โหนกระแสร้อน! "ก๊อต" รับหลอกเงินมูลนิธิมาใช้ ส่วน "บุ๋ม ปนัดดา" ร้องไห้ ยันไม่รู้เรื่องพูลวิลล่า ด้านสอบสวนกลางจ่อออกหมายจับ!
โหนกระแส ก๊อต รับหลอกเงินมูลนิธิ จาก บุ๋ม ปนัดดา รายการ โหนกระแสเดือด! วันที่ 2 พ.ย. 69 ดำเนินรายการโดย “หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย” ผลิตในนามบริษัท ดีคืนดีวัน จำกัด ออกอากาศทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 12.35 น. ทางช่อง 3 กดหมายเลข 33 ยังเกาะติดมรสุมชีวิต “บุ๋ม ปนัดดา” และสามี “ก๊อต อธิป” หลังเผชิญข้อครหาทั้งเรื่องรุกป่าสงวน 100 ไร่ ปัญหาครอบครัว และปมร้อนเส้นทางการเงิน-เงินบริจาคของมูลนิธิองค์กรทำดี ตอนนี้บานปลายไปกันใหญ่
โหนกระแสร้อน! "ก๊อต" รับหลอกเงินสร้างมูลนิธิมาใช้ส่วนตัว "บุ๋ม ปนัดดา" ร้องไห้
โดยวันนี้สัมภาษณ์ “พลตำรวจตรีวิชัย สังข์ประไพ” อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล, “เอกภพ เหลืองประเสริฐ” ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด , “อ.เบียร์ คนตื่นธรรม” และ “ทนายสายหยุด เพ็งบุญชู”
ล่าสุดผู้บัญชาการสอบสวนกลาง บอกว่าน่าจะมีการออกหมายจับในเร็ววันนี้ ไม่น่าเกินสัปดาห์หน้าแล้ว ที่สำคัญที่สุด นักข่าวได้ถามว่าใครก่อน ผู้ชายหรือผู้หญิงก่อน ท่านยิ้มๆ บอกว่าบอกไม่ได้ เป็นไปตามหลักฐาน อ.เบียร์ ล่าสุดมีความกังวลใจ ทะเลาะกับออยศรี?
อ.เบียร์ : โอ้ย อย่าใช้คำว่าทะเลาะเลย จริงๆ ไม่ได้มีประเด็นอะไร เกิดจากมีคนมาถามในไลฟ์สดว่ารู้จักคนชื่อนี้มั้ย ก็บอกว่าไม่รู้จัก ใคร โซเชียลบอกว่าคนนี้โอนไปพันนึงแล้วไปร้องเรียน ก็เลยบอกว่าพันนึงร้องเรียนใหญ่โตขนาดนี้เลยเหรอ เขาก็เลยเอาให้ดู อ๋อ คนนี้เห็นข่าวอยู่ ก็เลยเป็นที่มาที่ไป แล้วคงมีคนไปเสี้ยมแหละ อาจารย์กำลังไลฟ์สดอยู่เขาก็เข้ามา คนบอกเขาเข้ามาแล้วๆ ก็ไม่รู้ว่าใคร เขาบอกเบียร์ มีคนโทรไปบอกว่าเบียร์พูดด่าสาดเสียเทเสียจริงมั้ย ก็บอกว่ากูไม่ได้ด่าอะไรนี่ สักพักเขาบอกว่าไม่รู้ มีคนบอกมา ก็เลยมาดู เห็นว่าเบียร์เรียกมา ก็บอกว่ากูไม่ได้เรียกมา ใครจะเรียกมึงมา กูจะเรียกมึงมาทำไม เท่านั้นแหละ เขาบอกไม่มีอะไร เขาไปนอนแล้ว เสร็จแล้วเขาก็ออกไปโพสต์บอกว่าอย่ามาเรียกเขามึงกูนะ ก็เลยพูดไปว่าถ้าไม่อยากให้เรียกมึงกู มึงก็ไม่ต้องเข้ามาในไลฟ์สด
สนิทกับบุ๋มมั้ย?
อ.เบียร์ : ไม่ได้สนิท แต่เจอกัน เราเห็นเขาทำงานเพื่อสังคม ก็มีไปสนับสนุนซัปพอร์ต มีโอนเงินเข้าไปช่วยเหลือด้วย ยอดเงินประมาณ 5 หมื่น แต่ของบริจาคเยอะ อย่างกลุ่มน้ำพริก ของแห้งต่างๆ นานา ของเยอะมาก น่าจะหลายแสน เหยียบๆ ล้านด้วยซ้ำ ถ้าของนะ น้ำพริกเอาไป 3-4 รอบ ให้เขาไปบริจาคให้ทหารบ้าง น้ำท่วมบ้าง ครั้งนึงก็ 5 พันกระปุก
บริจาคยังไง?
อ.เบียร์ : เอาของไปลงที่โกดัง ที่มูลนิธิคุณบุ๋มเลย เอาของแห้งไปให้ เอาข้าวสารไปให้ เอาไปบ่อย
ติดตามเรื่องราวคุณบุ๋มกับสามีมั้ย?
อ.เบียร์ : ก็ติดตามบ้าง
เอาจริงๆ จากใจ คิดยังไง?
อ.เบียร์ : ใจอย่างเดียวคือไม่อยากให้เป็นเหมือนเรื่องที่เขาคุยกัน ไม่อยากให้คุณบุ๋มมีส่วนรู้เห็นกับการจงใจเอาเงินมูลนิธิไปใช้ ที่เป็นประโยชน์ส่วนตน ใจปรารถนาดีเลยว่าไม่อยากให้เกิดขึ้น แต่ถ้าสุดท้ายแล้วมันจะเกิดก็คงต้องเกิด แต่อาจารย์เวลานี้ทำได้แค่ให้กำลังใจ สุดท้ายแล้วเราเห็นว่าเขามีมุมของความดี แต่ถ้าเขามีความชั่ว เขาก็ต้องได้รับผลความชั่วที่เขาสมควรแก่การทำ แต่อาจารย์มองในมุมว่าบางทีสังคมเราไปโฟกัสกันผิดจุด หมายความว่าเริ่มมีการซ้ำ โจมตี รวมทั้งบอกว่าต่อไปนี้จะไม่โอนเงินเข้ามูลนิธิกันแล้วเลิกโอนเถอะ มุมมองอาจารย์ตามหลักคำสอนพระพุทธเจ้า สอนว่าเราอย่าห้ามผู้อื่นให้ทาน ถ้าทำอย่างนั้น บุคคลนั้นไม่ควรคบ
เห็นหลักฐานแล้วคิดยังไง?
อ.เบียร์ : (หัวเราะ) ก็ยังยืนยันเหมือนเดิมว่าผิดก็ว่าตามผิด เราต้องว่าตามหลักฐานอยู่แล้ว มึงจะจี้กูให้ได้ (หัวเราะ) โดยความเป็นจริง เราตรงไปตรงมา ถ้าเขาผิดก็ผิด เนื่องจากอาจารย์ไม่ได้ติดตาม ติดตามแค่ฉาบฉวย ไม่ได้เห็นหลักฐานชัดเจน แต่ก็มีข้อเอ๊ะว่ามันก็มีหวั่นๆ ใจอยู่ ว่าคนที่เรามองว่าเป็นคนดีมาตลอด แต่มีประเด็นว่าเขาอาจไปทำสิ่งที่ไม่ดี ก็อาจมองในมุมนึงว่าสุดท้ายแล้วเขาคงล้มหรือพ่ายแพ้ในจุดที่เขามีกิเลสของเขา ตามเหตุปัจจัยของเขาเอง
พี่แต้มอาจเป็นบุคคลนึงที่รู้เรื่องนี้มาก่อน อาจไม่ได้เจาะจงว่าเป็นบุ๋มนะ แค่รู้ว่าพ่อพระแม่พระ?
รองแต้ม : ก่อนมีการจับกุมอัจฉริยะ ผมก็มีลูกน้องเยอะนะ เขาก็บอกว่านาย เดี๋ยวจะมีข่าวใหญ่ พ่อพระแม่พระต่างๆ อีกไม่นานเราก็รู้ว่าเป็นคุณอัจฉริยะ เราก็บอก อ๋อ นี่เหรอ เขาบอกเดี๋ยวมีอีกเจ้านาย มีพวกพ่อพระตัวเอ้และแม่พระ ผมก็ไม่รู้ว่าแม่พระคือใคร เพราะแม่พระหลายคนนะ ที่เขาทำความดี รับบริจาคช่วยเหลือสังคม ก็มีหลายคน เราก็คิดไปคนนั้นคนนี้ ปรากฏไปเจอคุณเดชาไปออกรายการ ก็คุยกัน ก็เป็นที่มาคุณเดชาไปเปิดว่าพี่แต้มรู้ว่ามีใครเป็นใคร แต่ตอนนั้นยังไม่รู้ชื่อ แต่เราก็อยู่ในข่าย ว่ามีใครบ้าง
หลังจากได้ยินแล้วทำยังไง?
รองแต้ม : ผมรู้อยู่หลายคน กลุ่มคนพวกนี้มีประเภทนี้เยอะมาก หน้าใสใจมาร ทำบุญทุนชาวบ้าน ไม่ได้ว่าน้องบุ๋มนะ สร้างชื่อเสียงให้ตัวเอง แล้วก็เม้มเอาเงินเข้าตัวเอง คนทำบุญเขาเต็มใจทำ คุณจะเอาไปไหนเขาไม่ว่า ขอแค่เขาได้บุญ ได้ความสบายใจแต่คนพวกนี้ได้ 100 นึง ไปทำ 10 บาท เอาเข้ากระเป๋าตัวเอง 90 คนพวกนี้ทำไปทำมา เสียงในจิตอาจจะดี แต่พอตัวเงินมันเยอะขึ้น ความโลภ กิเลสมันมา ก็ทำอะไรเสียหายขึ้น เงินพวกนี้จะมาจากชมรมบ้าง สมาคม มูลนิธิบ้าง ถ้าทำถูกกฎระเบียบไม่เป็นไร แต่พวกนี้เอามูลนิธิมาฟอกเงินแล้วใช้เล่ห์เหลี่ยมเอาเงินจากมูลนิธิเข้าตัวเอง มันมีเยอะมาก ยกตัวอย่างเช่น พอน้ำท่วมคุณบอกจะเอาเงินไปทำบุญ ถุงยังชีพแสนใบ คุณก็ไปเบิกมูลนิธิว่าจะทำแสนใบ แต่คุณอาจทำแค่หมื่นใบก็ได้ คนก็ไม่ได้ตรวจสอบ แต่เงินไหลไปมูลนิธิไปแล้ว นอกจากถุงยังชีพ ไปบอกมูลนิธิว่าถุงละพันบาท แต่คุณใส่ไปถุงละ 200 บาท คุณแฮพไปอีก 800 เงินที่ได้มาจากคนบริจาคก็วนมาที่คนก่อตั้งมูลนิธิ ชมรมเหมือนกัน ช่วยเหลือโน่นนี่ ยกตัวอย่าง มีบางชมรม ขอเงินสมาชิก 100 บาทต่อคนต่อปีเยอะมั้ย ปีนึงจ่าย 100 บาท น้อยมาก แต่ถ้าสมาชิกมีเป็นล้านคน 100 ล้านนะ เงินเท่าไหร่ เราก็มองตาปริบๆ พวกนี้ก็หากินกันแบบนี้ไง
คุณเอกก็เป็นอีกคนที่ลงข้อความว่าได้ยินได้ฟังเรื่องพี่บุ๋มแล้วเป็นห่วง คืออะไร?
เอกภพ : เราก็เห็นเท่ากันแหละพี่ (หัวเราะ) จริงๆ ผมก็ดูพี่บุ๋มว่าเขาเปิดเรื่องกันมาวันพุธ วันเกิดอาจารย์เดชา วันพฤหัสฯ ช่างเอ๋มารายการพี่หนุ่ม เปิดสลิปเส้นเงิน วันนั้นเราก็สองจิตสองใจว่าพี่บุ๋มเขาอาจไม่รู้เรื่องก็ได้ เนื่องจากมันเคลียร์คัตกับช่างเอ๋แล้วไปต่อคุณก๊อต ก็ภาวนาว่าถ้าพี่บุ๋มไม่รู้เรื่อง ด้วยเป็นวิญญูชน พอข่าวออกแกต้องไปแจ้งความ คนปกติพอรู้ปุ๊บต้องแจ้งความแล้ว แต่ผมไม่แน่ใจว่าจนถึงวันนี้ ไปแจ้งหรือยัง สำคัญนะครับ ผมไม่รู้นักกฎหมายให้คำแนะนำยังไง แต่ถ้าเป็นผม ผมต้องชิงไปแจ้งความก่อนเพื่อความบริสุทธิ์ใจ พอเรารู้เหตุเราไปแจ้งความ แต่ทันทีที่พี่บุ๋มแจ้งความ สามีอาจเป็นผู้ต้องหาแล้วนะ แต่วันนี้ยังไม่เห็นว่าแจ้งความมั้ย
พี่สายหยุดมองยังไง?
ทนายสายหยุด : ต้องดำเนินการอย่างใดอย่างนึง เพราะตอนนั้นเป็นประธานมูลนิธิอยู่ ถ้ารู้ว่าทรัพย์สินมูลนิธิมีปัญหา ตัวเขาในฐานะประธานมูลนิธิก็ต้องดำเนินการ แจ้งความหรืออะไรก็ว่าไป ก๊อตหรือสามีแจ้งเขายังไง เขาถึงโอนเงินไปที่ช่างเอ๋ แต่ก็ยังไม่มีการแจ้งความ
เอกภพ : สำคัญนะ ในฐานะที่ผมขึ้นศาลลงศาลบ่อย ศาลท่านก็มองว่าคุณทราบเหตุวันนี้ ทำไมไม่แจ้งความ ถ้าดึงระยะเวลานาน ก็เป็นข้อที่ศาลท่านพิรุธสงสัย
ทนายสายหยุด : ถ้าโดนหลอกจริงพยานหลักฐานก็อยู่กับตัวก่อน ไปแจ้งความได้เลย
เอกภพ : วิญญูชน เพราะรายการพี่หนุ่มเปิดชัดว่าข้อเท็จจริงมีการโอนจริง พี่บุ๋มก็รับเองว่าโอนไปเพราะสำคัญผิด เชื่อว่าเป็นเงินค่าก่อสร้าง แต่พอเรามาดูข่าววันสองวันก็เหนื่อยนะ เหนื่อยตรงที่พี่บุ๋มเชื่อว่าช่างเอ๋มาก่อสร้างมูลนิธิ พอวันสองวันที่ผ่านมามีคนก่อสร้างมูลนิธิตัวจริงโผล่มาว่าได้รับเงินโอนจากพี่บุ๋มเช่นดียวกันสองราย รายนึง 3.6 ล้าน อีกคนยอดกี่ล้านไม่รู้
เอ็มเหรอ?
เอกภพ : ใช่ มันก็เป็นข้อสังเกตว่า อ้าว พี่บุ๋มก็รู้น่ะสิ ว่าช่างที่ก่อสร้างมูลนิธิชื่ออะไรบ้าง ต้องไปถามว่าการที่โอนไปที่ช่างเอ๋มันด้วยเหตุอะไร โอ้โห มันพันอีนุงตุงนังเลย
ถ้าคุณก๊อตดูอยู่ ติดต่อเข้ามาได้ ผมพยายามโทรหาคุณก๊อตหลายสาย คุณก๊อตไม่รับโทรศัพท์เลย ส่วนคุณบุ๋มมีโอกาสส่งข้อความคุยกันบ้าง ทั้งสองคนถ้าอยากชี้แจงเรายินดีนะ จะได้ฟังอีกมุมนึงด้วย เส้นเงินของเอ๋ ผมว่าแปลก ที่องค์กรทำดีโดยบุ๋ม ปนัดดา โอนเข้าบัญชีนายอภิชาต 4.6 แสน ก.ค. 68 26 ก.ค.68 5.5 แสน, 4.5 แสน 27 ก.ค.68 6.5 แสน 30 ก.ค. 2 ล้าน ต่อเนื่องอีก 8 แสนกว่าบาท ช่วงนั้นคือช่วงอะไร?
เอกภพ : สงครามชายแดน
นี่คือ 3 ส.ค. 68 แสนกว่าบาท , 7.5 แสน, 2 ก.ย. 4 แสน ทั้งนี้ทั้งนั้น สิ่งที่เกิดขึ้น คุณบุ๋มบอกว่าเงินที่โอนไปให้อภิชาต เธอเข้าใจผิดว่าก๊อต บอกว่าอภิชาตคือคที่กำลังสร้างมูลนิธิที่คลอง 8 เงินทุกบาททุกสตางค์ที่โอนไปคือค่าสร้างมูลนิธิที่คลอง 8 ไม่รู้เลยว่าเอาไปสร้างบ้านที่ภูเก็ตเป็นพูลวิลล่า แล้วไม่ทราบว่าโอนเงินออกไป แล้วอภิชาตจะโอนไปให้ผัวเธอต่อ สิ่งที่เธอรู้อยู่อย่างเดียวคือโอนให้อภิชาติครั้งไหนนั่นคือการเอาไปสร้างมูลนิธิที่ปทุมฯ คลอง 8 พี่มองไง?
รองแต้ม : เวลามีเรื่อง คนออกมาชี้แจง สามารถชี้แจงได้ว่าทำอะไร จะจริงจะเท็จเดี๋ยวไปหาพยานหลักฐาน อยากถามคุณบุ๋ม คุณอภิชาต หรือแฟนเขา ว่าเงินที่โอนไปเป็นค่าอะไร เงินที่ได้มารู้แน่นอนมาจากเงินบริจาค แต่เอาเงินโอนไปให้คุณอภิชาตรู้มั้ยโอนค่าอะไร สมมติผมเป็นคุณบุ๋มโอนให้คุณอภิชาต ถ้าไม่รู้จักกัน แสดงว่าต้องมีคนให้โอน ก็เป็นแฟนเขาหรือเปล่าบอกให้โอน คุณบุ๋มก็โอนเงินไป แต่ต้องรู้ว่าโอนเป็นค่าอะไร แต่คุณบุ๋มจะพูดยังไงก็แล้วแต่ แต่ก็มีสองมุม โอนให้คุณอภิชาตค่าทำมูลนิธิหรือพูลวิลล่า แค่นี้ สองใครให้โอน
ก๊อตโทรเข้ามา ก๊อตดูรายการอยู่ สะดวกโฟนอินมั้ย ขอนิดเดียว?
ก๊อต : ครับ ชมรายการอยู่ครับ
พี่พยายามประสานหาคุณก๊อตหลายวันก่อน ไม่รับโทรศัพท์พี่เลย?
ก๊อต : ไม่สามารถรับได้จริงๆ ครับ ผมเครียดมากเลยครับ หลังเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้น ต้องขออภัยจริงๆ ทุกวันนี้ก็ยังเครียดอยู่ครับ
ทำไมวันนี้ถึงคิดจะคุย?
ก๊อต : วันนี้ผมขอใช้พื้นที่สื่อของพี่หนุ่มชี้แจงในส่วนของผมนะครับ จริงๆ แล้วในช่วงนั้น คุณบุ๋มเขางานยุ่งมากกับการลงพื้นที่ช่วยเหลือ เพื่อแบ่งเบาภาระคุณบุ๋มในการก่อสร้าง ผมเลยได้ดูแลการก่อสร้างมูลนิธิคลอง 8 เองทั้งหมดเลยครับ ทุกครั้งที่ผมแจ้งค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างกับคุณบุ๋มไป ผมจะแจ้งว่าเป็นค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างมูลนิธิคลอง 8 ทุกครั้งไปนะครับ
คุณก๊อตกำลังจะบอกว่าเงินทุกบาททุกสตางค์ที่คุณบุ๋มโอนเข้าไปหานายอภิชาต จะบอกว่าคุณไปหลอกคุณบุ๋มว่าเป็นเงินที่เอาไปทำที่ปทุมฯ เหรอ?
ก๊อต : ที่มูลนิธิคลอง 8 ทุกครั้งครับ
อย่าว่ากันนะ คุณพูดแบบนี้เหมือนเป็นการยอมรับคนเดียวหรือเปล่า ไม่ได้กล่าวหาคุณบุ๋มนะ?
ก๊อต : ครับ
คุณกำลังจะบอกว่าคุณยอมรับคนเดียวเหรอ?
ก๊อต : ครับผม ขออภัยพี่ ผมเครียดอยู่ครับ ขออนุญาตแป๊บนึง
จะบอกว่ารับจบคนเดียวใช่มั้ย ทุกอย่างที่พูดมีผลหมดนะ?
ก๊อต : คือเอาตรงๆ นะครับ ค่าใช้จ่ายที่ผมแจ้งคุณบุ๋มไปว่าเป็นค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างทุกครั้งเป็นของมูลนิธิคลอง 8 ทุกครั้งครับ
เงินโอนไปไหน?
ก๊อต : ผมต้องขออภัยด้วย เพราะข้อมูลดังกล่าวผมไม่สามารถตอบพี่หนุ่มได้จริงๆ มันจะมีผลกระทบต่อบุคคลอื่นและรูปคดีด้วยพี่ ขออภัยจริงๆ
เงินไม่ได้มีคุณใช้คนเดียวเหรอ?
ก๊อต : ขออภัยด้วยนะพี่ เอาตรงๆ เลยพี่หนุ่ม ผมไม่สามารถให้ข้อมูล ณ ตอนนี้จริงๆ ผมขอใช้พื้นที่สื่อตรงนี้
ที่ผมรับทราบจากคุณบุ๋ม ปนัดดา ก่อนหน้านี้คุณบุ๋มโทรหาผมเมื่อสัปดาห์ก่อน บอกว่าคุณไปขอเงินเธอ 10 ล้านเพื่อเอาไปใช้จ่ายกับบางสิ่งบางอย่าง เกี่ยวข้องกับการก่อสร้าง แล้วเธอไม่ได้โอนให้ คุณอุ้มลูกไป ผมต้องหาคนไปตาม จริงมั้ย?
ก๊อต : ผมไม่ขอให้ข้อมูลกับพี่หนุ่มดีกว่า เดี๋ยวจะมีผลกระทบกับหลายๆ เรื่อง ผมขอพื้นที่ชี้แจงเท่านี้ครับ สุดท้ายขอให้สังคมรับรู้ว่า อะไรที่ผิด ผมก็พร้อมรับผิดชอบครับ ขอบคุณมากๆ ครับ
เรื่องปลอมลายเซ็น จริงมั้ย?
ก๊อต : ผมขออภัยจริงๆ ผมให้ข้อมูลอะไรพี่หนุ่มไม่ได้จริงๆ ครับ
มีคนบอกว่าคุณเอาเงินไปทำให้บัญชีสวย เอาเงินไปแต่งบัญชีเพื่อสินเชื่อจริงมั้ย?
ก๊อต : อันนั้นก็ขออภัยจริงๆ ผมกลัวว่าจะมีผลกระทบกับคนอื่น แล้วมีผลกับรูปคดีจริงๆ
รองแต้ม : ที่โทรมา มีความประสงค์อะไรครับ
ก๊อต : เพื่อชี้แจงครับ เพราะทุกครั้งที่ผมแจ้งค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างกับคุณบุ๋ม ผมแจ้งว่าเป็นค่าก่อสร้างที่คลอง 8 ทุกครั้งครับ วัตถุประสงค์เดียววันนี้คือผมอยากยืนยันว่าทุกครั้งที่ผมแจ้งค่าใช้จ่ายกับคุณบุ๋มไป ผมแจ้งว่าเป็นค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างมูลนิธิคลอง 8 ทุกครั้งไปครับ
เอกภพ : ส่วนต่างที่ช่างเอ๋ และช่างเอ็มโอนให้คุณก๊อต ได้เอากลับไปสร้างมูลนิธิตามที่บอกมั้ย
ก๊อต : ผมต้องขออภัยจริงๆ เพราะผมไม่สามารถให้ข้อมูลตรงนี้ได้จริงๆ เดี๋ยวจะมีผลกระทบกับคนอื่นๆ ครับ
เอกภพ : ทุกครั้งที่คุณก๊อตขอเบิกเงิน ช่างเอ๋ก็หลายสิบล้าน ช่างเอ็มที่มีส่วนต่าง 12 ล้าน จำนวนมากขนาดนี้ พี่บุ๋มเชื่อคุณก๊อตว่าเอาไปสร้างมูลนิธิจริงๆ
ก๊อต : ที่คลอง 8 เท่านั้นครับ ใช่ครับ ทุกยอดทุกช่างครับ
เอกภพ : พี่บุ๋มมีถามมั้ย ทำไมยอดสูงขนาดนี้
ก๊อต : ไม่ครับ เพราะผมทำการก่อสร้างที่คลอง 8 เท่านั้นครับ
เอกภพ : การก่อสร้างทั้งหมดใช้เงินไปเท่าไหร่
ก๊อต : ข้อมูลทังหมดผมขออภัยจริงๆ ครับ
ถามจริงๆ บุ๋มรู้เรื่องพูลวิลล่าที่สร้างที่ภูเก็ตมั้ย?
ก๊อต : เอาอย่างนี้แล้วกันครับ ผมต้องขออภัยจริงๆ ผมขอใช้พื้นที่สื่อชี้แจงเฉพาะตรงนั้นอย่างเดียว ส่วนอื่นไม่สามารถให้ข้อมูลได้ตอนนี้เพราะจะมีผลกระทบกับคนอื่นและรูปคดี
คุณจะบอกว่าเงินทุกบาทที่บุ๋มโอนให้นายอภิชาต คุณเป็นคนบอกบุ๋มว่าเอาไปทำปทุมฯ?
ก๊อต : ถูกต้องครบ ที่โทรมายืนยันข้อนี้เท่านั้นครับ
ทุกบาททุกสตางค์?
ก๊อต : ครับ
ฉะนั้นบุ๋มจะไม่รู้ว่ามีการสร้างพูลวิลล่าอยู่ภูเก็ต เพราะคุณไปหลอกเขา?
ก๊อต : ไม่ทราบครับ
รองแต้ม : ตอนมีเหตุใหม่ๆ ทำไมไม่ออกมาชี้แจง
ก๊อต : ผมเครียดมากครับ ตั้งตัวไม่ทันจริงๆ เกิดสภาวะเครียดมาก ยังตั้งสติไม่ได้จริงๆ หลังเจอคุณบุ๋มหนึ่งครั้งวันนั้นก็คุยกันด้วยดี ทุกวันนี้ผมยังเป็นห่วง และส่งกำลังใจให้เขาตลอด ผมไม่ได้ไปไหน ยังเตรียมข้อมูลให้ครบถ้วนครับ
เจอบุ๋มล่าสุดวันไหน?
ก๊อต : สามสี่วันที่แล้วมั้งครับ เจอกันครั้งเดียว หลังจากนั้นโทรไปให้กำลังใจเสมอครับ ก็ยังเป็นห่วงครับ
ตอนไปทานข้าวกับคุณเอ๋ คุยเรื่องสร้างบ้าน?
ก๊อต : ผมขอไม่ตอบดีกว่าครับ เดี๋ยวจะมีผลกระทบกับส่วนอื่นๆ ผมให้ข้อมูลที่คลอง 8 อย่างเดียวพอครับ
คุณยืนยันว่าเงินทุกบาทที่บุ๋มโอนให้นายเอ๋ ผู้รับเหมาที่ภูเก็ต คุณบอกคุณบุ๋มว่าเป็นการเอาเงินไปทำที่มูลนิธิที่คลอง 8 เท่านั้น บุ๋มไม่รู้เรื่องการสร้างพูลวิลล่าที่ภูเก็ต ภาพไปกินข้าวกันคุณไม่ยืนยันข้อเท็จจริงตรงนี้?
ก๊อต : ครับผม
เอกภพ : พูลวิลล่าที่ภูเก็ต คุณก๊อตตั้งใจจะบอกคุณบุ๋มตอนไหนเพราะโฉนดที่ดินเป็นของคุณบุ๋ม ตั้งใจจะบอกเขาตอนไหนครับ
ก๊อต : ขออภัยจริงๆ ครับ ผมไม่สามารถให้ข้อมูลตรงนี้ได้ครับ
จะออกมาให้ข้อมูลทั้งหมดได้เมื่อไหร่?
ก๊อต : ผมเตรียมข้อมูลทั้งหมดอยู่ครับ น่าจะเร็วๆ นี้ครับ
ทราบมั้ย สอบสวนกลางจะออกหมายจับ?
ก๊อต : ไม่ทราบครับ
ทราบเลยนะครับ สอบสวนกลางจะออกหมายจับไม่เกินอาทิตย์หน้า จะพูดอะไรต้องพูดวันนี้นะ ผมว่ามันมีผล?
ก๊อต : ตอนนี้ผมยังเครียดอยู่ ผมขอชี้แจงกับพนักงานสอบสวนเท่านั้นครับ
สุดท้ายคุณสัญญาอะไรกับผมอย่างได้มั้ย ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น คุณจะทำผิดไม่ได้ทำผิดอะไรก็ตามแต่ ผมอยากให้ว่าไปด้วยตัวบทกฎหมาย อย่าไปคิดสั้น?
ก๊อต : ผมยังยืนยันครับ ผมลูกผู้ชายพอ สุดท้ายอะไรผิด ผมพร้อมรับผิดชอบ
คุณควรเข้าสู่กระบวนการ อย่าไปคิดนอกกรอบ หรือทำอะไรนอกกรอบ อยากจะขอ?
ก๊อต : ครับผม
คุณสัญญากับคนดูได้นะ?
ก๊อต : สัญญาครับ ขอบคุณมากๆ ครับ
เชิญพี่แต้มวิเคราะห์?
รองแต้ม : ออกมาก็เป็นส่วนหนึ่งในการแสดงบทบาทความรับผิดชอบในการแถลงครั้งนี้ รับผิดชอบเพื่อใครก็แล้วแต่ อย่างน้อยก็ได้พูดออกมา แต่บางทีสิ่งที่พูดก็ไม่ได้มีประโยชน์อะไรเลย ถ้าพูดอย่างนี้ก็มีการรับว่าโอนเงินไปจริง ต้องพิสูจน์ให้ได้ว่าเงินที่ออกไปนั้นทำมูลนิธิจริงหรือไม่ ถ้าเกิดไม่จริงก็จะขัดคำพูดคุณ เป็นโทษคุณเหมือนกัน แต่คุณบุ๋มโอนไปต้องรับผิดชอบอยู่แล้วเพราะเป็นเงินมูลนิธิ การโอนไป ต้องผ่านคณะกรรมการ ว่าไปตามนั้นครับ
เอกล่ะ?
เอกภพ : กำลังคิดว่าในโครงสร้างมูลนิธิ เวลาจะโอนเงินทำอะไรเงิน ต้องประชุมกรรมการมูลนิธิ คณะกรรมการต้องอนุมัติ แต่ว่าสิ่งที่คุณก๊อตพูด ผมว่าไม่ได้เป็นบวกกับพี่บุ๋มเท่าไหร่ เหมือนเป็นการรับสารภาพกลายๆ ด้วยซ้ำ อย่าลืมเวลาไปขึ้นศาล การที่คุณก๊อตพยายามรับจบคนเดียว แต่ศาลต้องถามว่ามันเป็นไปได้มั้ยที่การโอนจำนวนมาก ช่างเอ๋ก็ยอด 40-50 ล้าน ช่างเอ็มส่วนต่างอีก 12 ล้าน ช่างอีกคนอีก ผมว่าเม็ดเงินมันมากเกินกว่าสิ่งก่อสร้างมันมีที่มูลนิธิตอนนี้ด้วยซ้ำ ผมว่าพี่บุ๋มก็เป็นคนมีการศึกษาสูง มีความรู้มาก ด้วยวิญญูชนต้องไปดูหลายๆ อย่างเป็นองค์ประกอบ แต่ถ้าเขารับเมื่อกี้ เขาน่าจะให้รายละเอียดกับพี่หนุ่มมากกว่านี้สักนิดนึง ถ้าเขารับแล้วให้รายละเอียดเยอะกว่านี้ พี่บุ๋มอาจรอดก็ได้ แต่นี่คำถามง่ายๆ แกก็ไม่ตอบ
รองแต้ม : ต้องไปดูว่ายอดทั้งหมดเท่าไหร่ โอนไปส่วนไหนบ้าง ผ่านไปคุณเอ๋เท่าไหร่ ถอนมาเท่าไหร่ แฟนคุณบุ๋มต้องชี้แจงให้ได้ว่าเอาไปใช้อะไรบ้าง 1 2 3 ถ้ามีตัวรับอย่างเช่นเอาไปสร้างมูลนิธิ 80 ล้าน ถ้าคุณจ่าย 80 ล้านก็ยังพอเชื่อได้แต่ถ้ามี 80 ล้าน สร้างมูลนิธิ 40 ล้าน แล้ว 40 ล้านไปไหน มันวนกลับมามั้ย หรือคุณแฮพ ก็ต้องพิสูจน์ให้ได้ เพราะเดี๋ยวเวลามีคดีฉ้อโกงประชาชน มันเข้ามูลฐานฟอกเงิน มันก็จะตามเส้นเงินทั้งหมดดอกผลอะไรต่างๆ ที่ไปจากตัวเงินทั้งหมดต้องเอาเงินคืนมาให้หมดเพื่อคืนเป็นของแผ่นดิน ดังนั้นเขาพูดอะไรไม่ถูกต้อง ยังไงเดี๋ยวก็ตรวจสอบได้
เรามานั่งวิเคราะห์ ไม่ได้จะเป็นศาลเตี้ยอะไรนะ เพียงแต่เราวิเคราะห์ความน่าจะเป็น เขาเป็นนักกฎหมายกัน เขาจะรู้เรื่องราวกัน เป็นการวิเคราะห์ ความน่าจะเป็น มองยังไง?
ทนายสายหยุด : จริงๆ คิดว่าเขาพยายามตัดเองว่าเขาเป็นคนหลอกลวงภรรยาเป็นค่าก่อสร้าง แต่รายละเอียดให้ไม่ได้เลย ซึ่งไม่รู้รายละเอียดมีจริงหรือเปล่า โดยหลักการทั่วไป ถ้ามีอยู่จริงว่าเขาหลอกเมียเขายังไง แต่เขาไม่พูดเลย พอเขาไม่พูดอะไรเลย ก็ยิ่งดูอึดอัด สรุปว่าเขารู้กันหรือเปล่า การที่คุณบุ๋มเป็นประธานมูลนิธิไม่เกี่ยวกับมูลนิธิ เงินทุกบาททุกสตางค์เป็นเงินชาวบ้านที่เขาโอนรวมๆ กันไป ขั้นตอนวิธีดำเนินงาน เขาบอกแล้วว่าจะปลูกจะสร้างจะทำอะไร เขามีกรรมการ 4-5 คน สร้าง 40-50 ล้าน แบบอยู่ที่ไหน สัญญาอยู่ที่ไหน งวดงานเป็นยังไง แต่ละงวดต้องจ่ายแบบไหน มันต้องมีรายละเอียดที่ชัดเจน ไม่ใช่จบที่ให้สามีไปดู แล้วสามีเป็นใคร กรรมการก็ไม่ใช่ สถาปนิกก็ไม่ใช่ วิศวกรก็ไม่ใช่ คุณบุ๋มปัดความรับผิดชอบผมว่าไม่ได้เลยนะ
คุณก๊อตไปตั้งสติก่อน ถ้าโทรเข้ามาต้องมีรายละเอียดเชิงประจักษ์สักนิดนึง ไม่งั้นจะยิ่งเละ?
อ.เบียร์ : มันก็สุ่มเสี่ยงเนอะ ตอนแรกไม่ได้ฟังเขาพูด พอฟังเขาพูดมันก็เอ๊ะ คนนึงถ้าพร้อมปฏิเสธทุกอย่างร้อยเปอร์เซ็นต์ มันต้องอาจหาญ ต้องพูดเลยรายละเอียด ถ้าพร้อมรับสารภาพมันต้องบอกรายละเอียดทั้งหมด ต้องชี้แจง ถ้าจะสารภาพเพื่อปกป้องคุณบุ๋ม ต้องพูดทุกอย่าง หลอกยังไง กระบวนการเป็นยังไง ต้องเล่าตั้งแต่ 1 2 3 4 5 เพราะตัวเองเป็นคนทำ แต่พอพูดอย่างนี้วิญญูชนก็ตั้งข้อสังเกตได้ว่ามันไปคุยอะไรกันมาวะ รับไปก่อน เดี๋ยวรายละเอียดที่เหลือค่อยว่ากัน อาจคิดว่าถ้าตอบแค่นี้ทุกอย่างเขาคงปล่อยผ่านไปเอง แต่นี่คือรายการโหนกระแส ประชาชนรอคำตอบ พอฟังแล้วรู้สึก เมื่อกี้ถอนหายใจหลายถอนเหมือนกันนะ เพราะมันไม่ใช่การปกป้องคุณบุ๋มเลย มันดูเป็นการทำลายหนักกว่าเดิมด้วยซ้ำ
มายึกๆ ยักๆ ทำให้ข้อเท็จจริงไม่ปรากฏ ก็เหมือนที่อ.เบียร์บอกเลย ทำให้คนคิดว่าเฮ้ย มึงคุยกันมา ว่าเป็นแบบนี้ๆ รับแบบนี้แล้วกัน มึงจะได้รอด แต่สุดท้ายตร.ดูหลักฐานต่างๆ นานา เอกสาร เส้นเงิน?
รองแต้ม : เวลาตร.สอบสวนไม่ใช่แค่เรื่องเส้นเงินอย่างเดียว พยานบุคคล พยานวัตถุ พยานแวดล้อมสามารถประกอบกันได้ ถ้าเส้นเงินอย่างเดียวก็บอกไม่ได้ สิ่งที่จะยืนยันเส้นเงินคือพยานบุคคล พฤติกรรม พยานแวดล้อมต่างๆ เช่นใบขออนุญาตก่อสร้าง การโอนเงิน แจ้งมูลนิธิยังไง มันมีประกอบไปหมด
คุณก๊อตโทรเข้ามาใหม่ ตั้งสติดีๆ แล้วพูดตามข้อเท็จจริงดีกว่า พูดแบบนี้เหมือนไปกันใหญ่ เหมือนไปคุยกันมา ตอนพักเบรกก็โทรไปหาคุณก๊อตอีกที คุณก๊อตบอกว่าตอนนี้เขาไม่พร้อมจริงๆ บางเรื่องอยากเก็บไว้เป็นมูลฐานคดี เขาเลยส่งโทรศัพท์ให้ผมคุยกับทนายความของเขา ทนายเขาบอกว่าบางเรื่องเป็นข้อเท็จจริงซึ่งไม่สามารถจะพูดออกไปตรงนี้ได้ จะกลายเป็นเพลี้ยงพล้ำในมุมข้อกฎหมาย เขาเลยอยากเก็บเอาไว้ในมุมคดีของเขา พี่สายหยุดมองไง?
ทนายสายหยุด : ที่ผมกล้ามาพูดวิจารณ์ ผมคิดว่าเป็นเงินประชาชน ประชาชนเอามาบริจาค ไม่ใช่แชร์ลูกโซ่ ไม่ได้หลอกลวงลงทุนไง คนละความหมาย นี่คือเงินเขาทำบุญทำทาน ฉะนั้นคุณจะเคลียร์อะไรคุณเคลียร์เลย จะเคลียร์แบบไหน เอาไปจริงมั้ย เอาไปคนเดียวมั้ย ทอนเข้าตัวเองครั้งละกี่เปอร์เซ็นต์ ผมว่าพูดได้อย่างสบายใจ มันไม่ผิดเลย ผมก็นั่งคิดว่าไม่เห็นมุมนี้เลย ยิ่งทำให้อึดอัดเข้าไปใหญ่
ที่คุณก๊อตโทรเข้ามา เขายืนยันว่าเงินทุกบาททุกสตางค์ที่บุ๋มโอนเข้าอภิชาต เขาให้โอนเอง บุ๋มเข้าใจว่าอภิชาตสร้างมูลนิธิคลอง 8 ไม่รู้ว่าสร้างพูลวิลล่า?
รองแต้ม : ผมว่าสร้างพูลวิลล่า คุณบุ๋มต้องรู้ แต่ปัญหาคืองเงินที่ไป ไปใช้จริงอย่างที่เขาพูดหรือเปล่า การสร้างพูลวิลล่า บุ๋มไม่รู้ได้ยังไง บุ๋มต้องรู้
เขาเคยไปที่นี่ด้วย พอถึงเวลาบอกว่าไม่รู้ กลายเป็นการโกหกไปเลย ต้องพูดตามข้อเท็จจริง บุ๋มรู้ก็รู้ คุณโกหกก็คือโกหก ถ้าเอาไปเลี้ยงผู้หญิงคนอื่น ก็พูดตรงๆ ไปเลย ถ้าเป็นผมนะ ผมโดนจับได้ ผมบอกเลย แต่ผมจะพูดแนวนี้นะ เงินทุกบาททุกสตางค์ ผมเอาออกมาไปเลี้ยงผู้หญิงครับใช้อะไรก็ว่าไป?
ทนายสายหยุด : ถ้าโอนให้คนสร้างมูลนิธิจริง ต้องมีหลักฐานมาแสดงแล้วล่ะ มันแป๊บเดียว สเตทเมนต์คุณขอก็ได้เลย ถ้าช่างเอ๋โอนให้ก๊อต ถ้าก๊อตสร้างหรือทอนบางส่วน ต้องมีแล้ว
อาจารย์จะถามใช่มั้ยเอามาทำไม?
อ.เบียร์ : คดีพลิกเฉย เปลี่ยนโทน ไม่ว่ากัน ได้เลย
ล่าสุดทนายเดชาโพสต์ว่าได้ข่าวลือผู้รับเหมาบางราย ที่มีเส้นเงินกับมูลนิธิคุณบุ๋ม ติดต่อทนายโหนกระแสว่าความ ผมก็เลยโทรไปถามแกเลย ใครวะพี่เด ผมยังไม่รู้เรื่องเลย พี่เดบอกว่าเอ็มเขาให้แก้วดู โทรไปถามแก้วแล้ว แก้วบอกใช่ครับ เมียเอ็มโทรบอกผม เอ็มโทรหาพี่เด ส่วนเมียเอ็มโทรหาแก้ว ผมเลยบอกให้แก้วโทรหาพี่เดนะ จะได้รู้ว่ายังไง เหมือนที่ออยศรีพูด ชีวิตพวกเราเหมือนสายไฟในประเทศไทย มันพันกันมา แปลกจริงๆ พี่เดชาสนิทกับทนายตั้ม ทนายตั้มตีกับออยศรี ทนายตั้มสนิทกับบุ๋ม ออยศรีตีกับบุ๋ม บุ๋มรับทำคดีให้กัน ทนายตั้มไม่ถูกกับกัน อ.เบียร์ออกตัวให้บุ๋ม ออยศรีก็ฟาดอ.เบียร์ ตีกันอีกคู่นึง แต่พวกเราทุกคนได้แต่นั่งครับๆ รู้จักทุกฝ่าย เราจะอยู่ในสมการนี้เหรอ งงไปหมดแล้ว?
รองแต้ม : ตกลงอ.เบียร์จะเป็นผู้ต้องหาต่อมั้ย
อ.เบียร์ : เอี้ยวมาถึงนี่เลยเหรอ
แต่ไม่เป็นไร ถ้าวันนึงเขาดีกันขึ้นมา ผมมีมอนสเตอร์ แลป อาหารหมาชั้นดี ไม่ต้องไปซื้อที่ไหน เรากินกันเอง รายการอาจเป๋ๆ นิดนึง เพราะเราก็ไม่ได้เตรียมตัว ยังงงๆ กันอยู่ ว่าจะไปยังไงกันต่อ พี่แต้มมองยังไง ไม่เข้าใจทำไมบุ๋มไม่แจ้งความเขารับแล้วนะว่าเขาโกหกหลอกบุ๋ม?
รองแต้ม : ต้องตั้งหลักก่อน เงินตัวนี้เป็ฯของมูลนิธิ มูลนิธิเป็นผู้เสียหาย มูลนิธิต้องดำเนินคดีกับคุณบุ๋ม กับแฟนเขา เพราะเอาเงินไปโดยมิชอบ เอาไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ จะมาหลอกลวงมูลนิธิให้มูลนิธิเชื่อเพื่อเอาเงินไป คุณบุ๋มเป็นตัวแทนเก็บเงินไว้อันนั้นเราไม่รู้ แต่สิ่งที่คุณบุ๋มต้องชี้แจงคือองค์กรทำดี ซึ่งเป็นของตัวเขาเอง อันนั้นคุณบุ๋มเป็นผู้เสียหาย สามารถแจ้งความแฟนได้ เงินตัวนี้มีสองส่วน ถ้ามูลนิธิ มูลนิธิเป็นผู้เสียหาย แต่ถ้าองค์กรความดี คุณบุ๋มเป็นผู้เสียหาย ถ้าเป็นเงินองค์กรฯ คุณบุ๋มก็ไปแจ้งความ ถ้ามูลนิธิก็ต้องแจ้งความคุณบุ๋มหรือคุณก๊อต หรือคนที่เกี่ยวข้องเส้นเงิน
มูลนิธิก็มีตัวแทนเป็นคุณบุ๋มเอง?
รองแต้ม : เขาแต่งตั้งใครก็ได้ มูลนิธิจะมอบอำนาจให้คนใดคนหนึ่งดำเนินคดีก็ได้ ไปแจ้งความ
ที่ผ่านมากรรมการไม่เคยรู้เรื่องอะไรเลย?
รองแต้ม : เราต้องพิสูจน์ คุณบุ๋มขออนุมัติคณะกรรมการหรือเปล่า เพราะมูลนิธิบอกเลยว่าจะทำอะไรต้องมีข้อบังคับกำหนด เงินเท่าเท่าไหร่ ต้องไปยังไง ถ้าคุณไม่ทำตามนี้คุณก็ผิดแล้ว ที่สำคัญไปดูรายงานมูลนิธิ ปรากฎว่ามูลนิธิดันไปรับรององค์กรทำดีเป็นส่วนนึงของมูลนิธิมั้ง อนุญาตให้ใช้บัญชีนั้นเป็นของมูลนิธิเลย
ทนายสายหยุด : กรรมการรับรองให้ใช้บัญชีส่วนตัว ร่วมกับมูลนิธิไปเลย
องค์กรทำดีในอดีต เขาเปิดบัญชีชื่อองค์กรทำดีโดยนางสาวปนัดดา พอเปิดมูลนิธิปี 65 เปิดเป็นบัญชีมูลนิธิเหมือนกัน ถามว่าองค์กรทำดีต้องปิดมั้ย ต้องปิด เรี่ยไรไม่แล้วเพราะทับซ้อนกัน แต่สุดท้ายมูลนิธิเองกลับไปรับรององค์กรทำให้ดีให้เข้ามาอยู่ในมูลนิธิว่าใช้จ่ายได้ เงินทั้งหมดเลยเป็นเงินมูลนิธิโดยปริยาย แยกไม่ได้แล้วว่าเป็นเงินคุณบุ๋ม ปนัดดา เพราะกลายเป็นเงินของมูลนิธิไปเรียบร้อย เพราะมูลนิธิไปรับรองว่าสามารถใช้อันนี้ได้ อันนี้เป็นเรื่องใหญ่อีกอันนึง มุมพี่เองได้คุยกับทนายเพชรหรือยังที่ดูแลคุณบุ๋ม?
ทนายสายหยุด : เขาอยู่ระหว่างดูรายละเอียดว่าลูกความเขาถูกสามีหลอกจริงมั้ย การโอนไปเนี่ย โอนไปทำอะไรบ้าง เขาดูรายละเอียดเตรียมให้การ
รองแต้ม : ตามหลักการ ต้องพูดตรงไปตรงมาตามพยานหลักฐาน ถ้าไปทำอย่างอื่น มันจะกลายเป็นวัวพันหลัก มันแก้ยาก
ดาวแปดแฉก เปิดเรื่องจด 10 ตารางเมตร มันคืออะไร ใบอนุญาตสร้างสิ่งปลูกสร้าง 10 ตารางเมตร เพื่อใช้เป็นที่พักอาศัย 10 ตารางเมตร เขาให้หมาอยู่หรือเปล่า?
รองแต้ม : ต้องดูข้างบน บ้านพักอาศัย ความยาว 10 ตารางเมตร โดยมีที่จอดรถ ที่กลับรถ เวลาขอ เขาจะบอกเลย ถ้าขาย บ้านพี่หนุ่มซื้อกับผม จะมีพื้นที่ส่วนกลางเอาไว้
ไม่ใช่พี่แต้ม อันนี้เขาขอทั้งหมดที่สร้าง 10 ตารางเมตร?
ทนายสายหยุด : ผมรู้ทำไมเขาทำแบบนี้ เขาต้องการย้ายจากรามอินทรา 23 ไปตรงคลอง 8 ถ้าเราจะไปขอเลขที่เขา ไม่มีใบอนุญาตปลูกสร้าง อำเภอเขาไม่อนุญาตให้บ้านเลขที่ เลยทำมันเท่านี้ เพื่อขอบ้านเลขที่มาใส่ เพื่อย้ายมูลนิธิเท่านั้นเอง
จริงๆ มันถูกเหรอ?
ทนายสายหยุด : ไม่ถูกหรอก เขาบอกด้วยความรีบ ที่จะย้ายไปคลอง 8 แต่เขียนมาเท่านี้ มันไม่น่าอยู่ได้ถ้าพูดภาษาเรา
ด้วยเหตุผลนี้ ทำให้เทศบาลเขาสั่งหยุดก่อสร้างเลย?
เอกภพ : มันใหญ่โตทำไมขอแค่นั้น
ทนายสายหยุด : เขารีบไงพี่เอก ถ้าขอใหญ่จริงแบบที่เขาทำต้องขอแบบ ให้วิศวะลงรายละเอียดต่างๆ นานา ต้องใช้เวลา ก็เลยทำ 10 ตารางเมตร จะเรียกว่าเอาไปตบตาอำเภอ เพื่อขอบ้านเลขที่ก็ได้นะ
เอกภพ : ทำไมเขารีบขนาดนั้น
ทางเราไปถามมาแล้ว ทางฝั่งสำนักงานแจ้งว่าที่ไปขอมา เขาคิดว่าจะสร้างเท่านั้นจริงๆ ถ้ามีอะไรเพิ่มเติมจะมาแจ้งทีหลัง สุดท้ายพอเป็นประเด็นขึ้นมาไปตรวจสอบ พบว่าไม่ได้มาแจ้ง เขาเลยสั่งหยุด?
รองแต้ม : แบบนี้ก็ไม่ถูกต้อง เวลาคุณไปก่อสร้าง คุณต้องไปตรวจ คุณไม่ไปตรวจเลยหรือไง
“บิ๊กต่อ พลตำรวจโท ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย” ผู้บัญชาการสอบสวนกลาง เมื่อเช้าท่านให้สัมภาษณ์เรื่องราวไปถึงไหนแล้ว?
บิ๊กต่อ : อย่างที่ทราบ คุณออยศรีก็มาส่งหนังสือ ให้ข้อมูลกับเรา แต่สอบสวนกลางกำลังทำการสอบสวนเพิ่มเติมอยู่ ผมกำลังนัดประชุมหารือ และกำหนดแนวทางให้ชัดเจนอีกครั้งนึงครับ
เบื้องต้น เห็นว่ามีมูลค่าตัวเงินเกือบๆ พันล้าน เท็จจริงประการใด?
บิ๊กต่อ : เงินเข้าค่อนข้างเยอะ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นผมให้สัมภาษณ์ไป ว่าทั้งนี้ทั้งนั้นต้องเป็นไปตามข้อเท็จจริง ว่ามีการใช้เงินถูกต้องหรือไม่ถูกต้อง บางส่วนใช้เงินถูกต้อง บางส่วนใช้เงินไม่ถูกต้อง เดี๋ยวต้องดูตามข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานครับ
เงินไม่ถูกต้องเอาไปใช้ตรงไหนบ้าง?
บิ๊กต่อ : ตรงนี้ขออนุญาตประชุมกันก่อนครับ ทีมสืบสวนและทีมสอบสวนของเราก่อนครับ กำลังจะนัดประชุมครับ
นอกเหนือจากตัวบ้าน ที่โอนไปสร้างบ้าน มีเงินไปทำอย่างอื่นอีกมั้ย?
บิ๊กต่อ : มีครับ แต่ต้องพิสูจน์อีกที มีเงินโอนเข้าไปบางส่วน แต่บางทีเป็นชื่อคนบ้างเป็นอะไรบ้าง ต้องดูอีกที
มีใช้ส่วนตัวมั้ย?
บิ๊กต่อ : เดี๋ยวขอประชุมเร่งรัดอีกทีครับ
จะมีการออกหมายจับ?
บิ๊กต่อ : ถ้ามีความชัดเจน หรือเงินถูกใช้ผิดประเภท อันนี้เป็นความผิดชัดเจน เราจะดำเนินการเด็ดขาดต่อไปครับ
เรื่องนี้เข้าฟอกเงินมั้ย?
บิ๊กต่อ : มูลนิธิหรือคุณบุ๋มเป็นผู้ที่สั่งจ่ายเงิน ถ้าเราตรวจพบว่ามีผู้รับผลประโยชน์ นอกเหนือจากการดำเนินการของมูลนิธิ เช่นโอนไปผู้ได้รับผลประโยชน์ หรือมีการยักย้ายถ่ายเท เงินเปลี่ยนสภาพ เราพิจารณาอีกทีครับ
ถ้าเกิดมีการกระทำผิดจริง กรรมการทั้งหมดจะโดนด้วยมั้ย?
บิ๊กต่อ : มันขึ้นอยู่กับเงื่อนไข พฤติกรรม ผมยังไม่มีข้อมูล ต้องดูเป็นเคสๆ ไป
สามีคุณบุ๋มต่อสายเข้ามา แกยอมรับว่าแกเป็นคนหลอกคุณบุ๋มเอง ว่าเงินทุกบาทที่โอนจากองค์กรทำดี โดยคุณบุ๋ม ปนัดดา เข้าสู่นายอภิชาต คุณก๊อตหลอกคุณบุ๋มว่าจะเอาเงินทั้งหมดไปสร้างมูลนิธิที่คลอง 8 ท่านมองยังไง?
บิ๊กต่อ : ท้ายสุดเราต้องดูตามพยานหลักฐาน นิติวิทยาศาสตร์ ไม่ว่าจะเส้นเงิน พฤติกรรม อะไรก็แล้วแต่ที่เราดำเนินการ เพื่อพิสูจน์ทราบว่าคุณบุ๋มถูกหลอกจริงหรือเปล่า หรือร่วมกันกับคุณก๊อต อันนี้ต้องขอเวลาตร.ทำงานนิดนึง อันนี้ผมทราบจากทางเจ้าหน้าที่เหมือนคุณก๊อตให้สัมภาษณ์ประมาณนั้น แต่ต้องดูพยานหลักฐานครับ
แบบนี้ยอมรับแล้วใช่มั้ยครับว่าเอาเงินไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ เป็นการหลอกลวง?
บิ๊กต่อ : อันนั้นก็ส่วนนึง เป็นการยืนยันว่ามูลนิธิมีการนำเงินไปใช้ในส่วนอื่น กลายเป็นที่ภูเก็ต ก็ชัดเจนครับ
กลายเป็นการยืนยันว่ามูลนิธิโอนเงินไปที่ภูเก็ต?
บิ๊กต่อ : ครับ ส่วนคุณบุ๋มจะโดนหลอกหรือไม่โดนหลอก ต้องว่ากันไปตามพยานหลักฐานครับ
แต่คุณก๊อตพอพูดแบบนี้มันชัดเจนเลย?
บิ๊กต่อ : ใช่ครับ
หมายน่าจะออกที่ผู้หญิงหรือผู้ชายก่อนครับ?
บิ๊กต่อ : เดี๋ยวขอรวบรวมพยานหลักฐาน แล้วก็ดูพฤติกรรมประกอบ ทางนิติวิทยาศาสตร์ด้วย ขอสักอาทิตย์นึง วันนี้กำลังจะประชุมครับ
เรื่องข้อบังคับมูลนิธิข้อที่ 31 ประธานมูลนิธิถอนเงินได้ 5 แสน ถ้าเกินกว่านั้นต้องบอกให้กรรมการรับทราบ ถ้าคุณบุ๋มโอนออกมาเกิน 5 แสน แล้วไม่มีการปรึกษากรรมการก่อน ความผิดจะวนมาอาญาได้มั้ย หรือกรรมการจะผิดไปด้วยมั้ย?
บิ๊กต่อ : ผมพูดไปแล้วว่าถ้าผิดเงื่อนไขมูลนิธิ ต้องไปดูความผิดอื่นประกอบด้วย ตรงนี้ขออนุญาตดูข้อกฎหมายให้ชัดเจนอีกครั้งครับ
รองแต้ม : ต้องไปดูข้อตกลงอื่นว่าถ้าเกินกว่านั้น
ทนายสายหยุด : ให้ทำไปก่อนแล้วมารายงานให้ที่ประชุมทราบทุกครั้งไปครับ นี่คือตัวล่าสุดไม่ได้แก้ไข
จะยังไงต่อ คิดไม่ออกเลย?
รองแต้ม : ทั้งหมดจบด้วยกฎหมาย กฎหมายเท่านั้นจะเป็นคนดำเนินการทั้งหมด อะไรที่เกี่ยวข้อง ก็จบด้วยกฎหมายหมดแหละ พลิกแพลงไม่ได้
ที่สำคัญที่สุด ทำใจไว้นิดนึงก็ดี เพราะเอาตรงๆ ในฐานะผมรู้จักคุณบุ๋มอยากเป็นกำลังใจให้เธอ หวังว่าจะเป็นอย่างที่คุณก๊อตบอก คุณก๊อตหลอกแล้วเอาเงินออกมาใช้ แต่จริงๆ แล้วเส้นเงินสำคัญที่สุด?
ทนายสายหยุด : ถ้าโอนไปที่ก๊อต แล้วก๊อตโอนมาที่บัญชีใดบัญชีอื่นๆ ของภรรยา หรือไปใช้ผ่อนบ้าน ผ่อนรถ ชำระหนี้ธนาคารตามที่เขาพูดว่าซื้อมาไม่กี่ปีปิดหนี้หมดแล้ว อย่างนี้จะยิ่งชัดเลย แต่ต้องดูเส้นทางก๊อต
อาจารย์ สาดเลย เอามาทำไม?
อ.เบียร์ : มันเป็นไวรัลในติ๊กต๊อกเฉยๆ วันนั้นประกาศไปแล้วว่าเราไม่ได้มีประเด็นกับเขา คนเอาไปตีความมั่วซั่ว ว่าอาจารย์ไปดูถูกเรื่องเงิน 1 พันบาท เล่นใหญ่รัชดาลัย เงิน 1 พันไม่มีสิทธิ์เรียกร้องอะไรเลยเหรอ อาจารย์บอกว่าไม่ดูถูกเงิน 1 พัน แต่ใครที่ออกมาตรวจสอบใคร ควรออกมาในฐานะของบัณฑิต ไม่ควรออกมาในฐานะคนพาล ถ้าออกมาด้วยเจตนาดีให้มูลนิธิโปร่งใส ดูแลพี่น้องประชาชนและรักษาผลประโยชน์เงินบริจาค สมควรออกมาตรวจสอบเป็นเรื่องปกติ ไม่ใช่เราห้ามการตรวจสอบ อีกอย่างที่เราออกมา เราไม่ได้ปกป้องคุณบุ๋มปนัดดา มันหาว่าอาจารย์ดูถูกเงินพันนึง จะไปดูถูกเรื่องอะไร อาจารย์พูดในมุมว่าการที่คนสักคนจะออกมาร้องแรกแหกกระเชอ ตัวคุณเองต้องออกมาด้วยเจตนาดี อาจารย์พูดเรื่องเจตนา ไม่เกี่ยวกับจำนวนเงิน แต่ลักษณะอาจารย์เป็นคนพูดแบบนี้ มีการพูดให้ฟังว่าคนเขาโอนมากกว่านี้ เขายังไม่พูดอะไรเลย แล้วสอนต่อด้วยซ้ำว่าเวลาเราให้ทาน อย่าไปหวังสิ่งใดกลับคืนมา แต่ปัญหาคนในสังคม มันไม่ชอบฟังธรรมะไง มันชอบฟังคำยุยงปลุกปั่น พอมีคนแถลง คนเกลียดก็ซ้ำเลย ว่าดูถูกพันนึง แต่ไม่ฟังตอนปลาย ว่าเวลาเราให้อย่าไปหวังอะไรตอบแทน พอเขาฟังปุ๊บก็ไปเอาของอดีตหลวงพ่ออลงกตโพสต์
อาจารย์พูดเองไม่ใช่เหรอว่าเงินพันนึงก็เป็นเงิน คุณออยก็มีสิทธิ์ตรวจสอบได้ ทำไมวนกลับมาว่าดูถูกเงินได้ไง?
อ.เบียร์ : ก็นั่นไง มันตัดสั้นๆ แล้วเอาไปปั่นแบบสั้นๆ ว่าเงินพันนึงทำเป็นรัชดาลัยเธียเตอร์ มันเอาไปปั่นแค่นี้
วันนั้นอาจารย์พูด ผมดูอยู่ ว่าเงิน 1 พัน สามารถตรวจสอบได้?
อ.เบียร์ : แต่คนเกลียดเยอะไง เขาก็จะปั่นว่าดูถูก เงินบาทนึง พันนึง ไม่มีสิทธิ์เหรอ
วันนั้นผมดูอยู่ตลอดจริงๆ ว่าเงินพันนึงมีสิทธิ์ตรวจสอบได้?
อ.เบียร์ : พอดีทนายเดชาแกโพสต์ขึ้นมา ระวังนะเดี๋ยวออยศรีจะมาตรวจสอบมูลนิธิ มีลิสต์รายชื่ออาจารย์
ทนายธรรมราชก็ลง ประมาณว่าอาจารย์เบียร์เอาไปใช้ผิดวัตถุประสงค์?
อ.เบียร์ : ใช่ เขาบอกว่าอาจารย์เวลารับบริจาคอะไรเข้ามูลนิธิ ไม่เห็นมีวัตถุประสงค์จัดสถานซื้อที่ดินเพื่อปฏิบัติธรรมแต่เวลาเราพูดจะบอกเสมอว่าเราทำเพื่อสถานปฏิบัติธรรม สองเราทำเพื่อทำโกดังโรงทาน ช่วยเหลือผู้ประสบภัยต่างๆ ที่เกิดขึ้น แต่เขาบอกว่าไม่มี ก็มีคนเข้าไปคอมเมนต์ว่าข้อ 2.2 ไง มันมีเขียนอยู่
รองแต้ม : จริงๆ ข้อสามก็ครอบคลุมหมดแล้ว
อ.เบียร์ : ณ ตอนนี้ท้าเลยว่าใครอยากตรวจก็ตรวจเลย เพราะเงินยังไม่ได้จ่ายเลยแม้แต่บาทเดียว เงินเข้ามาในมูลนิธิทุกอย่างอยู่ครบถ้วน 100 เปอร์เซ็นต์ ปัจจุบันยังไม่คิดใช้เงินมูลนิธิแม้แต่บาทเดียว อย่างน้ำท่วมมีคนร่วมโอนเงินในมูลนิธิ แต่อาจารย์ประกาศแล้วว่าจะไม่ใช้นะ อาจารย์จะใช้เงินตัวเอง ช่วงน้ำท่วมใช้เงินตัวเองทุกบาททุกสตางค์ 2 ล้านกว่าบาท เพื่อนช่วยกันมา 9.2 แสน ส่วนอาจารย์ควักอีกล้านกว่าบาท โดยไม่ไปแตะเงินมูลนิธิแม้แต่บาทเดียว อยากมาตรวจก็มาเลย
ทนายสายหยุด : ผมว่าพี่บุ๋มไม่รอด แต่จะเป็นสนับสนุนหรือตัวการร่วมแค่นั้นเอง คนตั้งตัวเป็นประธานมูลนิธิ จดมูลนิธิแล้ว มีข้อบังคับ มีระเบียบ มีกรรมการ แต่ไม่ทำอะไรเลย สามีไม่ได้มีบทบาทเกี่ยวข้อง ผมว่าคำสารภาพนายก๊อตคนเดียวไม่ได้ทำให้พี่บุ๋มรอด
เอกภพ : ถ้าพี่บุ๋มจะรอด กระบวนการทุกอย่างต้องถูกต้อง ถ้าเกิน 5 แสนต้องขออนุมัติกรรมการ ถ้าเขามีหลักฐานกรรมการมีมติให้เบิกจ่ายได้ มีไลน์ผัวส่งมายืนยันว่าช่วยเบิกจ่ายนี่หน่อย ผัวต้องส่งเอกสารตั้งเบิกไปที่พี่บุ๋มขอเบิกเงินมานะ พี่บุ๋มก็มีโอกาสรอด แต่ต้องยืนยันตามเอกสาร 1 2 3 4 พี่บุ๋มต้องสู้ตามเวย์นี้เลยนะ แต่ทุกอย่างต้องถูกต้องหมด มีสัญญาจ้าง มีเอกสารตั้งเบิกทุกครั้งที่ผัวเบิกมา พี่บุ๋มเชื่อตามนั้น ก็มีโอกาสรอด แต่มันมีเอกสารมั้ย
ทนายสายหยุด : ตอนอาจารย์ไป เสร็จสี่อาคารหรือยัง
อ.เบียร์ : ด้านในกำแพงเสร็จหมด แต่ล่าสุดที่ไปมีสร้างห้องด้านในห้องใหม่ เพิ่งเสร็จใหม่ๆ เลย ส่วนศาลเจ้ากำลังก่อสร้างอยู่ที่นั่น คุณบุ๋มก็อยู่ตรงนั้น
ทนายสายหยุด : ก็เป็นปัญหาตรงนี้ คุณบุ๋มทำไมไม่เดินไปถามผู้รับเหมา มันแปลก
อ.เบียร์ : ล่าสุดก็เพิ่งเจอ มีรูปถ่าย คุณบุ๋มไปรับเอง ช่วงน้ำท่วมแพ็กของก็ไปที่นั่นเลย
ทนายสายหยุด : พี่บุ๋มจะไม่ถามเลยเหรอ กี่ล้านแล้วคะ จะเสร็จเมื่อไหร่ นี่เป็นข้อสังเกต
เอกภพ : พออาจารย์บอกว่าไปที่มูลนิธิบ่อย แสดงว่าพี่บุ๋มเห็นว่าผู้รับเหมาเป็นใครบ้าง พอโอนไปให้ช่างเอ๋ แสดงว่าเขาไม่เห็นช่างเอ๋ที่นั่นใช่มั้ย
ต่อสายหา “บุ๋ม” ทราบแล้วใช่มั้ยก๊อตเข้าสาย?
บุ๋ม : ทราบแล้วค่ะ (ร้องไห้)
สิ่งที่เขาพูดออกมา มีคนมองว่าเป็นผลดีและผลไม่ดี?
บุ๋ม : ค่ะ (ร้องไห้)
บุ๋มรู้มาก่อนมั้ยว่ามีการสร้างพูลวิลล่าที่ภูเก็ต?
บุ๋ม : ไม่ทราบค่ะ ไม่งั้นหนูจะโอน 9 แสนส่วนตัวไปสร้างบ้านได้ยังไงพี่
ไม่เคยรู้มาก่อนเลยเหรอ?
บุ๋ม : ไม่รู้ดิ ถ้ารู้จะขายได้ยังไง ที่ก็ชื่อหนูนะ หนูโอนเงินส่วนตัวไปสร้างบ้านหนูเองพี่ 9 แสน จะกลายเป็นพูลวิลล่าได้ยังไง
บุ๋มรู้ว่าจะมีการสร้างบ้านพักตากอากาศจริง?
บุ๋ม : ใช่ เป็นแค่บ้านส่วนตัว อยู่ที่ภูเก็ตแค่นั้นเอง
ตรงเปลี่ยนเป็นพูลวิลล่า 8 หลัง บุ๋มไม่รู้?
บุ๋ม : ไม่รู้ เพราะ 9 แสนจะเป็นพูลวิลล่าขนาดนั้นได้ไงพี่ ถูกมั้ย บ้านหนูอยู่ไหนยังไม่รู้เลยเนี่ย
เขาบอกยังไงเวลาให้บุ๋มโอนทีละหลายล้าน?
บุ๋ม : เขาส่งบีโอคิวอย่างที่พี่เห็นมาค่ะ ชัดเจนว่าโอนยังไง สร้างมูลนิธิยังไง สิ่งที่หนูเห็นคือมูลนิธิที่สร้างมาจริงๆ ทุกอย่างเห็นจากคลอง 8 มีโกดัง มีออฟฟิศ มีทุกอย่างขึ้น แล้วที่ก็เป็นชื่อมูลนิธิหมดเลย หนูก็เลยโอเค ทุกอย่างใส่ไปเลย บอกสร้างยังไง หนูก็ตามใบที่ยื่นมาเลยค่ะ
ตั้งแต่ลงเสาเลยหรือเปล่า?
บุ๋ม : ใช่ค่ะ ลงพื้นด้วยค่ะ
แต่มีเงินจากองค์กรทำดีบางส่วน โอนไปหาผู้รับเหมาส่วนตัวคลอง 8 ก็มีนะ?
บุ๋ม : ใช่ค่ะ เขาจะบอกอันนี้เกี่ยวกับเหล็กอันนี้เกี่ยวกับอันนี้ หลายๆ ฝ่ายค่ะ
มีประเด็นผู้รับเหมาคนแรกชื่อว่าเอ็ม บุ๋มรู้จักมั้ย?
บุ๋ม : คุ้นชื่อมากค่ะ เท่าที่หนูทราบเขาเป็นคนสร้างคนแรกเลยค่ะ แล้วคานบิดหมดเลย อันนี้หนูได้รับแจ้งจากพี่ก๊อตว่า เหมือนกับมียอดที่โอนไปทางเอ็ม แล้วเอ็มไม่มาแก้ไขงานค่ะ ณ วันนี้เขายังเป็นหนี้องค์กรทำดีอยู่เลยค่ะ
แต่จากข้อมูลที่เขาแจ้งมา องค์กรทำดีเป็นหนี้เขาอยู่นะ?
บุ๋ม : ใช่ค่ะ เขาพูดไปอย่างนั้นค่ะ แต่ทางพี่ก๊อตแจ้งหนูมาว่าเขาไม่มาแก้งานค่ะ ดังนั้นหนูถึงบอกว่าพี่ก๊อตต้องเอาเอกสารนี้ไปเคลียร์
บุ๋มเคยคุยกับเอ็มเองมั้ย?
บุ๋ม : ยังไม่เคยคุยเลยพี่ ไม่เคยคุยกับก่อสร้างคนไหนได้เลย เพราะพี่ก๊อตเป็นคนช่วยดูแลหมดเลยค่ะ ถ้าหนูรู้ พูดตรงๆ นะ ไม่ว่าจะเอ็ม - เอ๋ แล้วถ้าหนูรู้เหตุการณ์แบบนี้ หนูจะคุยกับเขาดีๆ เพราะหนูไม่ต้องการให้ใครมาเดือดร้อนเพราะมูลนิธิ พี่ก็รู้ว่าหนูรักมูลนิธิมากแค่ไหน ด้วยความสัตย์จริงค่ะ
มีเงินอยู่ก้อนนึง ย้อนกลับไปปี 67 ที่ฝั่งก๊อตบอกว่าเขาไปขายที่ได้แปลงนึง หลังจากนั้นเงินจำนวนนั้นถูกโอนไปบัญชีองค์กรทำดีโดยบุ๋ม ปนัดดา หลังจากนั้นเขาบอกเอ็มว่าเดี๋ยวขออนุญาตนะ ขายที่ได้ ลำบากใจมาก ขอโอนเข้าบัญชีพี่ก่อนได้มั้ย ทีละ 2 ล้าน จำนวน 6 ครั้ง 12 ล้านบาท แล้วหลังจากนั้นบัญชีของบุ๋ม โอนเงินทีละ 2 ล้านไปสู่ของเอ็ม เอ็มเลยถอนเงินสดออกมา จริงมั้ย?
บุ๋ม : อันนี้ไม่รู้เลย ไม่มียอดโอนมาเลยนะพี่ เขาจะโอนให้หนูทำไม
ก๊อตบอกเอ็มให้ถอนเงินสดให้?
บุ๋ม : จริงเหรอ เอาแล้ว หนูต้องรู้อะไรเพิ่มอีกมั้ยชีวิตหนูเนี่ย
ล่าสุดได้ข้อมูลมาแผ่นนึง อยากให้บุ๋มเห็น ยังไม่มีใครมี บุ๋มลองดูนะ เอาที่ทนายแก้วส่งมาเมื่อกี้ขึ้นมาดู ที่เป็นสลิป ในแชตบอกว่าได้ครับ พรุ่งนี้ส่งให้นะครับ เอ็มส่งไปหาว่าพรุ่งนี้รบกวนเบิกเงินสดให้หน่อยนะครับ จากนั้นมีเงินจากองค์กรทำดี โอนไปบริษัทเอ็ม ธนาคารไทยพาณิชย์ จำนวนเงิน 2 ล้าน วันที่ 26 ก.ย.67 เวลา 24.14 น. โอนจากบัญชีองค์กรทำดีโดยบุ๋ม ปนัดดา?
บุ๋ม : ค่ะ ก็เขาเป็นผู้ก่อสร้าง หนูก็ทำตามที่พี่ก๊อตบอกเลยค่ะ
ตอนนั้นสร้างอะไร?
บุ๋ม : เริ่มสร้างฐานอาคารแรกเลยค่ะพี่
แต่เอ็มบอกค่าก่อสร้างที่เป็นเสา เขารับแค่ 3 ล้านนะ?
บุ๋ม : อ้าว
แต่เงินที่โอนไปทั้งหมด 12 ล้าน บอกเป็นค่าที่ดินที่ทางฝั่งก๊อตไปขายที่ดินได้?
บุ๋ม : งั้นพี่ต้องโทร.หาพี่ก๊อตแล้วค่ะ
คุณก๊อตเขาไม่ตอบอะไรเลย?
บุ๋ม : อ้าว แล้วจะให้หนูตอบอะไร เป็นเรื่องที่เขาคุยกันสองคนพี่
แต่เป็นบัญชีบุ๋ม?
บุ๋ม : เข้าใจ อันนี้หนูถึงบอกว่าหนูปฏิเสธไม่ได้ ว่าหนูไม่ผิดอะไรเลย
บุ๋มได้ขออนุมัติกรรมการที่มูลนิธิมั้ย?
บุ๋ม : นี่คือข้อเสียที่หนูไม่ได้ขออนุมัติค่ะ
สัญญาแบบแผน สัญญาปลูกสร้าง แบบทำไมไม่ทำอะไรเลย?
บุ๋ม : สัญญาปลูกสร้างแบบ พี่ก๊อตเป็นคนทำค่ะ เขาบอกหนูอย่างนั้นค่ะ
เวรกรรม?
บุ๋ม : เขาเป็นฝ่ายดูแลหลังบ้านให้หมดเลยค่ะ ตอนแรกเขาแจ้งว่าตอนแรกเป็นช่างเอ็ม แล้วช่างเอ็มทำงานแล้วเบี้ยว ต้องทุบทิ้งจริงๆ ก็กลายเป็นช่างเอ๋ เท่านี้ค่ะ เท่าที่หนูรับทราบข้อมูลค่ะ นี่หนูก็เปิดกับพี่หนุ่มแบบจริงใจเลยนะ พูดตรงๆ ว่าหนูเครียดมาก อย่างที่ทุกคนน่าจะทราบ เพราะหนูเจออะไรหลายๆ อย่างในเวลานี้ เพียงแต่ว่า...
ทำไมบุ๋มไม่ไปแจ้งความ?
บุ๋ม : ไม่ใช่ไม่แจ้งค่ะ แจ้งค่ะ แต่ยังไม่ได้แจ้ง ทนายเพชรกำลังจัดการค่ะ
แจ้งความก๊อต?
บุ๋ม : ใช่ค่ะ มันไม่ทำไม่ได้พี่ พูดตรงๆ เพียงแต่หนูต้องดูแล้วเตรียมเอกสาร ไม่ใช่จู่ๆ อยากเดินไปแจ้งโดยไม่มีหลักฐานอะไรเลย มันไม่ได้ เพราะหนูแบกหลายสถานะมาก หนูต้องรับผิดชอบหลายๆ อย่าง ไหนจะข่าวทุกอย่าง คนที่กระหน่ำหนู ตอนนี้หนูแบกหลายอย่างในเวลาเดียวกัน
ทนายสายหยุด : เวลาตั้งเบิก มีใบวางบิลส่งมาให้มั้ย
บุ๋ม : มีค่ะ ใบวางบิลพี่ก๊อตส่งมาให้ค่ะ แต่บางทีเขาถ่ายรูปมา หรืออะไรมา เดี๋ยวหนูขอเวลารวบรวมค่ะ
ทนายสายหยุด : เท่าที่ทราบทำบัญชีมูลนิธิปิดไม่ได้มาสองปี เพราะขาดเอกสาร
บุ๋ม : ใช่ค่ะ เพราะเขาก็ตามจากพี่ก๊อตนี่แหละค่ะ ติดอยู่ที่พี่ก๊อตคนเดียวเลยค่ะ หนูถึงพยายามต้องเคลียร์และตามทุกอย่าง ทำไมที่ผ่านมาหนูถึงยังไม่ขยับอะไร เพราะรอเอกสาร ไม่ใช่เราอยู่ๆ ตู้มๆ แจ้งๆ เลย
ทนายสายหยุด : ปิดไม่ได้ตั้งแต่ปี 67 ปี 68 ยังให้นายก๊อตดำเนินการอยู่ ที่ผมกล้าพูดเพราะเพื่อนผมคนนึงเป็นกรรมการ คือพี่เปิ้ล กำลังเดือดร้อน ผมก็ถามพี่เปิ้ลเขาบอกว่าปิดไม่ได้ ตามเอกสารเท่าไหร่ก็ไม่ได้
บุ๋ม : ใช่ พี่สายหยุด แต่พี่เปิ้ลที่ผ่านมาเขาอยู่ฝ่ายเอกสารหลักฐาน และในส่วนช่วยคดีความ แต่ส่วนบัญชีเป็นพี่อีกคนเขามาดูแล ดังนั้นหนูให้ทางนั้นตามกับพี่ก๊อตโดยตรง ซึ่งพี่เปิ้ลก็ไม่ทราบเรื่องมาก่อน ต้องตัดพี่เปิ้ลออกก่อนนะ ต้องเคลียร์อย่างนี้ก่อน
อันดับแรกที่แนะนำได้คือบุ๋มต้องรีบไปแจ้งความวันนี้เลย เพราะก๊อตยอมรับแล้วว่าเขาโกหก เขารับไปแล้ว ส่วนอันอื่นๆ บุ๋มลองไปคุยกับทนายเพชรดู?
บุ๋ม : นี่หนูกำลังเดินทางไปเจอทนายเพชรเลยค่ะ หนูคงต้องจัดการค่ะ เพราะหนูไม่ไหวแล้ว ยิ่งนับวันเปิดมาทีละดอกๆ แบบนี้ หนูก็รับไม่ได้เหมือนกันค่ะ ยังไงต้องแจ้งค่ะ สบายใจได้ ตอนนี้ไม่มีใครบริหารมูลนิธิค่ะ หยุดดำเนินการทุกอย่าง หนูยินดีเข้าสู่กระบวนการ
พูดแบบใจๆ กับทุกคนเลย บุ๋มไม่หนีไปไหนแน่นอน บุ๋มยินดีเข้าสู่ทุกกระบวนการของตร. เพียงแต่ว่าวันนี้ทำไมยังไม่แจ้งความ คือบุ๋มขอคุยกับทนายก่อน เพราะการขยับตัวหรืออะไรตอนนี้มันมีผลทางกฎหมายหมด ถูกมั้ยพี่ อันนี้พี่สายหยุดน่าจะทราบเนอะ ไม่ว่าหนูจะทำอะไร พูดอะไร หรือพูดอะไรกับพี่หนุ่มก็ตาม ตอนแรกทุกคนบอกว่าอย่าพูดออกโหนกระแสนะ หรืออย่าออกรายการ อย่าพูดกับสื่อนะ แต่บุ๋มรู้สึกว่าพี่หนุ่มช่วยบุ๋มตอนตามหาลูก วันนี้พอมาฟังแบบนี้ (ร้องไห้)
บุ๋มอยากแสดงความจริงใจกับทุกคนค่ะ อยากขอบคุณด้วยค่ะ หนูได้ยินทั้งกำลังใจ ทั้งคนที่อาจรอฟังคำตอบหรืออะไรก็ตาม บุ๋มอยากยืนยันตรงนี้ว่าบุ๋มไม่หนีไปไหน แล้วบุ๋มพยายามทำให้ดีที่สุด เอาความจริง เอาทุกอย่างมาเคลียร์ตรงนี้ ให้เห็นความตั้งใจว่าเจตนาบุ๋มคืออะไร แต่ถ้าแจ้งความ แจ้งความแน่นอนค่ะ
ทุกครั้งบุ๋มกดโอนเงินเอง?
บุ๋ม : ใช่ค่ะ เพราะเป็นบัญชีที่ใช้เงินของมูลนิธิได้อยู่แล้ว เราประกาศมาตั้งนานแล้วว่ามีสองบัญชี บัญชีนึงเป็นบัญชีหลัก บีนึงเป็นบัญชีที่ใช้มานานแล้ว เป็นบัญชีที่ถูกประกาศมาอยู่แล้วค่ะ ทุกครั้งต้องมีการสแกนใบหน้าค่ะ นั่นคือสิ่งที่บุ๋มต้องรับผิดชอบค่ะ
เอกภพ : ในฐานะคนรู้จักกัน พี่บุ๋มต้องไปแจ้งความให้เร็วที่สุด การที่จะรอดจากเรื่องนี้ ต้องหลักบริสุทธิ์ พอเรารู้ว่ามีคนนึงหลอกเรา เอาเงินไปโดยหลอกว่าเอาไปใช้อย่างอื่น พี่บุ๋มต้องเร่งแจ้งความ ตอนนี้คนสงสัยทำไมไม่เร่งแจ้งความ
บุ๋ม : หนูถึงบอกว่าหนูกำลังรวบรวมหลักฐาน สองหนูกำลังฟังทนายความ เขาบอกให้ใจเย็นก่อน หนูพยายามทำตามทุกอย่าง
ทุกย่างก้าวมีผลเสียหมดเลย อย่างน้อยต้องแสดงความบริสุทธิ์ใจว่าเราโดนหลอก?
บุ๋ม : ได้ค่ะ
เอกภพ : บุ๋มไม่เคยปรึกษามูลนิธิเหรอ เวลาโอนเงินทุกครั้ง
บุ๋ม : มีบ้างค่ะ เรื่องการเราจะสร้างมูลนิธินะ จะพูดแค่นี้ แต่การโอนเงินหรืออะไร ทุกคนให้เกียรติบุ๋มหมดเลย บุ๋มผิดเองไม่ได้ผ่านขั้นตอนเป๊ะนั่งประชุม เพราะเรารู้ว่ามันต้องสร้าง มันต้องทำ มันต้องเร่ง ถ้าใครได้มาดูหน้างาน จะรู้ว่าของมันมาเยอะมากค่ะ มันไม่มีโกดังไม่ได้ เราไม่สามารถแพ็กถุงยังชีพ เก็บน้ำเก็บข้าวสารกลางแดดได้ค่ะ เพียงแต่ว่า ณ วันนั้น บุ๋มก็คงไว้ใจเขาจริงๆ ว่าเขาจะสร้างอยู่หลังบ้าน ถ้าทุกคนย้อนไปดูไทม์ไลน์ได้เลย บุ๋มอยู่หน้างานชายแดนสลับน้ำท่วมตลอดเวลา แล้วบุ๋มไม่ได้อยู่กรุงเทพฯ เลยพี่
คู่สัญญาที่กรุงเทพฯ เป็นคู่สัญญาระหว่างใครกับใคร?
บุ๋ม : เป็นคู่สัญญามูลนิธิค่ะ ทำกับบริษัทผู้รับเหมา มูลนิธิต้องไปแจ้งความค่ะ
แล้วกับเอ็ม?
บุ๋ม : พี่เอ็มด้วยค่ะ
มีกี่บริษัทที่รับเหมา?
บุ๋ม : หลักๆ คือสองหรือสามนี่แหละค่ะ
บริษัทอื่นโอนผ่านก๊อตหมดเลยใช่มั้ย มีโอนโดยตรงไปผ่านก๊อต?
บุ๋ม : ใช่ค่ะ เพราะเขาบอกว่าเป็นค่าแรงคนงานที่มาช่วยขนของบ้าง ค่าพิเศษจุกจิก ที่เขาสามารถซื้อเองได้ไม่ต้องผ่านก่อสร้างนี่แหละค่ะ
ก๊อตมีส่วนเกี่ยวข้องอะไรในมูลนิธิ?
บุ๋ม : ถ้าในนามกรรมการ ไม่มีค่ะ มันเหมือนกับมาเป็นผู้รับเหมา ถ้าเขามาดูหลังบ้านค่ะพี่
บุ๋มเอ้ย?
บุ๋ม : หนูไว้ใจเขามากเลยนะ
เอกภพ : ได้มีที่มติกรรมการในมูลนิธิก่อนมั้ยว่าจะให้คุณก๊อตมาดูเรื่องก่อสร้างมูลนิธิ
บุ๋ม : มันไม่เชิงเป็นการประชุมหลักค่ะ แต่เป็นการบอกกันว่าพี่ก๊อตมาดูหลังบ้านให้พวกเรานะ
เอกภพ : รายงานการประชุมมีมั้ย
บุ๋ม : ต้องไปตามค่ะ หนูว่ามีนะ
ลายเซ็นการอนุมัติการขอสร้าง ขอมิเตอร์ไฟ บุ๋มเป็นคนเซ็นหรือเปล่า ที่มูลนิธิและที่ภูเก็ต?
บุ๋ม : ภูเก็ตไม่ใช่ หนูไม่เซ็นอย่างนั้นพี่หนุ่ม อันนี้ต้องแจ้งความเรื่องนี้ด้วย หนูไม่เซ็นอย่างนั้น
มีเรื่องลายเซ็นปลอมด้วย?
บุ๋ม : ถูก เอาอย่างนี้ ขออนุญาตวิ่งไปเจอทนายก่อน ถ้าต้องแจ้งความยังไง เดี๋ยวหนูจะแจ้งพี่หนุ่ม
ต่อสายหา “ทนายเพชร” ทนายคุณบุ๋ม ปนัดดา คงได้รับฟังไปแล้ว เหตุทั้งหมดที่เกิดขึ้น มองเรื่องราวเหล่านี้ยังไง?
ทนายเพชร : พี่บุ๋มเขาให้เกียรติพี่หนุ่มมากเลยนะ ในทางคดีผมแถลงไปแล้วว่าอยากให้เข้าสู่กระบวนการ แต่ในเมื่อวันนี้เขาพูดอย่างนี้จากที่ผมฟังรายการอยู่ เนื่องจากผมเพิ่งได้รับการแต่งตั้งเป็นทนายความพี่บุ๋ม
จะถอนตัวเลยเหรอ?
ทนายเพชร : ไม่ใช่ครับ ผมจะอธิบายสาเหตุว่าทำไมยังไม่แจ้งความ เราในฐานะนักกฎหมาย การจะแจ้งความใครสักคน ผมต้องสืบหาข้อมูลและพยานหลักฐานก่อน ผมไม่ได้ทำตามกระแสสังคม ที่ผ่านมา ผมพยายามล้วงความจริงจากคุณก๊อตว่าเป็นอย่างไร เขาไม่เคยยอมรับความจริง จนกระทั่งวันนี้ ที่ผมเห็นในรายการ เมื่อเขาพูดอย่างนี้แล้ว มันก็ไม่มีทางเลือกอื่นนะครับ ต้องเข้าสู่กระบวนการไป อะไรที่คุณบุ๋มผิด ผิดระเบียบหรือไม่ผิดอยู่แล้วครับพี่ แต่มีเจตนาฉ้อโกงหรือไม่ หรือเป็นคนที่ถูกหลอกมาอีกทีนึง ตรงนี้ให้ขึ้นอยู่กับพยานหลักฐาน ถ้าผิดระเบียบ ผิดข้อบังคับ และต้องรับผิดชอบต่อมูลนิธิ ผมบอกคุณบุ๋มแล้วว่าถ้าต้องหมดตัว ขายบ้าน ขายทุกอย่างเพื่อชดใช้มูลนิธิก็ต้องทำ ถ้าถึงขั้นผิดเข้าสู่กระบวนการ เราก็ต้องเข้า เราจะรับทุกอย่างอย่าสง่าผ่าเผย ไม่ปฏิเสธรับผิดในทางแพ่ง ส่วนทางอาญาถ้าผิดก็ขึ้นอยู่กับพยานหลักฐานครับ
เท่าที่ทนายเพชรคุยกับคุณบุ๋ม วันก่อนบอกว่าบุ๋มนัดเจอก๊อต ก๊อตว่าไงบ้างตอนนั้น?
ทนายเพชร : เรื่องนี้เป็นความลับของลูกความ ผมไม่สามารถบอกได้ว่าวันนั้นผมไปคุยอะไรกับใครมา แต่ผมบอกได้ว่าทุกอย่างผมจะประมวลข้อเท็จจริงเพื่อหาทางออกที่ดีที่สุด ถ้าผมต้องคุยกับคุณก๊อต ผมก็ต้องคุยเพื่อหาความจริงว่าเรื่องเป็นอย่างไรครับ
สลิปโอนจากองค์กรทำดี ไปผู้รับเหมา ยกตัวอย่างนายเอ๋ จะไปสู้มุมไหนว่าบุ๋มโดนหลอกให้เชื่อ แต่สุดท้ายนายอภิชาตโอนกลับไปให้ก๊อตเอง มีหลักฐานอะไรไปโต้แย้งได้เหรอ?
ทนายเพชร : ทุกอย่างเป็นไปตามเส้นเงินอยู่แล้ว แต่สิ่งหนึ่งที่ยืนยันได้จากคุณบุ๋ม ลองสังเกตดูถ้าคุณบุ๋มตั้งใจเอาเงินนี้มาเป็นของตัวเอง เขามีวิธีการตั้งเยอะแยะ ถอนเป็นเงินสดก็ดี หรือโอนให้ก๊อตโดยตรงเลยก็ได้ ถ้าเขาไม่ได้ถูกก๊อตหลอก ทำไมต้องโอนให้ช่างเอ๋ แล้วให้ช่างเอ๋โอนให้ก๊อต ทำไมไม่เบิกถอนเงินสด โอนให้ก๊อตโดยตรงเลย
เพราะมันโต้งเกินไป?
ทนายเพชร : ผมไม่ได้บอกว่าคุณบุ๋มไม่ผิดนะครับ แต่ ณ ตอนนี้ผมมีเวลาทำงาน 3-4 วัน ผมย้ำคุณบุ๋มแล้วอย่าเพิ่งออกข่าว แต่ถ้ามีพยานหลักฐานเป็นยังไง คนทำผิด ใครทำผิดก็เข้าสู่กระบวนการไป แต่อย่างที่แจ้งความ ตรงใจกับผมเลย แต่ขอเป็นพรุ่งนี้เช้านะครับผมรวบรวมพยานหลักฐาน นัดนักข่าวเลยนะพรุ่งนี้ 09.30 น. ที่กองปราบเลยนะครับ คุณบุ๋มต้องไปด้วย
แจ้งข้อหาอะไร?
ทนายเพชร : หนึ่งเราต้องใช้มูลนิธิในการแจ้ง ที่เห็นแจ้งสองคน คือคุณก๊อต ซึ่งเขารับแล้ว อีกคนคือทางผ่านทางการเงิน ไม่อยากเอ่ยชื่อ
คือเอ๋?
ทนายเพชร : ครับ จริงๆ ผมไม่อยากพูดอะไรมากมายเลยครับพี่แต่ในเมื่อลูกความผมเขาเกรงใจพี่ เขาโฟนอินไปโดยไม่ฟังผม ผมก็ต้องแก้ไขปัญหาอย่างนี้แหละครับ
อย่าไปว่าเขาเลย ผมเป็นคนโทรไปเอง?
ทนายเพชร : ก็ต้องว่าครับ เพราะเขาไม่ฟังผม ถ้าเขาไม่ฟังผมอยู่อย่างนี้ผมก็จะพิจารณาว่าจะทำต่อมั้ย
เขาอาจร้อนใจก็ได้ อย่าไปดุเขาเลย?
ทนายเพชร : เขาเป็นคนป่วยต้องฟังหมอครับ เขาเป็นคนมีคดีก็ต้องฟังผมครับ
ที่แน่ๆ พรุ่งนี้ไปแจ้งความ?
ทนายเพชร : 9 โมงครึ่งครับเตรียมตัวครับ
กังวลใจมั้ย ไปแล้วโดนแจ้งข้อกล่าวหาเลย?
ทนายเพชร : ยินดีเข้าสู่กระบวนการครับ จะช้าจะเร็วก็เข้าสู่กระบวนการอยู่แล้วครับ ถ้าไปพรุ่งนี้แล้วรู้เรื่องมันก็ดีครับ
ไปแล้วตร.แจ้งเลย?
ทนายเพชร : เขาก็ต้องพาไปฝากขัง คิดว่าจากกระบวนการที่ผ่านมา เราไม่เคยหลบ ไม่เคยหนี ไม่เคยปฏิเสธการรับผิด ผมเชื่อว่าศาลให้ความยุติธรรมครับ
ในกระบวนการฉ้อโกงประชาชน อาจไม่มีการปล่อยออกมานะ?
ทนายเพชร : ก็ยินดีครับ ถ้าสุดท้ายศาลเห็นสมควรยังไง ทุกคนต้องเคารพคำสั่งศาลครั้ง
เสี่ยงมั้ย?
รองแต้ม : อย่างที่บอก แจ้งความต้องมีพยานหลักฐานพอสมควร อยู่ดีๆ จะไปบอกว่าแจ้งความตรงนี้ ตร.ถามมีหลักฐานอะไรบ้าง คนไปแจ้งความต้องมีพยานหลักฐานพอสมควรให้ตร.สามารถรับแจ้งความและแจ้งข้อหาได้ ไปแจ้งความในฐานะผู้ร้องทุกข์หรือผู้กล่าวโทษ ก็ตามที่ทนายเพชรพูด ถูกแล้ว
ทนายเพชร : ขอบคุณมากครับพี่แต้ม นี่แหละที่ผมยังไม่แจ้ง แต่วันนี้ผมได้ความชัดเจนจากคุณก๊อตจากที่พยายามบี้เขามาตลอด ก็เพิ่งได้วันนี้ คิดว่าเพียงพอสำหรับวันพรุ่งนี้ครับ
ที่ผ่านมาเคยถามแต่เขาไม่ยอมรับ จนมาวันนี้ถึงได้ยอมรับว่าเขาเอาเงินคุณบุ๋มไป บุ๋มเองก็บอกว่าบุ๋มเข้าใจว่าที่ภูเก็ตคือบ้านพักตากอากาศของเขาเอง ส่วนพูลวิลล่าบุ๋มไม่เคยรู้เรื่องเลย เงินที่โอนไปเข้าใจว่าเป็นคลอง 8 มูลนิธิ โอนเงินไปให้ ถึงมีของขึ้นมาที่คลอง 8 ถ้าเป็นมุมนี้ ก๊อตเหมือนใช้เงินเข้ากระเป๋าซ้าย ออกกระเป๋าขวา?
ทนายเพชร : สิ่งที่คุณบุ๋มยืนยันกับผม ผมสอบคุณบุ๋มอย่างหนักแน่น ว่าต้องพูดความจริงกับผม ผมสอบว่าทุกครั้งคุณเอ๋โอนเงินให้คุณก๊อต คุณก๊อตเคยโอนกลับมาให้คุณบุ๋มมั้ย เขาบอกว่าไม่เคยนะครับ อันนี้ถ้าเขายังไงเส้นเงินต้องปรากฏอยู่แล้ว
เชิญสื่อได้เลย?
ทนายเพชร : ถ้าผู้บัญชาการอนุญาตให้แถลงข่าวที่นั่น ก็ขออนุญาตท่านด้วยนะครับ
เขาไม่ให้เข้าไปข้างในแล้ว?
ทนายเพชร : ก็แล้วแต่ระเบียบการของเขาครับ
เพชรก็เหนื่อย?
รองแต้ม : คำพูดคำจาเขาเก่งนะ
เขาเคยออกโหนกระแส เป็นคนพูดจาชัดเจน ชัดถ้อยชัดคำ เป็นคนเก่งคนหนึ่ง พี่เดชา กิตติวิทยานันท์ โทรมา เอาไงต่อ พรุ่งนี้ทนายเพชรจะพาคุณบุ๋มไปแจ้งความนายก๊อตที่กองปราบเก้าโมงครึ่ง?
ทนายเดชา : เหรอ ก็ว่ากันไป ทุกคนก็ต้องเอาตัวรอด ถ้าทำผิดก็ต้องดิ้นรน อยู่เฉยๆ ไม่ได้หรอก
ก๊อตรับจบเอง เขาเองเงินไปเอง?
ทนายเดชา : อันนั้นพอจะทราบแล้วว่าเขารับจบ แต่เท่าที่ผมทราบ แหล่งข่าวที่ได้มา พนักงานสอบสวนเขาดูเส้นเงินเป็นหลักนะ ไม่ได้ดูคำพูดว่าผมผิดเอง ไปหลอกเขา โกหกเขา พนักงานสอบสวนไม่ได้ดูตัวนี้นะ เขาพิจารณาเส้นเงินว่ามาจากไหน โอนเงินจากบัญชีบริจาคหรือไม่ เงินบริจาคทำตามวัตถุประสงค์ที่ไปโฆษณาชวนเชื่อทางโซเชียลหรือไม่ สามเงินที่โอนไป ผิดวัตถุประสงค์ หรือไปใช้ส่วนตัว หรือทุจริต เขาดูแค่นี้เอง เท่าที่ทราบ
ถามจากใจพี่จริงๆ พี่คิดว่าบุ๋มรู้เรื่องนี้มั้ย?
ทนายเดชา : เอาตรงๆ เท่าที่ถามลูกความ เขาบอกว่ารู้ครับ ที่เขารู้เพราะเอ๋เล่าให้ฟังว่าเคยเจอบุ๋มสามครั้งที่ภูเก็ต นี่ข้อแรกนะ ข้อที่สอง เอ๋เคยทวงหนี้ ไปที่บ้านคุณบุ๋มด้วยครับ อีกหลายครั้งเรื่องการทวงเงินที่ค้างชำระ ฉะนั้นส่วนตัวผม ผมฟังจากช่างเอ๋ ก็น่าเชื่อว่าบุ๋มน่าจะรู้ทุกเรื่อง ส่วนคุณบุ๋มก็ยังเป็นผู้บริสุทธิ์นะ
คุณบุ๋มบอกว่าแกรู้ที่ภูเก็ตสร้างบ้านจริง แต่เป็นบ้านพักตากอากาศ ไม่ใช่พูลวิลล่า?
ทนายเดชา : เท่าที่ตรวจสอบเอกสาร ที่ดินเป็นของคุณบุ๋ม การปลูกสร้างทำอะไรต่างๆ การลงทุน โอนเงิน เจ้าของที่ดินต้องรับรู้รับทราบ การสร้างบ้านใช้เวลานานพอสมควร เท่าที่ลูกความเล่าให้ฟัง สร้างมาแล้ว 3 หลัง ก็ใช้เวลานานนะ การจ่ายเงินหลายครั้ง คุณบุ๋มโอนหลายครั้งหลายหน ถ้าจะไม่ทราบ ต้องอธิบายให้พนักงานสอบสวนดูว่าไม่ทราบเพราะอะไร ทำไมโอนหลายครั้ง เงินจำนวนมาก แล้วมีลักษณะโอนไปช่างเอ๋ แล้วโอนไปที่สามี ไม่ทราบเลยเหรอ ก็ต้องไปอธิบาย จำนวนเงินพนักงานสอบสวนให้ความสำคัญนะ
มองยังไงจะมีการออกหมายจับเร็วๆ นี้?
ทนายเดชา : เป็นเรื่องปกติ เพราะเป็นลักษณะคดีฉ้อโกงประชาชน พรบ.คอมพ์ฯ ฟอกเงิน มีเส้นเงินจำนวนมาก การยื่นคำร้องและออกหมายจับ ก็คิดว่าเป็นปกติของคดีประเภทนี้อยู่แล้ว ผมก็เป็นกำลังใจให้คุณบุ๋มนะ ผมไม่มีเรื่องอะไรกับคุณบุ๋มนะ
เอกภพ : ถ้าพรุ่งนี้ช่างเอ๋โดนแจ้งความด้วย อาจารย์จะว่ายังไง
ทนายเดชา : ไม่เป็นไรครับ นโยบายผม ผมคุยกับช่างเอ๋ อันไหนทำผิด รับสารภาพ ไม่ต้องสู้คดีเลยครับ
ทนายเพชรบอกคุณบุ๋มผิดอะไรก็ให้ยอมรับเลย?
ทนายเดชา : โห เหมือนกัน ดีๆ เพชรก็รู้จักดี น้องน่ารัก เก่ง ใช้ได้ครับ ของผมทำผิดให้รับสารภาพ ไม่ต้องสู้ครับ ไม่ว่าเรื่องปลอมลายเซ็น ร่วมกันฟอกเงิน รับเลยครับ ไม่เป็นไร ถ้าผิดก็รับสารภาพ จะไปสู้ทำไม ตอนนี้มีผู้รับเหมาอีกคนน่าเป็นห่วง แต่ไม่เอ่ยชื่อแล้วกัน อันนั้นน่าเป็นห่วงมาก เพราะโอนเงินจากองค์กรทำความดีเข้าไป 10 กว่าล้าน หลังจากนั้นไปถอนเงินสด อันนี้น่าเป็นห่วง ว่าเขาจะชี้แจงได้มั้ย อาการน่าเป็นห่วง แหล่งข่าวที่ได้มา อาการหนัก
เอกภพ : ใครน่าเป็นห่วง
ทนายเดชา : ผู้รับเหมาและคนโอน ไม่บอกแล้วกันใคร ลักษณะการโอนทีละ 2 ล้าน 6 ครั้ง พี่หนุ่มรู้ดีกว่าผมอีก
คุยกับอาจารย์เบียร์ เขากลัวอาจารย์จะเข้าใจเขาผิด?
ทนายเดชา : ไม่ ผมกับอ.เบียร์รักกัน อาจารย์เป็นคนน่ารัก ผมกลัวโดนกระโถน ผมไม่มีเรื่องอะไรกับอาจารย์เลย ผมยังบอกออยศรีเลย อย่าเอาพี่ไปผูกด้วยนะ เดี๋ยวพี่ตกกระทะทองแดง
อ.เบียร์ : (หัวเราะ)
ทนายเดชา : ออยศรีเป็นคนน่ารัก ไม่มีอะไร
อ.เบียร์ : ไม่ได้มีอะไรกับทนายเดชา กับออยศรีก็ฟีลคอนเทนต์ แกเป็นแบบนั้นของแก ก็เขาใจได้ เหมือนเราเคยคุยกับทนายเดชา ถ้าอาจารย์ทำอะไรอาจารย์ก็ต้องรับเอง ก็เป็นไปตามกระบวนการของมันเนอะ
ทนายเดชา : ผมไปกดดูอ.เบียร์ตลอด กูๆ มึงๆ ไม่มึงก็กูต้องไปสักคน สนุกดี ผมไปกดให้อาจารย์ตลอด ไม่มีอะไร แค่แซวกันไปแซวกันมา รักและเคารพอ.เบียร์เหมือนเดิม
เป็นกาวใจให้หน่อย?
ทนายเดชา : ได้ คุณหนุ่มอย่าไปเสี้ยมให้ทะเลาะกันนะ คุณหนุ่มชอบเสี้ยม
ผมชื่อกรรชัย ไม่ได้ชื่อเดชา?
ทนายเดชา : (หัวเราะ) แล้วพรุ่งนี้ผมต้องไปหรือเปล่า
รองแต้ม : คนเขาบอกนกเขาระวังโดนสอยร่วงนะ
ทนายเดชา : เดี๋ยวผมจะไปแจ้งความหมิ่นประมาท
รองแต้ม : (หัวเราะ)
ถ้าสำนวนเขาทำเสร็จคืนนี้ พรุ่งนี้บุ๋มไปแจ้งความ ก็โดนทันทีเหมือนกัน เสี่ยงมั้ย?
รองแต้ม : ก็ไม่มีอะไร เรียกมาแจ้งข้อกล่าวหาก็จบ
ทนายสายหยุด : ก็เป็นผลดีด้วย เขาไม่ได้หนีไปไหน ก็อาจได้รับสิทธิ์ปล่อยตัวชั่วคราว เป็นเรื่องดี
เป็นมหากาพย์ไม่น่าเกิดขึ้นเลยมุม แบบนี้เพชรเขาจะออกลูกไหน?
ทนายสายหยุด : ก็ต้องบอกว่าคุณบุ๋มโดนหลอก เชื่อด้วยความสุจริตใจ
แต่สอบสวนกลางบอกว่าเส้นเงินไม่ได้มีออกไปแค่ตัวเงินตัวนี้ตัวเดียว มีออกหลายตัว ที่คุณบุ๋มเอาไปใช้ส่วนตัว?
รองแต้ม : เวลามีเรื่องราวต่างๆ ตร.จะเอาพยานหลักฐานมาสอบถามคุณบุ๋มและทนายเพชรทีละข้อ ก็เป็นหน้าที่เขาชี้แจง ถ้าชี้แจงได้ มีหลักฐานประกอบ ตร.ก็บันทึกไว้ แต่ถ้าไม่มีหลักฐานประกอบก็จะเหนื่อย
ทนายสายหยุด : ก็ทำให้แบบนี้ก่อน เดี๋ยวเชิงลึกก็ว่ากันอีกที
รองแต้ม : ต้องยอมรับว่าส่วนหนึ่งคุณบุ๋มขับเคลื่อนกฎหมายเรื่องสิทธิและสตรี เขาเป็นตัวตั้งตัวตี ส่วนนึงเขาก็ทำความดี ส่วนนึงก็เคยช่วยบริจาคทำบุญมาก แต่คนเราบางทีอะไรบังตาหรืออะไรต่างๆ ก็ต้องไปแก้
จะบอกว่าผัวเขาบังตาเหรอ?
รองแต้ม : ไม่ทราบ ต้องถามอ.เบียร์ (หัวเราะ)
เอกภพ : ถ้าอะไรที่เขาไม่ได้ทำ ก็ขอให้เขาแคล้วคลาดปลอดภัยแล้วกันครับ