ชวนชมOne Dollar Lawyer (2022)ซีรีส์กฎหมายดีต่อใจที่มี "นัมกุงมิน" ชูโรง เข้มข้น คมคาย ขบขันไม่แน่ใจนักว่าช่วงนี้เกาหลีสร้างละครแนวกฎหมายตามๆกันมาหรือไม่เพราะเหมือนมีไล่กันมาแบบต่อเนื่อง ซึ่งอาจใช่หรือไม่ใช่ก็ได้กับสมมติฐานที่ว่ามาเพราะละครแนวกฎหมายหรือแนวคอร์ทรูมดราม่านับว่าเป็นแนวที่นิยมสร้างและขายได้เสมอ ด้วยความที่เรื่องประมาณนี้จะมีความเข้มข้นในตัวเองเพราะมักเล่าถึงการต่อสู้ฟาดฟันกันด้วยกฎหมายในห้องพิจารณาคดีที่มีความเร้าใจ และจะยิ่งได้ใจเมื่อเล่าเรื่องของคนตัวเล็กๆในสังคมที่ถูกช่องว่างทางกฎหมายรังแกหรือการต้องต่อสู้กับอำนาจอิทธิพลเหนือกฎหมายที่สามารถควบคุมและบิดเบือนกระบวนการได้ เรื่องแบบนี้อาจไม่ใช่เรื่องใหม่เพราะตั้งแต่จำความได้กับการดูหนังดูละครดูซีรีส์ทั้งไทยฝรั่งจีนอินเดียญี่ปุ่นเกาหลีก็มีการสร้างออกมาอยู่เรื่อย แต่ช่วงหลังอาจเป็นที่ดูไปบ่นไปคิดไปเองหรือไม่ว่าหลังจากอูยองอูละครแนวกฎหมายของเกาหลีจะมาในโทนที่เบาลงและเล่าเรื่องย่อยให้ดีต่อใจเหมือนเรื่องที่จะมาชวนชมในบทความนี้ชอนจีฮัน (นัมกุงมิน) ทนายพันธุ์หายากนอกกรอบที่มาพร้อมกับมาดยียวนกวนประสาทเล็กๆ โดยเฉพาะกับตุลาการฝึกหัดแบคมารี (คิมจีอึน) ที่เขาต้องว่าความให้ผู้ต้องหาพยายามลักทรัพย์แลกกับค่าทนายหนึ่งพันวอน (หนึ่งดอลลาร์) ที่เป็นเอกลักษณ์แห่งเอกบุรุษของทนายชอนจีอัน และคดีนี้ดันเป็นคดีสุดท้ายที่แบคมารีต้องทำในฐานะตุลาการฝีกหัดที่ต้องว่าความในฐานะอัยการ แน่นอนว่ามูลเหตุของคดีที่คนตัวเล็กๆและมีประวัติอาชญากรรมที่พยายามกลับตัวกลับใจทำให้ทนายชอนจีอันสามารถเอาชนะคดีในศาลและชนะทัศนคติในใจแบคมารีได้ในระดับหนึ่ง แต่เมื่อแบคมารีต้องกลับสู่สังคมทนายที่คุณปู่ของเธอเป็นประธานสำนักงานกฎหมายใหญ่เธอกลับถูกสั่งให้ไปฝึกงานกับทนายชอนจีฮันให้ผ่านก่อนที่จะกลับมาทำงานในสำนักงานกฎหมายของปู่ เมื่อคนที่เหม็นขี้หน้ากันและเคยฟาดฟันกันต้องมาทำงานร่วมกันก็มองเห็นเรื่องน่าขันตามมาอย่างน่าติดตาม เมื่อการต่อสู้ในศาลคือการให้บทเรียนชีวิตและจบลงด้วยความรู้สึกดี แต่ไหนแต่ไรมางานแนวขึ้นโรงขึ้นศาลแบบนี้ถูกเล่ามาบ่อยมากและมักจะไม่หลุดไปจากเส้นทางนั่นคือการให้บทเรียนชีวิตกับใครบางคน ผ่านการทำคดีที่มีผลกระทบต่อชีวิตและจิตใจลูกความส่งผ่านมายังผู้ที่ต้องถือกฎหมายเข้าต่อสู้และส่วนมากจะเป็นการต่อสู้เพื่อคนตัวเล็กที่ไร้ทางสู้แต่ถูกช่องว่างทางกฎหมายและอำนาจอิทธิพลรังแก และเรื่องแบบนี้สามารถเล่าให้ออกมาเป็นดราม่าจัดๆบีบหนักๆสร้างความตึงเครียดก็ได้และจะเข้มขลังแต่หลังจาก Extraordinary Attorney Woo ก็เห็นว่าเรื่องแนวนี้ได้ถูกปรับสภาพให้กลายมาเป็นงานที่ดูแล้วใจฟูดีต่อใจเพราะทุกอย่างจะลงเอยด้วยดี และที่กำลังออกอากาศอยู่ตอนนี้อย่าง The Law Cafe ก็ออกมาประมาณนี้ส่วนเรื่องนี้ที่ผ่านไปสองตอนก็มองเห็นแล้วว่าไปในทางเดียวกันแน่นอน คือเป็นละครกฎหมายที่ทุกเรื่องจะลงเอยด้วยความงดงามของชีวิตไม่ว่าจะแพ้หรือชนะเช่นเคยที่เล่าเรื่องย่อยพร้อมให้บทเรียนชีวิตเพื่อให้เติบโตในเรื่องของนิติธรรมและมโนธรรม (ตามสูตร) สองตอนที่ผ่านไปผ่านไปสองคดีที่มีพื้นฐานทางสังคมบีบกรอบไว้ให้คนดูเลือกข้าง แน่นอนว่านี่คือเรื่องของคนที่มีเบื้องหลังที่สังคมมองข้ามจนทำให้เกิดคดีความโดยเฉพาะเรื่องของโอกาสของคนในคดีที่ไปถึงชั้นศาลในคดีที่สอง และทุกครั้งที่เล่าด้วยความสงสารคนดูจะเห็นใจทำให้สามารถขีดเส้นในใจคนดูเรียบร้อยเรื่องของมุมมองทางสังคมที่มองต่อคนบางกลุ่ม ซึ่งในที่นี้คือคนที่ผิดพลาดในอดีตและพยายามกลับตัวนั่นหมายความว่าบทละครชี้ชัดว่าจะไปทางนี้ในเรื่องของนิติธรรมที่ว่ากันที่ตัวบทกฎหมายที่เป็นของตายที่ต้องปะทะกับมโนธรรมที่ต้องคิดกว่านั้นเพราะมนุษย์คือคนใช้กฎหมาย และเมื่อถึงตรงนี้ผ่านคดีนี้คนดูในสังคม (บ้านเขา) อาจมีมุมมองใหม่ในเรื่องของกฎหมายที่บางครั้งเมื่อพิสูจน์ไม่ได้ก็ยกประโยชน์ให้จำเลยด้วยเจตนารมณ์ของกฎหมายส่วนจะเป็นอะไรไปดูเอง เพราะบางครั้งเรื่องแบบนี้ในสังคมปัจจุบันเราก็ไม่ทันคิดและพิพากษาคนบางคนไปก่อนแล้วแต่คราวนี้มาขายความยียวนขบขันและความน่าสงสัยว่าทำไมจึงเป็นทนายหนึ่งพันวอน แรกเลยคือคนดูจะสงสัยแน่นอนว่าทำไมต้องเป็นทนายหนึ่งพันวอนและมีแรงจูงใจอะไร แต่เมื่อเลือกใส่ความกวนประสาทในแบบการ์ตูนนิดๆเข้ามาเลยทำให้ด้วยบุคลิกและบทสนทนาก็สร้างความขบขันได้ ด้วยตัวละครและสภาพแวดล้อมไม่ต่างจากหลุดมาจากการ์ตูนซึ่งคงจะเป็นการสร้างมาจากการ์ตูนเพราะเห็นไตเติ้ลเปิดเรื่องด้วยการ์ตูน ทำให้ในทุกขณะจิตในการดูผ่านไปสองตอนเห็นความยียวนแต่น่าขันของตัวละครทนายที่ไม่เหมือนทนายทั่วไป ยิ่งสองตอนนี้เป็นการวัดกันระหว่างคนที่ยึดมั่นกับกฎหมายตายตัวอย่างแบคมารีที่เป็นคู่ต่อกรกับทนายสมองกลับที่ใช้หัวใจในการว่าความเพื่อเงินเพียงพันวอนที่มาพร้อมกับเสียงหัวเราะและรอยยิ้มเล็กบ้างใหญ่บ้างขำกระจายบ้างเพราะกวนประสาทดีเหลือเกิน ซึ่งก็มาจากการที่ตัวละครทนายพันวอนเข้าไปนั่งในใจคนดูเรียบร้อยคนดูจึงเอาใจช่วยและอยากให้เขาเอาชนะทุกคนแม้แต่นารีที่ชื่อแบคมารี การพบกันอีกครั้งของ "นัมกุงมิน" กับ "คิมจีอึน" ที่ยังเป็นเช่นเดิมที่จะกี่นางเอกก็ยังก้าวไม่ผ่านนัมกุงมิน ถ้าจะมีนักแสดงชายที่เหมือนจะแสดงเป็นตัวเองในทุกเรื่องแต่ก็เหมือนเป็นตัวละครนั้นได้ทุกเรื่องนัมกุงมินคงยืนหนึ่ง เพราะนัมกุงมินก็ยังคงเป็นนัมกุงมินที่ลีลาท่าทางน้ำเสียงสำเนียงยังคงเป็นนัมกุงมินแต่เมื่อมารับบททนายจอมกวนเรื่องนี้ก็กลับไม่ใช่นัมกุงมินแต่เป็นทนายชอนจีฮันอย่างหมดจด ทั้งยียวนกวนประสาททั้งน่าหมั่นไส้แต่มองเห็นความดีงามข้างในผ่านความน่าสงสัยในเจตนา (ดี) และนัมกุงมินยังเป็นอีกหนึ่งคนที่เล่นเรื่องไหนอาจไม่จำเป็นต้องมีนางเอก (อีกคนคือจีซอง) เพราะสองตอนนี้พลังของนัมกุงมินล้วนๆที่พาเรื่องไป ส่วนคิมจีอึนที่เคยแสดงร่วมกับนัมกุงมินมาแล้วใน The Veil ก็ยังเป็นเช่นเดิมที่ก็เล่นได้ดีแต่ยังก้าวข้ามหรือทะลุกำแพงพลังดาราของนัมกุงมินไม่ได้ ส่วนที่ต้องชื่นชมคือนักแสดงสมทบที่มาเล่นบทเล็กน้อยในคดีที่ผ่านมาที่เล่นได้ดีจนเห็นมาตรฐานนักแสดงเกาหลีเลยว่า ต่อให้บทเล็กน้อยแค่นี้ถ้ามีความลึกพอนักแสดงที่อาจโนเนมยังทำได้ดีทำให้เรื่องที่เล่าออกมามีพลังและคนดูเอาใจช่วยแล้วทำไมต้องดู...ทั้งที่ดูยังไงก็ยังเป็นไปตามทางที่คุ้นเคย หนึ่งเพราะนัมกุงมินที่เล่นเหมือนเอามันส์เต็มที่เป็นทนายพันธุ์หายากที่มีบุคลิกของนัมกุงมิน ซึ่งถ้าเคยดูเขาแสดงมาก่อนจะรู้เลยว่าสองตอนที่ผ่านมาเขาเป็นคนพาเรื่องไป สองเพราะคงเล่นประเด็นทางสังคมย่อยๆเหมือนเคยแต่ก็น่าติดตามว่าจะหยิบเอาเรื่องไหนมาเล่าเพราะเอาแค่เรื่องของโอกาสในการใช้ชีวิตในสังคมของอดีตคนคุกในตอนที่ผ่านมายังจับใจได้ทั้งที่ก็เล่นมาจนปรุ สามคือการต่อสู้เชิงคดีถึงโรงถึงศาลที่แต่ละคดีคงไม่ง่ายและเห็นชัดว่าดึงเอาคนดูไปเป็นพวกทำให้ลุ้นและน่าจะสนุกในทุกคดีอย่างระทึกเมื่อนี่คือทนายพ่อพระของผู้ด้อยโอกาสที่ทุกคดีน่าจะมีบทสรุปที่ให้คนดูได้รู้สึกดี และสุดท้ายที่มองเห็นจากตรงนี้คือความน่าสงสัยในแรงจูงใจของทนายพันวอนและทนายแบคมารีนางเอกจะเปลี่ยนแปลงไปเช่นไรผ่านความยียวนกวนนิดๆแต่ดูสนุกสนานเฮฮา อาจมีเครียดบ้างในศาลแต่ก็คือของมันต้องมีของเรื่องแนวนี้ที่ถ้าชอบละครแนวกฎหมายหรือชอบนัมกุงมินก็ไม่ควรพลาดดูไปบ่นไปขอบคุณภาพประกอบภาพปก / ภาพที่ 1 / ภาพที่ 2,3,4 / ภาพที่ 5,6 / ภาพที่ 7,8 จาก programs.sbs.co.kr อ่านบทความ "ชวนชม" ละครเกาหลีที่ออกอากาศในช่วงเวลาเดียวกันนี้โดย "ดูไปบ่นไป" ได้ที่นี่ชวนชม The Law Cafe (2022) เดินหน้าด้วยเสน่ห์ของ "อีซึงกิ" และ "อีเซยอง" แต่มีพลังพอให้สงสัยและติดตามชวนชม Mental Coach Jegal (2022) ดราม่ากีฬาที่เหมือนมาตามสูตร แต่มีแรงดึงดูดที่การแสดงและเจตนา อ่านบทความผลงานชิ้นเอกของ "นัมกุงมิน" โดย "ดูไปบ่นไป" ได้ที่นี่รีวิวจัดเต็ม Doctor Prisoner : หมอในเรือนจำ (2019) "การจะปราบปีศาจ อาจต้องขายวิญญานให้ปีศาจที่ร้ายกว่า"คอมมูนิตี้โลกคนรักหนัง ห้องหวีดซีรีส์ดังออกใหม่มาแรง ป้ายยาหนังดีหนังโดน