“Stand Alone, Die Alone แสงอัสดงของโรงหนังใบเลี้ยงเดี่ยว”สำนักพิมพ์ : Filmvirus // ผู้เขียน : มนุษย์กว่า 50 ชีวิต // พิมพ์ครั้งแรก : กันยายน 2559ราว 3 ปีที่แล้ว สำนักพิมพ์ Filmvirus เปิดให้สั่งจองหนังสือเล่มนี้ล่วงหน้า ถ้าจำไม่ผิดจะได้ส่วนลด 50 บาทจากราคาปก แต่ตอนนั้นเราไม่ค่อยมีตังค์ ก็เลยยังไม่สั่ง นึกในใจว่าเดี๋ยวจะไปขอยืมที่อุทยานการเรียนรู้ TK park มาอ่านละกัน แล้วถ้าชอบก็จะค่อยหาซื้อทีหลัง นี่เป็นรูปแบบการเสพหนังสือของเราในช่วงที่เศรษฐกิจฝืดเคืองตัดภาพมา 2 ปีผ่านไป ที่ TK park ซึ่งมีหนังสือให้ยืมมากมาย แต่กลับไม่มีหนังสือเล่มนี้ให้ยืม (เศร้าเลย)เราไม่เคยเห็นหนังสือเล่มนี้วางขายมาก่อน ไม่ว่าจะที่ร้านหนังสือทั่วไปหรืองานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ จนเมื่อเดือนก่อน เรามาเจอที่ร้าน D.K. today สาขา RCA เหลือเล่มสุดท้ายแล้ว พอพลิกไปปกหลังก็พบว่า “พิมพ์สามร้อยเล่ม” ทำให้รู้สึกว่า Limited Edition !!! ลองเปิดอ่านผ่าน ๆ เป็นครั้งแรกก็ชอบเลย หันไปบอกป้าคนขายว่าเก็บเล่มนี้ไว้ให้เราด้วย เดี๋ยวสิ้นเดือนนี้มาซื้อ รอเงินออกก่อน ป้าบอกไม่แน่ใจว่าจะมีคนอื่นมาซื้อก่อนมั้ย ถ้าเขาซื้อป้าก็ต้องขาย 555แต่สุดท้ายก็โชคดีที่ไม่มีใครซื้อตัดหน้าเรา (เย่ๆ)(ภาพจากเพจเฟซบุ๊ก The Southeast Asia Movie Theater Project : https://www.facebook.com/SEAMTP/)เมื่อพูดถึงเนื้อหาภายในเล่ม เป็นการรวมตัวของนักเขียนถึง 47 คน ที่มาแชร์ประสบการณ์ของตัวเองเกี่ยวกับ “โรงหนังใบเลี้ยงเดี่ยว” ก็ทำให้ได้มุมมองความคิดและเรื่องราวที่หลากหลาย ซึ่งความทรงจำของบางคนก็มีส่วนที่สอดคล้องกัน คือเคยมาดูหนังที่โรงเดียวกัน แต่ดูกันคนละปี คนอ่านอย่างเราจึงสนุกไม่น้อยกับการปะติดปะต่อจิ๊กซอว์ความทรงจำเหล่านั้นขึ้นมาแต่ปัญหามีอยู่ว่า มันเหมือนเป็นการขุดคุ้ยความทรงจำในอดีต ที่สำหรับนักเขียนบางคนนั้นได้ผ่านเหตุการณ์นั้นมานานหลายสิบปีแล้ว สิ่งที่เขียนมาก็อาจคลาดเคลื่อนจากความเป็นจริงก็ได้ หรือนี่อาจเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งของงานเขียน ซึ่งบางทีเราก็ไม่ได้สนใจว่ามันเป็นเรื่องจริงหรือเรื่องแต่ง หรือมีทั้งจริงปนแต่ง เพราะสุดท้ายขอแค่มันมีคุณค่าเพียงพอที่เราจะเสียเวลาอ่านก็พอแล้วดีใจที่มีคนบันทึกว่าหนังเรื่อง Vanishing point (ผลงานอาจารย์ของเราเอง-จักรวาล นิลธำรงค์, 2015) ได้ฉายรอบพรีเมียร์ในเมืองไทยที่ “โรงหนังแหลมทอง” (ซึ่งปิดให้บริการมานานแล้ว) เหมือนเป็นการต่อลมหายใจให้โรงหนังแห่งนี้อีกครั้ง แม้เป็นเพียงช่วงเวลาสั้น ๆ แค่ “3-4 บรรทัด” ในหนังสือเล่มนี้ก็ตามมองอีกมุม หนังสือเล่มนี้ก็เหมือนเป็นวิกิพีเดียเรื่องโรงหนังใบเลี้ยงเดี่ยว เพราะหลายเรื่องราวที่เราไม่เคยรู้ก็ได้รู้จากที่นี่เช่น เรื่องโรงหนังที่นราธิวาส อันเนื่องจากปีที่แล้วมีช่วงระยะเวลาสั้นๆ ที่เราได้ไปทำงานที่นราธิวาส คนในพื้นที่บอกว่าทั้งจังหวัดไม่มีโรงหนังสักโรง ใครๆ คงเข้าใจว่า เป็นปัญหาเรื่องความไม่สงบและการเมือง ส่วนเราสนใจว่า ที่นี่ไม่มีโรงหนังมานานแค่ไหนแล้ว ถ้าอย่างนี้วัฒนธรรมการดูหนังในโรงของคนในพื้นที่ก็หายไปเลยสิ ซึ่งอินเทอร์เน็ตก็ตอบคำถามเราไม่ได้ทั้งหมด จนมาเปิดหนังสือเล่มนี้แล้วมีคนแชร์ว่า เมื่อก่อนนราธิวาสมีโรงหนัง 2 โรงคือ “เฉลิมนรา” กับ “เดอะโกล๊บ” แต่สาเหตุหลักที่มันหายไปก็อย่างที่เรารู้กัน-นั่นส่วนหนึ่ง ทำให้ชาวบ้านต้องปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตของตัวเองเพื่อความอยู่รอด (แม้โรงหนังจะไม่รอด…) อีกเหตุผลที่สำคัญคือ ช่วงนั้นเป็นยุคซบเซาของหนังไทย ทั้งหมดทั้งมวลทำให้เมืองนี้ไม่มีโรงหนังมา 20 ปีแล้ว ส่วนตัวอาคารที่เคยเป็นโรงหนัง ทุกวันนี้ก็ถูกใช้เป็นสถานที่เลี้ยงนกนางแอ่นแทนนอกจากนี้ภายในเล่ม ยังมีชื่อโรงหนัง ชื่อหนัง และชื่อคนทำหนัง อีกเยอะแยะมากมายที่เราไม่คุ้นหู ได้ถาโถมกระหน่ำมาใส่เราแบบไม่ทันตั้งตัว จนมารู้ตัวเมื่ออ่านจบเล่มว่า…จำชื่อพวกนั้นไม่ได้เลยว่ะ (ฮา) แต่จากนี้ถ้าได้ยินชื่อเหล่านั้นจากที่ไหนอีก ก็จะคุ้น ๆ และน่าจะร้อง “เอ๊ะ” เบาๆ(ภาพจากเพจเฟซบุ๊ก The Southeast Asia Movie Theater Project : https://www.facebook.com/SEAMTP/)