าใจต่อให้พยายามเข้าใจมาทั้งเรื่องเพื่อที่จะระเบิดออกมาในที่สุดและทั้งที่ไม่เข้าใจมาทั้งเรื่อง สุดท้ายก็เข้าใจได้ในความโหยหาและไม่มีใครจนต้องทำร้ายเพื่อนที่กลายเป็นทำร้ายตัวเองที่สำคัญคือมันทลายกำแพงทุกอย่างลงจนสิ้นซากงดงาม ดูไปบ่นไป ขอบคุณภาพประกอบ ภาพปก 1,ภาพปก 2 จาก Instagram ggonekim ภาพที่ 1 / ภาพที่ 2,3,4,5,6,7,8 จาก Instagram netflixkr จะฟังเพลงหรือดูหนัง ซีรีส์ใหม่สุดปัง โหลดเลยที่ App TrueID โหลดฟรี !