เคาะรายได้เปิดตัวหนัง "The Social Reckoning" ดูทรงจะพ่ายภัยหลอนให้กับ "Other Mommy"
เพราะเรื่องแรกก็คือภาคต่อหนังวงการโซเชียลมีเดียในตำนาน "The Social Reckoning" ที่เป็นการสืบสวนเรื่องราวต่อจาก The Social Network เมื่อปี 2010 โดยที่ยังคงมี "แอรอน ซอร์กิน" กลับมาทำหน้าที่เขียนบทและกำกับหนังเรื่องนี้อีกครั้ง แต่ดูเหมือนว่านักวิเคราะห์หลาย ๆ แห่งจะเล็งเห็นคล้ายกันว่ากระแสของหนังภาคต่อเรื่องนี้อาจจะสู้หนังต้นฉบับไม่ได้ เพราะในแง่กระแสที่ค่อนข้างลดหลั่งความร้อนแรงไปพอสมควร และหนังยังคงต้องพึ่งพาแรงกระตุ้นจากรีวิว รวมทั้งบทบาทบนเวทีรางวัลต่าง ๆ ในช่วงปลายปีนี้จนถึงต้นปีหน้า
BoxOfficePro จึงสังเขปตัวเลขเปิดตัวของ The Social Reckoning เอาไว้ที่ราว ๆ 6-10 ล้านเหรียญ โดยมองว่าเนื้อหาของหนังที่ผสมผสานเรื่องการเมืองและดรามาหนัก ๆ เกี่ยวกับประเด็นพิพาทในสังคม อาจจะเป็นคอนเทนต์ที่หนักหน่วงเกินไปในการเสพย์เพื่อความบันเทิงหยุดนี้ ท่ามกลางเทรนด์ข่าวสารที่เปิดรับข้อมูลต่าง ๆ ได้ตลอด นั่นทำให้ผู้ชมบางส่วนอยากจะหลีกหนีการนำเสนอข่าวที่มีอยู่ตลอด 24 ชั่วโมง ไม่น่าจะเป็นตัวเลือกหลักในการรับชมหนังเรื่องนี้เท่าไหร่
ทางด้าน BoxOfficeTheory ก็วิเคราะห์ออกมาตัวเลขใกล้ ๆ กันที่ 9-14 ล้านเหรียญ โดยคาดว่าหนังจะออกสตาร์ทราว ๆ 12 ล้่านเหรียญในสุดสัปดาห์แรก เพราะมองว่านี่คือหนังที่เจาะจงเฉพาะคนดูกลุ่มผู้ใหญ่เป็นหลัก แม้ว่าที่ผ่านมาในช่วงเวลานี้ จะเป็นเวลาทองในการปล่อยผลงานดรามาหวังรางวัล แต่การทิ้งช่วงห่างจากภาคแรกไปถึง 16 ปีเต็ม กับประเด็นที่ไม่ได้อิมแพคกับสังคมได้อย่างยิ่งใหญ่มากนัก น่าจะส่งผลกระทบต่อรายได้ไม่น้อย
The Social Network เคยออกฉายในช่วงเวลาเดียวกันในปี 2010 เปิดตัวสัปดาห์แรกที่ 22 ล้านเหรียญ รั้งอันดับที่ 1 ได้ต่อเนื่อง 2 วีคซ้อน ก่อนจะสะสมรายได้ตลอดโปรแกรมฉายในอเมริกาไปได้เฉียด ๆ ร้อยล้าน โดยที่หนังก็มีบทบาทเข้าชิงรางวัลออสการ์ได้ถึง 8 สาขา ก่อนจะซิวกลับมาได้ 3 รางวัล หนังภาคนี้อาจจะมาพร้อมกับทีมนักแสดงชุดใหม่แทบจะทั้งหมด แต่ก็ล้่วนเป็นดาราระดับแม่เหล็กแห่งยุค ไม่ว่าจะเป็น "เจเรมี สตรอง", "เจเรมี อัลเลน ไวต์" หรือ "ไมกี้ แมดิสัน" แต่ก็อาจจะยังไม่สร้างแรงดึงดูดได้แรงเพียงพอ
เพราะนักวิเคราะห์หลาย ๆ สำนักมองว่าหนังที่น่าจะร้อนแรงกว่าเรื่องข้างต้น ก็น่าจะเป็นคอนเทนต์หนังสยองขวัญเรื่องใหม่ของยูนิเวอร์แซล พิคเจอร์ส อย่าง "Other Mommy" ที่นำแสดงโดย "เจสสิก้า แชสเทน" ที่สร้างมาจากนิยายเหนือธรรมชาติของ จอช มเลอร์แมน ที่ BoxOfficePro มองขาดแล้วว่าหนังจะเปิดตัว 3 วันแรกระดับ 15-25 ล้านเหรียญ เกณฑ์ตามมาตรฐานของหนังสยองขวัญเรื่องอื่น ๆ ที่มักจะปล่อยออกมาในเดือนตุลาคม เพราะเป็นช่วงจังหวะที่เหมาะเจาะและใกล้กับวันฮาโลวีนประจำปีอีกด้วย
ที่ผ่านมาหนังสยองดัง ๆ มักจะเป็นเทรนด์ได้ดีในไทม์มิ่งนี้ ไม่ว่าจะเป็น Black Phone 2 เมื่อปีก่อน ที่เคยเปิดตัว 27.3 ล้านเหรียญ หรือจะเป็น Smile 2 ที่เคยออกตัว 23 ล้านเหรียญ แต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่่าปี 2026 ค่อนข้างเป็นปีทองของหนังสยองขวัญ เพราะเห็นเทรนด์ที่ดีมาตั้งแต่ Obsessions หรือ Backrooms เมื่อช่วงฤดูร้อนที่ผ่านมา เป็นประเภทหนังที่สามารถดึงดูดกลุ่มผู้ชม Gen Z และ มิลเลนเนียล ได้ค่อนข้างมีประสิทธิภาพ ซึ่งตัวอย่างทีเซอร์หนังที่ปล่อยออกมานั้น ก็สร้างมีมเด็ด ๆ เอาไว้เพียบ
เช่นเดียวกัน BoxOfficeTheory ก็มองว่าหนังสยองเรื่องนี้จะฮิต เห็นได้จากตัวเลขสังเขปที่คาดคะเนไว้ที่ 28-35 ล้านเหรียญ โดยเคาะตัวเลขเจาะจงออกมาเป็น 31 ล้านเหรียญในสุดสัปดาห์แรก เพราะมองว่าหนังยังไม่มีคู่แข่งโดยตรงที่เข้ามาแย่งซีนก่อนวันฮาโลวีน ทำให้น่าจะเกิดเป็นกระแสบอกต่อกันและอาจจะสามารถยืนโรงฉายในระยะยาวได้ด้วย เหมือนเคสเดียวกับที่ต้นฉบับ Smile เคยทำเอาไว้ได้นั่นเอง
-------------------------------------
>> ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID <<
หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย >> https://bit.ly/3xEgdAa