รีเซต

ตอง ภัครมัย ถูกบูลลี่หนักเรื่องอ้วน รับเคยพบหมอหลังคิดว่าป่วยซึมเศร้า (มีคลิป)

ตอง ภัครมัย ถูกบูลลี่หนักเรื่องอ้วน รับเคยพบหมอหลังคิดว่าป่วยซึมเศร้า (มีคลิป)
EntertainmentReport
13 กุมภาพันธ์ 2565 ( 12:50 )
82

ข่าวบันเทิงวันนี้

ตอง ภัครมัย โปตระนันท์ เป็นอีก1 ศิลปินยุค 90 ที่มีผลงานเพลงอย่าง อยู่ดีดีก็อยากร้องไห้ ,กลัวเธอรู้ และอีกหลายเพลงที่ฮิตติดหูในยุคนั้น ลาสุด ตอง ภัครมัย มาเปิดใจเคย ถูกบลูลี่เรื่อง อ้วน หนักมาก และถูกทักว่าติสหนักไม่รับงาน เรื่องจริงจะเป็นยังไงไปฟังจากปากสาวตองกันเลยจ้าา

ตอง ภัครมัย ถูกบูลลี่หนักเรื่องอ้วน

ตอง ภัครมัย : เพราะส่วนตัวเป็นคนชอบกิน ปล่อยตัวเองกินเต็มที่ จนน้ำหนักขึ้นถึง 30 โล จนมีคนทักว่าอ้วน เครียดมากนะช่วงนั้นรู้สึกว่าต้องหยุดพฤติกรรมการกินแบบนี้แล้ว และโดยส่วนตัวไม่ชอบให้ใครดูถูก เลยตัดสินใจใช้วิธีการเดิน คือเดินจากรัชดาไปพระราม9 แทนการออกกำลังกาย เพราะการออกกำลังกายไม่เหมือนกันนะ บางคนต้องออกเยอะๆ ต้องให้หัวใจเต้นหนักๆ เพื่อที่จะลด แต่พี่ถ้าทำแล้วจะบีบหัวใจมากๆไม่ไหว ร่างกายพี่เป็นแบบนี้ตั้งแต่เด็กมันไม่ไหวจริงๆ แต่วิธีที่พี่ทำมันได้ผลจริงๆ นะจากน้ำหนัก 80 ปัจจุบันเหลือประมาณ 53 กิโลกรัม

ส่วนเรื่องที่มีคนมองว่าพี่ตองติส ไม่รับงาน ละครติดต่อมาก็ไม่รับ เราไม่ได้ถึงขนาดนั้นแต่แค่เป็นคนแปลกมากๆ คนนึงอ่ะแหละ แค่บางช่วงบางเวลา อยากอยู่เฉยๆ จริงๆ ไม่อยากทำอะไรเลยและตัวพี่เองเป็นนักร้องใช่มั๊ย แต่เวลาขับรถ หรืออยู่บ้านคือพี่ไม่เปิดเพลงเลยนะ และก็ไม่ชอบเที่ยวด้วย ซึ่งเวลาพี่อยู่บ้านสามาถนั่งเฉยๆมองดอกไม้ได้เป็นชั่วโมงๆ เลยนะ จริงๆ การทำงานของเราทุกอย่างมันเร็วพอได้อยู่กับตัวเองเลยอยากอยู่เฉยๆ นั่งนิ่งๆ  ไม่ทำอะไร และคิดว่าตัวเองเป็นคน 2 ขั้วหรือเป็นโรคซึมเศร้าหรือเปล่าจนถึงขั้นต้องไปเจอหมอ เลยได้นั่งคุยกับเล่าพฤติกรรมต่างๆให้คุณหมอฟัง

สรุปคือไม่ได้เป็นอะไร เพราะพี่ตองรู้ต้นเหตุ และรู้วิธีแก้ไขปัญหา แต่ไม่ได้ไปพบคุณหมอแค่ที่เดียว ไปหาถึง 3 ที่ จนคุณหมอต้องทักว่าสงสัยอยากเป็นนะเนี่ย 555 แต่จริงๆ น่าจะเกิดจากอาการเหงา คนคุยก็ไม่มีสักคนเพราะตัวพี่เอง เป็นคนไม่ชอบไหนเลยไม่ค่อยได้มีโอกาสออกไปเจอใคร และเป็นคนเงียบและนิ่งมาก จนอาจจะทำให้คนคิดว่าจะไม่รู้จะเข้าหาเรายังไง แต่ก็ไม่ปิดโอกาสให้ใครเข้ามานะ ไม่ได้เปิดปิดกั้นตัวเอง จะมีเรื่องราวอะไรแปลกๆจากสาวตองอีกมั๊ย ติดตามรายการย้อนหลังได้ที่“ปากต่อปาก”ทาง YOUTUBE

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง