“I could die right now Clem, I’m just happy. I’ve never felt that before. I’m just exactly where I want to be.”การมีความรักก็เหมือนกับการนั่งรถไฟไปที่ไหนสักที่กับคนที่เรารัก และในทุก ๆ สถานีเราก็จะมีความสุข เราหัวเราะ หรือร้องไห้ ให้กับสิ่งที่เราทำด้วยกันจึงก่อเกิดเป็นความทรงจำที่ดีแก่กัน และเมื่อรถไฟที่เรานั่งมาด้วยกัน นำเราทั้งสองไปยังจุดที่สูงที่สุด ที่เราไม่รู้ว่าเราจะรอดหรือไม่ ถ้าเรารอดมาได้ก็ถือว่าโชคดี แต่ถ้ามันไม่ใช่ล่ะ แน่นอนว่ามันทิ้งแต่ความเจ็บปวดไว้ให้ อยากจะลืมไปซะแต่มันยากมากที่จะลืมใครสักคนที่เราเคยมีความทรงจำร่วมกันให้ออกไปจากหัว ถ้าเราลบความทรงจำเกี่ยวกับเขาคนนั้นไปได้ก็ดีสิEternal Sunshine of the Spotless Mind เป็นหนังรักดรามา โรแมนติก ไซไฟ เป็นเรื่องราวของ Joel ที่มีความรักกับ Clementine แน่นอนว่าความรักของทั้งคู่ไปไม่รอด โจเองนั้นรู้สึกผิดและอยากที่จะไปขอโทษ เคลเมนไทน์ แต่เมื่อเขาไปหาเธอกลับพบว่าเธอนั้นทำเป็นไม่รู้จักเขา เหมือนคนที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน มิหนำซ้ำเธอยังมีแฟนใหม่แล้วเสียด้วย เจ็บปวดเลยทีนี้ จนโจได้มาทราบทีหลังว่า เคลเมนไทน์ได้ทำการลบเขาออกไปจากความทรงจำของเธอแล้ว เมื่อรู้เช่นนี้แล้วมีหรือที่เขาไม่อยากจะลืมเธอ เขาจึงเข้ารับโปรแกรมการลบเคลเมนไทน์ออกไปจากความทรงจำบ้างการเล่าเรื่องของภาพยนตร์เรื่องนี้ บอกเลยว่าเริ่มดูในตอนแรก ๆ อ่ะงงมาก อิหยังว๊ะ (หัวเราะ) แต่พอดูไปเรื่อย ๆ ก็จะเริ่มเข้าใจสิ่งที่ภาพยนตร์สื่อออกมา จนถึงตอนท้ายของเรื่องก็จะรู้เรื่องและเข้าใจเรื่องราวทั้งหมดที่ผ่านมา ถือว่าดีเลยหลอกให้เรางง และก็ค่อย ๆ คลายปม และตัวละครมันก็เหมือนมีความขัดแย้งในตัวมันเอง อยากจะลบเขาออก แต่ความจริงแล้วไม่อยากเลย มันก็เลยพยายามที่จะทำให้นางเองไม่โดนลบออกไป ตามไปดูได้ว่าโจจะลืมเคลเมนไทน์ได้อย่างที่เขาต้องการหรือไม่ในเรื่องของการแสดง Kate Winslet แสดงออกมาได้ดี และน่ารักมาก ถ้าใครยังจำภาพอันสวยหรูดูแพงของเธอจาก Titanic ได้ บอกเลยพอมาดูเรื่องนี้คุณจะรักเคท ในแบบที่เป็น เคลเมนไทน์มากขึ้น เเละเราจะได้เห็นสีผมของเธอที่เปลี่ยนแทบไม่ซ้ำสีในเเต่ละช่วงเวลา จะมีซีนหนึ่งที่เราชอบมากก็คือ ซีนที่โจเเละเคลม ย้อนไปเป็นเด็ก เราจะได้เห็นเคทเเต่งตัวเป็นเด็กผู้หญิงผมบลอนด์ทอง ถือหมอนเข้าไปช่วย โจที่กำลังโดยถูกเด็ก ๆ รุมเเกล้ง เป็นฉากที่น่ารัก ชวนให้อมยิ้ม ส่วน Jimmy Carry แสดงออกมาได้ดีเช่นกัน เหมาะกับการเป็น loser สุด ๆ จะมีซีนหนึ่งที่เราจะได้เห็นเขาแสดงเป็นเด็กอายุ 4 ขวบ ที่งอแง แอบซ่อนอยู่ใต้โต๊ะ ซึ่งดูแล้วก็น่าขำ บวกกับเอ็นดูในเวลาเดียวกัน บอกเลยว่าฉากนี้ทำมาได้ดีมาก เราจะได้เห็นตัวจิมมี่ เล็กลงเเละตัวของเคทที่ใหญ่กว่าจิมมี่ Eternal Sunshine of the Spotless Mind เป็นภาพยนตร์ของคนที่อยากจะลืมใครสักคน แต่มันลืมยากทำไงได้ ถ้าเราสามารถที่จะลบคน ๆ นั้นให้ออกไปจากความทรงจำเราได้ก็ดีสิ ในความเป็นจริงแล้วมันไม่ได้ไง แกต้อง move on เท่านั้น และยังทำให้เชื่ออยู่ลึก ๆ ด้วยว่า ถ้าเราเป็นของกันและกันสุดท้ายเราก็จะมาเจอกันอยู่ดี See you next review :) Credit: https://www.imdb.com/title/tt0338013/mediaviewer/rm2954530560Credit: https://www.imdb.com/title/tt0338013/mediaviewer/rm4189203456Credit: https://www.imdb.com/title/tt0338013/mediaviewer/rm3895200512Credit: https://www.facebook.com/FocusFeatures/photos/