“ก้อย รัชวิน” เคลียร์ดราม่า โดน “ตูน บอดี้สแลม” สามีบังคับให้ย้ายไปอยู่ภูเก็ต

“ก้อย รัชวิน” เคลียร์ดราม่า โดน “ตูน บอดี้สแลม” สามีบังคับให้ย้ายไปอยู่ภูเก็ต
ทำเอาหลายคนตกใจเมื่อเห็นคลิปในรายการ “มั่วบ้านงาน” สัมภาษณ์ “ก้อย รัชวิน” ร้องไห้พรั่งพรูเล่าชีวิตอีกมุมนึงที่เป็นแม่ฟูลไทม์ 100% แล้วต้องย้ายรกรากไปอยู่ที่ภูเก็ต ล่าสุดมีโอกาสเจอเจ้าตัวเลยถามถึงเรื่องนี้
“ก้อยไม่ได้อ่านคอมเมนต์เท่าไหร่ มันอาจจะเป็นช่วงเวลานึงของผู้หญิงสองคนที่มามาคุยกัน แต่ก้อยอยากให้ทุกคนมองว่าการเป็นพ่อแม่ มันไม่ได้แปลว่าคนใดคนนึงต้องเสียสละ พ่อแม่ทุกคนต่างเสียสละในมุมของตัวเองในบทบาทของตัวเอง พี่ตูนเองก็ต้องออกไปทำงาน เขาก็เสียสละเวลาที่เขาได้อยู่กับลูก ก้อยมาอยู่ที่บ้านอยู่กับลูกดูแลลูก 100% ก้อยก็อาจจะไม่ได้กลับไปทำงาน แต่นั่นเป็นสิ่งที่เราเลือก สิ่งที่เรามีมีความสุข
มีวันที่เราอาจจะเหนื่อยบ้าง อาจจะไม่ได้เป็นดั่งใจบ้างมันเป็นธรรมดาของชีวิต มันเป็นแค่แว็บนึงของผู้หญิง ก้อยว่าคนเป็นแม่ทุกคนจะเข้าใจนะ อารมณ์อาจจะเป็นวันนั้น อาจจะเป็นช่วงเวลานั้นที่แบบฮอร์โมน คืออยากให้คิดว่าสุดท้ายแล้วไม่ว่าเราจะเหนื่อย ไม่ว่าเราจะมีความรู้สึกยังไงก็ตาม แต่ว่าเราเป็นคนเลือกเอง เรามีความสุขที่เราได้เป็นแม่ แล้วถ้าให้วันนี้ก้อยเลือกได้ ก้อยก็ยังขอบคุณพี่ตูนที่เขาตัดสินใจพาก้อยไปอยู่ที่ภูเก็ต
วันนี้ก้อยก็ยังรู้สึกว่ามันเป็นอะไรที่ถูก ไม่ได้รู้สึกว่าเราอยากกลับมาอยู่ตรงนี้ กลับมาอยู่ที่แสงไฟ เขาไม่ได้บังคับก้อย สุดท้ายเราก็รักเขา เราอยากมีครอบครัวกับเขา เราก็แค่จับมือไปด้วยกัน ไม่ว่าจะทุกข์หรือสุข ไม่ว่าจะไปอยู่ที่ไหนจะเหนือหรือใต้ จะที่ไหนก็ตาม ต่อให้ไม่เป็นภูเก็ตก้อยก็ไป จริงๆ แล้ว แพลนการย้ายมาภูเก็ตเกิดขึ้นตั้งแต่ก่อนที่จะแต่งงานด้วยซ้ำ เขาไปซื้อที่ดินไว้แล้วเขาก็บอกว่า อยากจะย้ายมาอยู่ที่นี่ เรารู้อยู่แล้วว่าสักวันนึงเราจะต้องมาอยู่ที่นี่ แต่ว่าทุกอย่างมันเร็วขึ้นเพราะว่ามันมีโควิด แล้วก้อยมีน้อง พี่ตูนก็เลยคิดว่าการที่ย้ายมาตอนนี้เลย ให้ลูกได้เติบโตในที่ที่เป็นธรรมชาติ แล้วเราก็มีเวลาให้กับลูกได้แบบเต็มที่ 100% เพราะเขารู้ว่าอยู่กรุงเทพฯ ก้อยอาจจะยังต้องทำงาน ถ้าเราไปอยู่ตรงนั้นเลย เราน่าจะให้เวลากับลูกได้แบบเต็มที่ ซึ่งมันเป็นแบบนั้นจริงๆ เราก็ขอบคุณพี่ตูนมากๆ ที่ เขาตัดสินใจในวันนั้น แต่ในระหว่างทางมันมีบ้างอยู่แล้วบางทีเราจะรู้สึกโน่นนั่นนี่ มันเป็นธรรมดาของชีวิต
พี่ตูนเป็นคนคิดการณ์ไกล เขาจะมองภาพอนาคตไว้ค่อนข้างชัดเจน จริงๆ ต้องมองที่เจตนา ก้อยว่า เจตนาเขาอยากให้ครอบครัวให้เราให้ก้อยไปอยู่ตรงนั้น แล้วเราได้มีเวลาเลี้ยงลูกด้วยกันเต็มที่ แต่ว่าพี่ตูนก็เหนื่อยมากๆ นะ ในมุมของผู้ชายที่ต้องออกไปทำงาน ก็อยากจะให้เข้าใจว่าผู้หญิงกับผู้ชายมันก็มีภาระหน้าที่ที่แตกต่างกัน
ก้อยยังรู้สึกว่าภูเก็ตเป็นบ้านก้อย แล้วก้อยก็รู้สึกว่าสิ่งที่พี่ตูนตัดสินใจมันเป็นสิ่งที่ถูกอยู่ดี ถึงแม้ว่าบางมุมที่เราพูด เราอาจจะเป็นผู้หญิงก็จะมีความน้อยใจสามีนิดหน่อย แต่ว่าสุดท้ายแล้ว พี่ตูนก็เป็นพ่อแล้วก็เป็นสามีที่ดีมากๆ ก็ขอบคุณแล้วก้อยรู้สึกว่าโชคดีมากๆ แล้ว แต่ถ้ามันจะมีวันที่ก้อยเหนื่อย ก้อยอาจจะระบายพูดอะไรออกมาบ้างกับเพื่อนสาว ก็อยากจะให้คิดว่ามันก็คือพาร์ตนึงของชีวิตมนุษย์ทุกคนที่มันจะ... มันก็มีมุมที่มันไม่ได้ราบรื่นตลอดไป”