เรื่องเริ่มที่ริมลำธารเล็กๆ ในป่าลึก itaete (ตัวเอกของเรา) ดันไปอยู่ผิดที่ผิดเวลา แต่ดันหูดีไปได้ยินแผนชั่วเข้าพอดี! กลุ่มคนผิวขาวที่เขาเห็นคือพวก Bandeirantes หรือนักล่าอาณานิคมชาวโปรตุเกส นำโดยตัวร้ายในประวัติศาสตร์จริงๆ อย่าง Raposo Tavares พวกนี้ไม่ใช่แค่มาเดินป่าเล่นๆ นะเพื่อน แต่คือ "Maloca" หรือกลุ่มพรานล่ามนุษย์ที่เพิ่งจะถล่มมิชชันนารี Jesús María จนเละเทะมาแล้ว และเป้าหมายต่อไปของพวกมันคือ San Ignacio กับ Loreto หมู่บ้านที่ Itaete รักนั่นแหละ โดยพวกมันกะจะบุกในอีก 10 วันข้างหน้า จุดเด่นตรงนี้คือ: เกมทำให้เราอินกับ "ความเงียบ" ในตอนแรก ก่อนจะเปลี่ยนเป็น "ความเร่งรีบ" ที่บีบคั้นหัวใจ เพราะ Itaete ต้องตัดสินใจทิ้งความกลัวแล้วออกวิ่งผ่านป่าทึบเพื่อไปเตือน Padre Simón (บาทหลวงไซมอน) ให้เตรียมรับมือ งานภาพที่เหมือนหลุดออกมาจากสมุดบันทึกเก่าๆ ต้องชม Agushmar (Agustina Marega) คนวาดภาพประกอบจริงๆ งานอาร์ตเกมนี้ไม่ใช่ Pixel Art ใสๆ ทั่วไป แต่มีความเป็น Manual Illustration ที่ดูหม่น ดิบ และขลังมาก การใช้แสงเงาในป่าทำให้เรารู้สึกว่า "มีอะไรบางอย่างจ้องมองเราอยู่ตลอดเวลา" ทุกย่างก้าวที่ Itaete วิ่งผ่านพงหนามหรือข้ามลำธาร ให้ความรู้สึกถึงความเหนื่อยล้าจริงๆ ฉากหลังที่เป็นป่าอเมริกาใต้ยุคศตวรรษที่ 17 ถูกถ่ายทอดออกมาได้มีเสน่ห์แบบลึกลับ ผสมกับความกดดันของเนื้อเรื่องได้อย่างลงตัวที่สุด ดนตรีประกอบ: จังหวะหัวใจที่เต้นรัว ถ้าจะบอกว่าเกมนี้เป็น Rhythm Game ก็ไม่เชิง แต่ใช้ "จังหวะ" ในการดำเนินเรื่องได้ฉลาดมาก ทีมทำเพลงอย่าง Matías Jara และคนอื่นๆ ใส่ใจกับ Sound Design มากๆ เสียงฝีเท้าที่ย่ำลงบนใบไม้แห้ง เสียงลมพัดผ่านยอดไม้ และดนตรีพื้นเมืองที่ค่อยๆ เร่งจังหวะขึ้นตามความเข้มข้นของเนื้อเรื่อง ทำให้เราเผลอกลั้นหายใจตามตัวละครไปโดยไม่รู้ตัวเลยเพื่อน เกมเพลย์: เรียบง่ายแต่ "เอาเรื่อง" อย่าประมาทปุ่ม Arrow Keys กับ Spacebar เชียวนะ! แม้การควบคุมจะดูพื้นฐานสุดๆ แต่ตัวเกมออกแบบมาให้เราต้องอาศัย "สมาธิ" และ "การกะจังหวะ" ที่แม่นยำ อุปสรรคในป่า: มีทั้งรากไม้หลอกตา หลุมพรางธรรมชาติ และสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง ความบีบคั้น: เกมไม่ได้ให้เราวิ่งชิลๆ แต่มีแรงกดดันจากเนื้อเรื่องที่ว่า "ถ้าช้าไปแค่ก้าวเดียว ทุกคนในหมู่บ้านอาจตายหมด" ความลื่นไหล: การตอบสนองของตัวละคร (Input Response) ทำออกมาได้ดีมากในระดับเกม HTML5/Unity ทำให้การกระโดดแต่ละครั้งดูมีความหมายและสนุก ทำไมเกมสั้นๆ ถึงทรงพลังขนาดนี้? เรามองว่า El Camino de Itaete ไม่ได้ขายแค่ความสนุก แต่ขาย "ประสบการณ์ร่วม" ทางประวัติศาสตร์ ทำให้เราเห็นภาพการต่อสู้ของคนพื้นเมือง (Guaraní) ที่ต้องดิ้นรนเอาชีวิตรอดจากการล่าอาณานิคม ไม่ใช่แค่เกมวิ่งข้ามด่าน แต่คือการเดินทางที่เดิมพันด้วยชีวิตวัฒนธรรมและความเชื่อของคนในยุคนั้นจริงๆ ใครที่ชอบเสพงานศิลปะดีๆ หรืออยากสัมผัสบรรยากาศแปลกใหม่ที่ไม่ค่อยมีในเกมกระแสหลัก เราบอกเลยว่า "ห้ามพลาด" --- สรุปสั้นๆ: ถ้าใครอยากลองเป็นฮีโร่สายวิ่งที่ต้องแข่งกับเวลาในป่าอเมริกาใต้ที่มีงานภาพระดับ Masterpiece ลองไปกดเล่นดูนะเพื่อน ใช้เวลาไม่นานแต่ "Impact" ต่อความรู้สึกแน่นอน! สรุปประเด็นสำคัญของเกม El Camino de Itaete แบบเน้นๆ 3 ข้อ 1. ถาม: ตัวเอก "Itaete" ไปรู้อะไรมา ถึงต้องรีบวิ่งถวายชีวิตขนาดนั้น? ตอบ: เขาไปแอบได้ยินแผนการของพวก Bandeirantes (นักล่าอาณานิคมชาวโปรตุเกส) ที่นำโดย Raposo Tavares ว่ากำลังเคลื่อนพลครั้งใหญ่ และเตรียมจะบุกทำลายหมู่บ้านมิชชันนารี San Ignacio และ Loreto ภายในเวลาเพียง 10 วัน เขาจึงต้องรีบไปเตือนภัยก่อนที่ทุกคนจะถูกจับหรือถูกฆ่าครับ 2. ถาม: บรรยากาศและงานศิลปะของเกมนี้โดดเด่นกว่าเกมอื่นอย่างไร? ตอบ: เกมนี้ไม่ได้ใช้ภาพ Pixel Art ทั่วไป แต่ใช้ งานวาดลายเส้นเฉพาะตัว (Illustration) โดย Agushmar ที่ให้ความรู้สึกดิบและหม่นเหมือนหลุดมาจากบันทึกประวัติศาสตร์ ผสมผสานกับ Sound Design ที่ใช้เสียงป่าและดนตรีจังหวะเร้าอารมณ์ (Rhythm) ทำให้ผู้เล่นรู้สึกกดดันและอินไปกับการหนีตายในป่าอเมริกาใต้จริงๆ 3. ถาม: ระบบการเล่น (Gameplay) มีความท้าทายหลักอยู่ที่ตรงไหน? ตอบ: ความท้าทายไม่ได้อยู่ที่ปุ่มกด เพราะใช้แค่ ปุ่มลูกศรวิ่งและ Spacebar กระโดด แต่ความยากคือ "การกะจังหวะ" ให้สัมพันธ์กับอุปสรรคในป่าท่ามกลางแสงไฟสลัวๆ และความเร็วที่ต้องแข่งกับเวลา ซึ่งตัวเกมออกแบบมาให้เราต้องใช้สมาธิสูงเพื่อประคองตัวละครให้ผ่านพ้นภยันตรายไปให้ได้ครับ ภาพประกอบทั้งหมดโดยผู้เขียน เปิดประสบการณ์ความบันเทิงที่หลากหลายสุดปัง บน App TrueID โหลดเลย ฟรี !