รีเซต

สรุปรายได้หนังซัมเมอร์ 2026 ปีนี้กลับมาทรงพลัง ทุบสถิติร้อนแรงในรอบ 13 ปี

สรุปรายได้หนังซัมเมอร์ 2026 ปีนี้กลับมาทรงพลัง ทุบสถิติร้อนแรงในรอบ 13 ปี
Jeaneration
1 กันยายน 2569 ( 17:00 )
320

โปรแกรมหนังซัมเมอร์ 2026 ได้เดินทางมาถึงโค้งสุดท้่ายของฤดูกาลแล้ว ต้องยอมรับเลยว่าปีนี้วงการหนังฮอลลีวูดถือว่ากลับมาเรืองรองได้เปล่งประกายอีกครั้ง แม้ว่าจะเป็นปีนี้ที่เต็มไปด้วยหนังบล็อกบัสเตอร์ที่ทำผลลัพธ์ได้น่าพอใจมาก ๆ แต่ก็ยังมีอีกหลายเรื่องที่ทำได้ต่ำกว่ามาตรฐานที่คาดเอาไว้ แต่ใด ๆ แล้วผลลัพธ์ภาพรวมบ็อกซ์ออฟฟิศอเมริกาในซัมเมอร์ปีนี้ ก็สะสมยอดไปได้เฉียด 4.6 พันล้านเหรียญ ตลอดระยะเวลา 4 เดือนเต็ม กลายเป็นซัมเมอร์ร้อนแรงที่สุดนับตั้งแต่ปี 2013 ที่เคยทำเอาไว้ 4.75 พันล้านเหรียญ รั้งอันดับที่ 2 ของหนังซัมเมอร์ที่ทำเงินได้ร้อนแรงที่สุดตลอดกาล

ดาวเด่นประจำซัมเมอร์ปีนี้ก็คือ "Spider-Man: Brand New Day" การกลับมาสานต่อความปังเป็นครั้งที่ 4 ของทีมนักแสดงชุดนี้ที่นำโดย ทอม ฮอลแลนด์ ยังคงให้ผลลัพธ์ที่สตรองและครองความนิยมในหมู่แฟน ๆ เพราะปิดฤดูกาลนี้ไปด้วยตัวเลขเฉียด 900 ล้านเหรียญ โดยที่ยังรั้งตำแหน่งแชมป์หนังได้ต่อเนื่องกระทั่งจบซัมเมอร์ และหนังก็ยังเดินหน้าโกยเงินต่อไปเรื่อย ๆ พร้อมกับมีทีท่าว่าจะสร้างสถิติใหม่กลายเป็นหนังทำเงินสูงสุดตลอดกาลในอเมริกา แซงหน้า Star Wars: Episode VII - The Force Awakens (936 ล้านบาท) ได้แน่ ๆ ภายในอนาคตอันใกล้นี้

ขณะที่สถานการณ์ทั่วโลก Spider-Man: Brand New Day ก็ยังเจิดจรัสด้วยดี กับยอดสะสมที่ขยับไปสู่ 2.4 พันล้านเหรียญ แม้ว่าโอกาสที่จะได้เป็นหนัง 3 พันล้านเรื่องแรกของโลกจะค่อย ๆ เบาบางลงไปตามกระแสของหนังที่ลดหลั่งไปทีละน้อย แต่หนังก็เพิ่งจะแซงหน้า Avatar: The Way of Water (2.33 พันล้านเหรียญ) ขึ้นเป็นอยู่อันดับที่ 3 ของชาร์ตโลก และยังมีโอกาสจะแซง Avengers: Endgame (2.799 พันล้านเหรียญ) ไปรั้งอันดับที่ 2 ของหนังทำเงินสูงสุดตลอดกาลของโลกได้อยู่ในเวลานี้

"The Odyssey" ผลงานหนังมหากาพย์ฟอร์มใหญ่ที่ คริสโตเฟอร์ โนแลน ลองชิมลางสร้างหนังประเภทนี้เป็นครั้งแรก ก็ทำผลลัพธ์ออกมาได้น่าประทับใจในปีนี้ กับยอดในบ้านที่ 563 ล้านเหรียญ โดยที่หนังยังไม่ยอมหลุดจาก Top 5 ของบ็อกซ์ออฟฟิศไปไหน แม้ว่าจะเข้าฉายมาเกือบ 2 เดือนแล้วก็ตาม นี่คือหนังที่โกยเงินรายได้สูงสุดในอาชีพการทำงานของโนแลนเลยก็ว่าได้ โดยที่ตัวเลขรวมทั่วโลกก็ทะยานไปแตะ 1.55 พันล้านเหรียญ อย่างน่าประทับใจ

ตามมาไม่ห่างก็คือ "Toy Story 5" แอนิเมชันภาคต่อที่ยังสานต่อความสำเร็จของเฟรนไชส์อันดับต้น ๆ ของดิสนีย์ รั้งอยู่่ในอันดับที่ 3 ของหนังเด่นประจำซัมเมอร์นี้ กับรายได้ 478 ล้านเหรียญในอเมริกา พร้อมกับโกยเงินทั่วโลกไปได้ราว ๆ 1.13 พันล้านเหรียญ กลายเป็น ทอม สตอรี่ ภาคที่ทำเงินได้ดีที่สุดตลอดกาลภาคใหม่ไปโดยปริยาย และยังตอกย้ำความนิยมของเฟรนไชส์นี้ต่อไป เพราะนับว่าหนังทำเงินแตะพันล้านได้ 3 ภาคติดต่อกันแล้ว

กลุ่มหนังสยองขวัญทุนต่ำในซัมเมอร์ปีนี้ก็ทำผลงานได้ดีเด่นเช่นกัน ความสำเร็จสุดปังของ "Obsession" กลายเป็นปรากฏการณ์ที่โจษจันไปทั้งฤดู เพราะหนังสามารถโกยเงินในบ้านไปได้ถึง 263 ล้านเหรียญ รั้งอยู่ในอันดับที่ 4 ของหนังทำเงินสูงสุดในซัมเมอร์ปีนี้ ทั้งที่ใช้ทุนสร้างไม่ถึงหลักล้าน พร้อมกับฟันรายได้ทั่วโลกไปในระดับ 500 ล้านเหรียญ ถือว่าหนังเรื่องนี้โกยเงินทำกำไรได้ระดับ 500 เท่าจากทุนสร้างที่ใช้เลยทีเดียว

"Backrooms" อีกหนึ่งผลงานหนังเขย่าขวัญของนักสร้างเจน Z ก็เป็นอีกเรื่องที่โดดเด่น กวาดรายได้ในอเมริกาได้เกือบ 200 ล้านเหรียญจากทุนสร้างไม่ถึงสิบล้าน โดยที่ยอดรายได้ทั่วโลกก็เฉียด ๆ 400 ล้านเหรียญได้อย่างดงาม เรียกได้ว่าหนังเรื่องนี้หอบกำไรได้มหาศาล เกือบ ๆ 40 เท่าจากทุนสร้างที่หนังใช้ อีกทั้งยังมี "Insidious: Out of the Further" การกลับมาของจักรวาลวิญญาณตามติด ที่แม้ว่าจะเพิ่งเปิดตัวช่วงปลาย ๆ ฤดูกาล แต่แค่ 2 วีคแรกก็ฟันกำไรไปได้สวย ๆ แล้ว

เทรนด์การกลับมาสานต่อในภาคใหม่จากหนังดังคลาสสิกก็ยังเรืองรองได้ดีอยู่ เห็นผลลัพธ์ได้จาก "The Devil Wears Prada 2" หนังที่ทำหน้าที่เปิดฤดูร้อนปีนี้ เป็นอีกหนึ่งความสำเร็จที่โดดเด่นด้วยพลังของผู้ชมสาว ๆ โดยแท้ โดยหนังทำเงินในบ้านไปได้สวย ๆ ระดับ 220 ล้านเหรียญ กับยอดทั่วโลกที่ฟันไปได้เกือบ 700 ล้านเหรียญ เรียกได้ว่ากระฉูดเพิ่มขึ้นจากหนังต้นฉบับทำเอาไว้หลายเท่าตัว และตอกย้ำให้เห็นว่าหนังสำหรับคุณผู้หญิงก็ยังไปได้ดีอยู่บนบ็อกซ์ออฟฟิศ ถ้าเนื้อหาของหนังตอบโจทย์ด้วยดี

รวมทั้งความเฉิดฉายของ "Michael" หนังชีวประวัติราชาเพลงป็อบ ไมเคิล แจ็คสัน ที่แม้ว่าจะเป็นหนังที่ไม่ได้เปิดตัวในช่วงซัมเมอร์ แต่เป็นการเข้าฉายก่อนจะเข้าสู่ฤดูร้อน แต่รายได้หลัก ๆ ของหนังก็ล้วนแต่อยู่ในช่วงซัมเมอร์เป็นหลัก โดยหนังทำเงินเฉพาะช่วง 4 เดือนนี้ไปได้ถึง 242 ล้านเหรียญ กับยอดรวมทั้งหมดที่ 372 ล้านเหรียญ และยังสำเร็จไปทั่วโลกกับการเป็นหนังระดับพันล้านเรื่องที่ 6 ของโลกในปีนี้

แต่มีความปังแล้ว...ก็ย่อมต้องมีความแป้ก ซัมเมอร์ 2026 ก็นับว่าเป็นปีที่บล็อกบัสเตอร์หลายคอนเทนต์ต้องเผชิญหน้ากับสถานการณ์ที่ยากลำบากในด้านรายได้ โดยเฉพาะกับสตูดิโอยักษ์ใหญ่ อย่าง วอร์เนอร์ บราเธอร์ศ ที่เรียกได้ว่าตัวเลขปีนี้พลิกคนละขั้วกับความปังที่เคยทำได้เมื่อซัมเมอร์ 2025 เลยทีเดียว ผลงานหนังของวอร์เนอร์ฯ พลาดเป้าต่อเนื่อง ไล่มาตั้งแต่ "Mortal Kombat II" ที่เหมือนจะเจ็บตัวนิด ๆ เพราะทำเงินไปได้แค่เฉียด 80 ล้านเหรียญ ขณะที่ "The End of Oak Street" ช่วงปลายซัมเมอร์ก็เข็นไม่ขึ้น ล่าสุดเพิ่งทำเงินไปได้แค่ 46 ล้านเหรียญเท่านั้น

ส่วนที่เจ็บตัวแบบสุด ๆ ก็คงจะเป็น "Supergirl" หนังดีซีเรื่องล่าสุด ที่ปิดรายได้ไปอย่างน่าผิดหวังกับตัวเลขแค่เพียง 72 ล้านเหรียญในอเมริกา และรายได้ทั่วโลกได้มาแค่ 126 ล้านเหรียญ กลายเป็นหนังที่ชอกช้ำสุด ๆ ในซัมเมอร์นี้ เพราะหนังให้ผลลัพธ์ที่ขาดทุนกว่า 200 ล้านเหรียญ เนื่องจากหนังเรื่องนี้ใช้ทุนสร้างค่อนข้างสูงกว่า 170 ล้านเหรียญเลยทีเดียว สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้สั่นคลอนจักรวาลดีซียุคใหม่ไม่น้อย แต่ต้องยอมรับว่าเทรนด์หนังแอคชันและหนังฮีโร่ในปัจจุบันก็ยังไม่กลับมาฟื้นฟูได้ดีเท่าที่ควรจริง ๆ

ซัมเมอร์ 2026 อาจจะยังไม่ใช่ปีที่ดีของดิสนีย์ เพราะนอกจากความสำเร็จของ Toy Story 5 กับ The Devil Wears Prada 2 ก็ยังไม่มีเรื่องใดเข้าตาเลย "Moana" ฉบับไลฟ์แอคชันก็ทำเงินได้พลาดเป้าเป็นอย่างมาก ทำเงินไปได้เพียง 126 ล้านเหรียญ โดยที่ตัวเลขทั่วโลกเข็นไม่เข็นได้ไป 300 ล้านเหรียญนิด ๆ เท่านั้น ขณะที่ "The Mandalorian and Grogu" การกลับมาของอาณาจักรสตาร์วอร์สก็ไม่แรงอย่างที่คิด ท้ายที่สุดก็ฟันเงินไปได้แค่ 177 ล้านเหรียญ กับตัวเลขทั่วโลกราว ๆ 345 ล้านเหรียญ ยังมอบผลลัพธ์ที่ค่อนข้างขาดทุนเบา ๆ และล่าสุดกับ "The Dog Stars" หนังหายนะที่มอบผลลัพธ์รายได้ได้ระดับหายนะตั้งแต่ออกสตาร์ท หนังเพิ่งเปิดตัวปิดซัมเมอร์ไปหมาด ๆ กับรายได้แค่เพียง 8 ล้านเหรียญ โดยที่ใช้ทุนสร้างสูงกว่า 70 ล้าน เรียกได้ว่าจอดสนิทตั้งแต่เริ่มต้น

นอกจากนี้ยังมีหนังใหม่ของพ่อมดฮอลลีวูด สตีเวน สปีลเบิร์ก อย่าง "Disclosure Day" ที่ค่อนข้างทำเงินได้พลาดเป้า กับตัวเลขเพียง 116 ล้านเหรียญในอเมริกา กับอีกราว ๆ 240 ล้านเหรียญทั่วโลก แม้ว่าจะทำเงินแตะถึงหลักร้อยล้าน แต่หนังเรื่องนี้ก็ใช้ทุนสร้างไปค่อนข้างมหาศาลอยู่ กับอีกเรื่องที่เจ็บตัวสุด ๆ ในซัมเมอร์ปีนี้ก็คือ "Masters of the Universe" การปัดฝุ่นสร้างฮีโร่ในตำนานของยุค 80s ให้กับมาโลดแล่่นบนจออีกครั้ง มอบผลลัพธ์ในระดับหายนะ เพราะปิดรายได้ไปได้แค่เพียง 64 ล้านเหรียญ กับยอดรวมทั่วโลกที่ 113 ล้านเหรียญเท่านั้น เรียกได้ว่าเจ๊งสนิท จนทำให้หนังต้องรีบย้ายไปลงจอฉายทางสตรีมมิงแบบไว ๆ ทันที

-------------------------------------

>> ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID <<

หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย >> https://bit.ly/3xEgdAa