ก่อนจะไปถึงคำตอบว่าถ้าเป็นเรา เราจะทิ้งแหวนไหม มาเริ่มจากการสรุปเรื่องราวของ The Lord of the Rings กันสักนิดนะคะ นี่คือผลงานสุดยิ่งใหญ่จาก J.R.R. Tolkien ที่เล่าถึงการผจญภัยครั้งยิ่งใหญ่ในโลก Middle-earth ซึ่งจะทำให้ใครหลายๆ คนรู้สึกเหมือนหลุดเข้าไปอยู่ในโลกแห่งจินตนาการที่เต็มไปด้วยความมหัศจรรย์และการต่อสู้ระหว่างดีและชั่ว รับชมหนังซีรีส์ระดับพรีเมียม กดสมัคร TrueID+ ดูได้ทุกที่ 24ชม. คลิก!! เรื่องราวเริ่มต้นจากแหวนทองคำที่มีพลังอำนาจสูงสุด สามารถควบคุมจิตใจของผู้คนได้ แหวนนี้ถูกสร้างขึ้นโดยมาร์ดูก (Sauron) เพื่อควบคุมโลกทั้งใบ แต่เมื่อแหวนตกไปอยู่ในมือของเบลอริออน (Gollum) มันก็สูญหายไป ก่อนจะถูกพบโดยบิลโบ แบ็กกินส์ ซึ่งไม่รู้ตัวว่ามันคือแหวนที่มีพลังอำนาจอย่างมาก หลังจากนั้น แหวนก็มาอยู่ในมือของโฟรโด้ แบ็กกินส์ ซึ่งถูกเลือกให้เป็นผู้ที่ต้องนำแหวนไปทำลายที่ภูเขาแห่งความมืดเพื่อไม่ให้มาร์ดูกสามารถใช้แหวนเพื่อครองโลกได้ โฟรโด้ไม่ได้เดินทางคนเดียว เขามีเพื่อนๆ คอยช่วยเหลือ ได้แก่ แซม ซาก้า, เมอรี และปิปปิน รวมไปถึงนักรบจากหลายเผ่าพันธุ์ เช่น อารากอร์น, เลโกลาส, และกิมลี ที่ร่วมเดินทางเพื่อต่อสู้กับกองทัพของมาร์ดูกและทำลายแหวนให้ได้ แต่การเดินทางนี้ไม่ได้ง่ายดาย เพราะแหวนมีพลังที่จะควบคุมจิตใจและทำให้ผู้ที่ครอบครองมันต้องตกอยู่ในอำนาจของมัน สุดท้าย โฟรโด้และแซมก็สามารถมาถึงภูเขาแห่งความมืดได้ แต่โฟรโด้กลับไม่สามารถทิ้งแหวนได้เมื่อถึงเวลาความสำคัญที่สุด ท้ายที่สุดแล้ว แซมก็เป็นคนช่วยโฟรโด้ทำลายแหวนได้สำเร็จ แม้จะมีความยากลำบากแค่ไหนก็ตาม และถ้าเป็นเรา… จะทิ้งแหวนไหม? หลังจากที่เราได้ดู The Lord of the Rings อย่างละเอียดแล้ว ถามจริง... ถ้าเป็นเราในบทโฟรโด้เนี่ย จะทิ้งแหวนไหม? คำตอบง่ายมาก... ไม่ค่ะ! 555 เอาจริงๆ เมื่อเราดูเรื่องนี้ครั้งแรก ก็รู้สึกว่า "โอ้โห โฟรโด้ต้องทำอะไรหนักมากเลยนะ" การต้องพกแหวนไปทำลายที่ภูเขาแห่งความมืดมันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ยิ่งเมื่อแหวนมันมีพลังที่สามารถครอบงำจิตใจได้ขนาดนั้น! บางทีเราก็ต้องบอกตัวเองว่า “ถ้าเรารู้ว่าแหวนมันจะทำให้เราเสียตัวตนขนาดนั้น เราคงไม่ยอมเลือกเดินทางนี้แน่ๆ” แต่ใครจะไปคิดล่ะ... พอเห็นโฟรโด้ที่ไม่ยอมทิ้งแหวน (แม้จะรู้ว่าอำนาจของมันจะทำลายโลกทั้งใบ) มันก็เริ่มคิดขึ้นมาในใจว่า ถ้าเราเป็นเขาล่ะ? การที่โฟรโด้พยายามจะทำลายแหวนแม้จะรู้ว่าแหวนมีพลังดึงดูดแค่ไหน มันก็เป็นเหมือนการท้าทายตัวเองให้ก้าวข้ามอำนาจที่มันมีอยู่ในมือ ฉันเองก็มีช่วงเวลาที่เหมือนกับโฟรโด้ คือการมีสิ่งที่ดึงดูดใจให้เราไม่อยากปล่อยมันไป บางทีการทิ้งอะไรที่มันให้ความรู้สึกดีในตอนนั้นก็ยากเหมือนกันนะ (ยิ่งถ้ามันมีพลังแบบแหวนทองคำ!) ดังนั้นถ้าให้เลือก... เราคงจะเป็นโฟรโด้ที่ไม่ทิ้งแหวนหรอกค่ะ! แต่ในขณะเดียวกัน โฟรโด้ก็ได้เรียนรู้ในตอนสุดท้ายว่า บางครั้งการทิ้งสิ่งที่ยึดติดกับเรามานานมันก็เป็นทางเลือกที่ดีที่สุด เพราะเมื่อแหวนถูกทำลาย โลกก็กลับมาสงบสุขเหมือนเดิม แต่ถ้าเป็นเรา... อย่างที่บอกค่ะ จะพยายามยื้อให้ได้ก่อนแน่ๆ (จนโดนแซมลากออกมา) แต่สุดท้ายคงจะทิ้งไปในที่สุด เมื่อรู้ว่ามันไม่ใช่สิ่งที่เราควรยึดติดอีกต่อไป สิ่งที่เราเรียนรู้จากโฟรโด้คือนอกจากการเดินทางที่ยาวไกลแล้ว ยังมีเรื่องการที่เขาไม่ยอมแพ้แม้จะเจอกับความยากลำบาก ความท้าทาย และการต้องเผชิญหน้ากับตัวเองในทุกขั้นตอน เราเองก็ได้เรียนรู้จากโฟรโด้ว่า บางครั้งการยอมปล่อยวางเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุด และการเดินทางที่แท้จริงคือการเรียนรู้และเติบโตไปพร้อมกับอุปสรรคที่เข้ามา สุดท้าย... ถ้าเป็นโฟรโด้ เราคงจะทิ้งแหวนได้ตอนสุดท้ายแหละค่ะ แต่จะไม่ยอมทิ้งแหวนตอนแรกแน่นอน ฮ่าๆ อ้างอิง ภาพจาก Facebook The Lord of the Rings Trilogy / ภาพที่ #1 / ภาพที่ #2 / ภาพที่ #3 / ภาพที่ #4 / ภาพหน้าปก เปิดประสบการณ์ความบันเทิงที่หลากหลายสุดปัง บน App TrueID โหลดเลย ฟรี !